ซาอุฯ ปิดสนามบินต่ออีก หลังฮูตีโจมตีหนัก จีนเรียกร้องทุกฝ่ายลดความตึงเครียด

Share on Line Share on Facebook Share on X
ซาอุฯ ปิดสนามบินต่ออีก หลังฮูตีโจมตีหนัก จีนเรียกร้องทุกฝ่ายลดความตึงเครียด

ซาอุดีอาระเบียระงับเที่ยวบินสนามบินริยาดต่อเนื่อง หลังการโจมตีคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก จีนประณามการโจมตีของกลุ่มฮูตี เรียกร้องทุกฝ่ายลดความตึงเครียด


การจราจรบนทางหลวงในกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย ยังคงเคลื่อนตัวตามปกติเมื่อวันจันทร์ หลังทางการซาอุดีอาระเบียประกาศขยายเวลาระงับการดำเนินงานของสนามบินนานาชาติในกรุงริยาด ภายหลังการโจมตีรุนแรงในช่วงสุดสัปดาห์โดยกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งมีอิหร่านให้การสนับสนุน


สำนักงานการบินพลเรือนของซาอุดีอาระเบียระบุในแถลงการณ์ว่า การดำเนินงานของสนามบินนานาชาติคิงคาลิด ซึ่งเป็นสนามบินที่มีผู้ใช้บริการมากเป็นอันดับสองของประเทศ รองจากสนามบินในเมืองเจดดาห์ ถูกระงับไว้ “เพื่อให้สามารถดำเนินขั้นตอนต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จ เพื่อรับรองความปลอดภัยและความพร้อมในการปฏิบัติงานของสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสนามบิน”


สนามบินแห่งนี้ปิดให้บริการมาตั้งแต่เกิดการโจมตีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 คน และบาดเจ็บมากกว่า 300 คน นับเป็นการโจมตีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในซาอุดีอาระเบียในรอบกว่าทศวรรษ

สรุปข่าว

ซาอุดีอาระเบียขยายเวลาระงับสนามบินนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาด หลังฮูตีโจมตีต่อเนื่อง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 14 คนและกระทบเที่ยวบินรุนแรง โดยวันอาทิตย์มีเที่ยวบินถูกยกเลิกถึง 99.7% การโจมตีเพิ่มแรงกดดันต่อภาคการบินและการจัดงานสำคัญในกรุงริยาด ขณะที่สายการบินต้องเผชิญต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จีนประณามการโจมตีพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการยกระดับความตึงเครียดและแก้ไขข้อพิพาทผ่านการเจรจา

ซาอุดีอาระเบียระงับเที่ยวบินสนามบินริยาดต่อเนื่อง หลังการโจมตีคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก จีนประณามการโจมตีของกลุ่มฮูตี เรียกร้องทุกฝ่ายลดความตึงเครียด


การจราจรบนทางหลวงในกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย ยังคงเคลื่อนตัวตามปกติเมื่อวันจันทร์ หลังทางการซาอุดีอาระเบียประกาศขยายเวลาระงับการดำเนินงานของสนามบินนานาชาติในกรุงริยาด ภายหลังการโจมตีรุนแรงในช่วงสุดสัปดาห์โดยกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งมีอิหร่านให้การสนับสนุน


สำนักงานการบินพลเรือนของซาอุดีอาระเบียระบุในแถลงการณ์ว่า การดำเนินงานของสนามบินนานาชาติคิงคาลิด ซึ่งเป็นสนามบินที่มีผู้ใช้บริการมากเป็นอันดับสองของประเทศ รองจากสนามบินในเมืองเจดดาห์ ถูกระงับไว้ “เพื่อให้สามารถดำเนินขั้นตอนต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จ เพื่อรับรองความปลอดภัยและความพร้อมในการปฏิบัติงานของสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสนามบิน”


สนามบินแห่งนี้ปิดให้บริการมาตั้งแต่เกิดการโจมตีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 คน และบาดเจ็บมากกว่า 300 คน นับเป็นการโจมตีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในซาอุดีอาระเบียในรอบกว่าทศวรรษ

ต่อมาในวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม มีการโจมตีอีกครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บกว่า 10 คน


การโจมตีครั้งนี้นับเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความปั่นป่วนต่อการบินของซาอุดีอาระเบียครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี อีกทั้งยังเพิ่มแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมการบิน ซึ่งกำลังเผชิญกับความขัดแย้งทั่วตะวันออกกลาง และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินที่สูงขึ้นจนบั่นทอนผลกำไรของสายการบิน


บริษัทซิเรียม (Cirium) ซึ่งให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลการบิน ระบุว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีการยกเลิกเที่ยวบินตามกำหนดการทั้งหมดถึงร้อยละ 99.7


ขณะที่ ข้อมูลติดตามการจราจรทางอากาศจาก Flightradar24 แสดงให้เห็นว่า เครื่องบินต่าง ๆ หลีกเลี่ยงการบินผ่านกรุงริยาดเมื่อวันจันทร์ แม้เครื่องบินยังคงบินผ่านน่านฟ้าซาอุดีอาระเบีย และลงจอดที่สนามบินหลักในเมืองเจดดาห์ ซึ่งตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันตกของประเทศ


การโจมตีดังกล่าวยังสร้างแรงกดดันต่อการจัดงานสำคัญต่าง ๆ ที่มีกำหนดจัดขึ้นในกรุงริยาดตลอดเดือนนี้ รวมถึงการประชุมการลงทุนระดับเรือธงของซาอุดีอาระเบีย และการประชุมพลังงานโลก WPC Energy Congress ซึ่งมีรายงานว่าผู้บริหารระดับสูงของบริษัทน้ำมันหลายรายถูกถอดชื่อออกจากกำหนดการของงาน

ด้านจีนประณามการโจมตีระลอกล่าสุดของกลุ่มฮูตี ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก พร้อมแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างกรุงริยาดกับกลุ่มติดอาวุธในเยเมนดังกล่าว


เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ที่กรุงปักกิ่งว่า จีนมีความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ที่กำลังเลวร้ายลง


เธอกล่าวว่า “จีนคัดค้านการโจมตีพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน เราเรียกร้องให้ฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจทำให้ความตึงเครียดในภูมิภาคทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น แก้ไขความแตกต่างและข้อพิพาทผ่านการเจรจาและการหารือ และร่วมกันผลักดันให้เกิดสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคโดยเร็วที่สุด”

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters