ยักษ์ชนยักษ์? จีน VS สหภาพยุโรป อยากค้าขาย แต่ไม่อยากขาดดุล เกมนี้ไม่ธรรมดา
จับตาโลกจะเกิดสงครามการค้าครั้งใหม่? จีน VS สหภาพยุโรป
จีน กับอียู (EU) หรือสหภาพยุโรป จะเป็นอย่างไรต่อไป? จากเดิมที่เป็นคู่ค้ารายใหญ่ ซื้อของจากกันมากมาย แต่วันนี้ความสัมพันธ์ทางการค้ากำลังตึงเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ สาเหตุสำคัญ เพราะอียูเริ่มรู้สึกว่าการค้าไม่สมดุล นำเข้าเยอะเกินไปจนขาดดุลการค้าสะสมมหาศาล ขณะที่จีนเองก็ไม่มีทางยอมแพ้แน่ ๆ หากมีการกีดกันทางการค้าเกิดขึ้น
เมื่อวันที่ 29 กันยายน กระทรวงพาณิชย์จีนออกแถลงการณ์ว่า หาก EU ออกมาตรการจำกัดบริษัทหรือสินค้าจีน จีนจะตอบโต้อย่างหนักแน่น พร้อมเตือนว่า การเดินหน้ามาตรการลักษณะนี้ในช่วงที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเจรจาการค้าในสัปดาห์นี้ อาจทำลายความไว้วางใจระหว่างกันอย่างรุนแรง และกระทบต่อกระบวนการเจรจา
และนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของจีนกับยุโรป เพราะจีนก็ใหญ่ ยุโรปก็ใหญ่ ถ้าสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจเอาจริง มีการตั้งกำแพงการค้าขึ้นมาขนานใหญ่ คำถามคือ สุดท้ายสินค้าจากสองทางจะไหลหรือกระเด้งไปทางไหนได้บ้าง แล้วไทยจะอยู่อย่างไร จะรับประโยชน์ หรือรับแรงกระแทกกันแน่
EU ขาดดุลการค้าจีนกว่า 370,000 ล้านยูโร
แล้วทำไมยุโรปถึงต้องกีดกันสินค้าจากจีน และทำไมจีนต้องเดือดร้อน? คำตอบก็คือ นี่คือคู่ค้าขนาดใหญ่ยักษ์ของโลก และอียูก็ขาดดุลการค้าอย่างหนัก สะสมมานานมาก ๆ
ข้อมูลของ EU ระบุว่า หากรวมทั้งสินค้าและบริการ มูลค่าการค้าระหว่าง EU กับจีนในปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 880,000 ล้านยูโร หรือเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ข้อมูลจาก Wind Information ระบุว่า ปัจจุบัน EU อยู่ในจุดที่ขาดดุลการค้าสินค้ากับจีนมากที่สุดในโลก โดยล่าสุดมีมูลค่าสูงกว่าสหรัฐฯ อีกด้วยซ้ำไป
แต่ประเด็นคือที่ผ่านมา EU ซื้อสินค้าจากจีนมากกว่าที่ขายสินค้าให้จีนเป็นจำนวนมหาศาล ข้อมูลของ EU ระบุว่า ในปี 2025 EU ส่งออกสินค้าไปจีนประมาณ 199,500 ล้านยูโร แต่ในทางกลับกัน EU นำเข้าสินค้าจากจีนประมาณ 571,300 ล้านยูโร ทำให้ EU ขาดดุลการค้าสินค้ากับจีนมากกว่า 370,000 ล้านยูโร
และปัญหานี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นปีเดียว ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา การนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการส่งออกของยุโรปไปจีนอย่างชัดเจน
EU จ่อใช้มาตรการการค้า เพิ่มอำนาจต่อรองจีน
แล้วจะทำอย่างไรถึงจะดีขึ้น ไปถึงคำว่าสมดุลได้?
สิ่งที่คาดว่าจะถูกงัดออกมาใช้ก็คือ “ภาษี” และอาจใช้โดยอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมทางการค้า กรรมาธิการยุโรปด้านการค้าและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ระบุว่า จีนจำเป็นต้องแสดง “ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม” ภายในเดือนตุลาคม ไม่เช่นนั้น EU อาจต้องพิจารณามาตรการที่เข้มงวดขึ้น โดยเยอรมนีและฝรั่งเศสกำลังจัดทำเอกสารข้อเสนอร่วมกัน เพื่อผลักดันให้คณะกรรมาธิการยุโรปพัฒนาเครื่องมือทางการค้าใหม่
หนึ่งในแนวคิดที่ถูกนำมาเปรียบเทียบคือ Section 301 ของสหรัฐฯ หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อนี้ในช่วงสงครามการค้าสหรัฐฯ–จีน เพราะ Section 301 เปิดทางให้สหรัฐฯ ใช้มาตรการทางการค้าเพื่อตอบโต้แนวปฏิบัติที่มองว่าไม่เป็นธรรม รวมถึงการใช้มาตรการภาษี ถ้ายุโรปมีเครื่องมือในลักษณะเดียวกัน นั่นหมายความว่า EU อาจจะมีอำนาจต่อรองกับจีนมากขึ้น
สรุปข่าว
จับตาโลกจะเกิดสงครามการค้าครั้งใหม่? จีน VS สหภาพยุโรป
จีน กับอียู (EU) หรือสหภาพยุโรป จะเป็นอย่างไรต่อไป? จากเดิมที่เป็นคู่ค้ารายใหญ่ ซื้อของจากกันมากมาย แต่วันนี้ความสัมพันธ์ทางการค้ากำลังตึงเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ สาเหตุสำคัญ เพราะอียูเริ่มรู้สึกว่าการค้าไม่สมดุล นำเข้าเยอะเกินไปจนขาดดุลการค้าสะสมมหาศาล ขณะที่จีนเองก็ไม่มีทางยอมแพ้แน่ ๆ หากมีการกีดกันทางการค้าเกิดขึ้น
เมื่อวันที่ 29 กันยายน กระทรวงพาณิชย์จีนออกแถลงการณ์ว่า หาก EU ออกมาตรการจำกัดบริษัทหรือสินค้าจีน จีนจะตอบโต้อย่างหนักแน่น พร้อมเตือนว่า การเดินหน้ามาตรการลักษณะนี้ในช่วงที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเจรจาการค้าในสัปดาห์นี้ อาจทำลายความไว้วางใจระหว่างกันอย่างรุนแรง และกระทบต่อกระบวนการเจรจา
และนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของจีนกับยุโรป เพราะจีนก็ใหญ่ ยุโรปก็ใหญ่ ถ้าสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจเอาจริง มีการตั้งกำแพงการค้าขึ้นมาขนานใหญ่ คำถามคือ สุดท้ายสินค้าจากสองทางจะไหลหรือกระเด้งไปทางไหนได้บ้าง แล้วไทยจะอยู่อย่างไร จะรับประโยชน์ หรือรับแรงกระแทกกันแน่
EU ขาดดุลการค้าจีนกว่า 370,000 ล้านยูโร
แล้วทำไมยุโรปถึงต้องกีดกันสินค้าจากจีน และทำไมจีนต้องเดือดร้อน? คำตอบก็คือ นี่คือคู่ค้าขนาดใหญ่ยักษ์ของโลก และอียูก็ขาดดุลการค้าอย่างหนัก สะสมมานานมาก ๆ
ข้อมูลของ EU ระบุว่า หากรวมทั้งสินค้าและบริการ มูลค่าการค้าระหว่าง EU กับจีนในปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 880,000 ล้านยูโร หรือเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ข้อมูลจาก Wind Information ระบุว่า ปัจจุบัน EU อยู่ในจุดที่ขาดดุลการค้าสินค้ากับจีนมากที่สุดในโลก โดยล่าสุดมีมูลค่าสูงกว่าสหรัฐฯ อีกด้วยซ้ำไป
แต่ประเด็นคือที่ผ่านมา EU ซื้อสินค้าจากจีนมากกว่าที่ขายสินค้าให้จีนเป็นจำนวนมหาศาล ข้อมูลของ EU ระบุว่า ในปี 2025 EU ส่งออกสินค้าไปจีนประมาณ 199,500 ล้านยูโร แต่ในทางกลับกัน EU นำเข้าสินค้าจากจีนประมาณ 571,300 ล้านยูโร ทำให้ EU ขาดดุลการค้าสินค้ากับจีนมากกว่า 370,000 ล้านยูโร
และปัญหานี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นปีเดียว ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา การนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการส่งออกของยุโรปไปจีนอย่างชัดเจน
EU จ่อใช้มาตรการการค้า เพิ่มอำนาจต่อรองจีน
แล้วจะทำอย่างไรถึงจะดีขึ้น ไปถึงคำว่าสมดุลได้?
สิ่งที่คาดว่าจะถูกงัดออกมาใช้ก็คือ “ภาษี” และอาจใช้โดยอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมทางการค้า กรรมาธิการยุโรปด้านการค้าและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ระบุว่า จีนจำเป็นต้องแสดง “ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม” ภายในเดือนตุลาคม ไม่เช่นนั้น EU อาจต้องพิจารณามาตรการที่เข้มงวดขึ้น โดยเยอรมนีและฝรั่งเศสกำลังจัดทำเอกสารข้อเสนอร่วมกัน เพื่อผลักดันให้คณะกรรมาธิการยุโรปพัฒนาเครื่องมือทางการค้าใหม่
หนึ่งในแนวคิดที่ถูกนำมาเปรียบเทียบคือ Section 301 ของสหรัฐฯ หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อนี้ในช่วงสงครามการค้าสหรัฐฯ–จีน เพราะ Section 301 เปิดทางให้สหรัฐฯ ใช้มาตรการทางการค้าเพื่อตอบโต้แนวปฏิบัติที่มองว่าไม่เป็นธรรม รวมถึงการใช้มาตรการภาษี ถ้ายุโรปมีเครื่องมือในลักษณะเดียวกัน นั่นหมายความว่า EU อาจจะมีอำนาจต่อรองกับจีนมากขึ้น
ไม่ใช่แค่ EV แต่กระทบทั้งธุรกิจและการลงทุน
ย้ำด้วยว่าเรื่องนี้ใหญ่มาก ๆ ไม่ใช่แค่เรื่องของอีวีจีนที่ส่งมายังยุโรปเท่านั้น แต่เกมนี้กระทบได้หมด ตั้งแต่ธุรกิจไปจนถึงการลงทุน หลายอาจจะถามว่าเรื่องนี้เหมือนเรื่องของอีวีจีนหรือเปล่า เพราะหลายคนเคยได้ยินข่าวเหมือนกันว่า อียูได้งัดมาตรการภาษีใส่จีนมาแล้ว เพื่อกันการทะลักเข้ามาของอีวีจีน และไปกระทบอุตสาหกรรมยานยนต์ของยุโรป
แต่สำหรับเรื่องนี้ บอกเลยว่าใหญ่กว่านั้นอีก เพราะจีนเป็นฐานการผลิตสำคัญของโลก ไม่ใช่แค่การส่งออกรถอีวีเท่านั้น เพราะจีนยังมีสินค้าอีกมากมาย และที่สำคัญ ถ้าเกมไม่ดี ไม่รอบคอบ สุดท้ายผลกระทบอาจวกกลับมายุโรปเองได้ เพราะยังมีทั้งธุรกิจ การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานอีกมากมายที่เชื่อมโยงกับจีน
จีน–ยุโรป “ตัดกันไม่ขาด” ยังต้องค้าขายกัน
และนี่คือจุดที่เป็นความท้าทายของเรื่องนี้ จีนและอียู “ตัดกันไม่ขาด” ยังไงก็ต้องค้าขายกัน ดังนั้นจะตอบโต้หรือจะเดินเกมก็ไม่ง่าย
แล้วที่ผ่านมา จีนกับยุโรปค้าขายอะไรกัน? ถ้าถามว่าจีนขายอะไรให้ยุโรปเยอะที่สุด คำตอบไม่ได้มีแค่รถ EV หรือของราคาถูกอย่างที่เราเห็นกันในข่าว
ข้อมูล Eurostat ระบุว่า ในปี 2025 สินค้าที่ EU นำเข้าจากจีนมากที่สุด คือกลุ่มเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้า รวมถึงเครื่องจักรกลต่าง ๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน ปีเดียว EU นำเข้าจากจีนประมาณ 164,900 ล้านยูโร ตามมาด้วยเครื่องจักร เครื่องกล และชิ้นส่วน อีกประมาณ 106,500 ล้านยูโร ส่วนสินค้าอื่น ๆ ก็มีทั้งเคมีภัณฑ์ รถยนต์และยานพาหนะ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าอุตสาหกรรมต่าง ๆ
พูดง่าย ๆ ก็คือ ของที่จีนส่งไปยุโรปไม่ได้มีแค่ของที่อยู่บนชั้นวางในห้าง แต่รวมถึง “เครื่องมือที่ใช้ผลิตสินค้า” และชิ้นส่วนที่ดันไปผูกโยงอยู่ในระบบเศรษฐกิจยุโรปด้วยเช่นกัน
ขณะเดียวกัน ยุโรปก็ไม่ได้มีแต่การซื้อจากจีน ยุโรปก็ส่งสินค้าไปขายจีนจำนวนมากเช่นกัน สินค้าสำคัญ ได้แก่ เครื่องจักรและอุปกรณ์ เครื่องจักรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ความแม่นยำสูง รวมถึงยาและผลิตภัณฑ์เภสัชกรรม
ดังนั้นยุโรปจึงเริ่มใช้แนวคิดที่เรียกว่า “ลดความเสี่ยง” หรือ De-risking ไม่จำเป็นต้องตัดจีนออกทั้งหมด แต่ต้องลดการพึ่งพาในสินค้าหรือเทคโนโลยีที่สำคัญเกินไป
จีน–EU ตึงเครียด ไทยได้ทั้งโอกาสและแรงกระแทก
แล้วไทยจะเจออะไร? ตรงนี้สำคัญมาก เพราะถ้าจีนกับยุโรปตึงเครียดกันมากขึ้น ไทยและอาเซียนอาจอยู่ตรงกลางของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
ด้านแรกคือ “โอกาส” ถ้าบริษัทต้องการกระจายฐานการผลิตออกจากจีน ประเทศในอาเซียนมีโอกาสดึงการลงทุนเข้ามา ไทยเองก็พยายามผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ เช่น EV อิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัล และเซมิคอนดักเตอร์
แต่อีกด้านก็ยังต้องระวัง เพราะถ้าสินค้าจีนถูกจำกัดตลาดในยุโรปมากขึ้น ผู้ผลิตจีนก็อาจต้องมองหาตลาดใหม่ และหนึ่งในพื้นที่ที่มีความสำคัญก็คือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ปัจจุบันกลุ่ม ASEAN ได้แซงหน้า EU ขึ้นเป็นคู่ค้าสินค้ารายใหญ่ที่สุดของจีนตั้งแต่ปี 2020 และการค้าจีน–อาเซียนก็ยังเติบโตต่อเนื่อง ดังนั้นไทยอาจเจอทั้งเงินลงทุนใหม่ ๆ ที่เข้ามา และเจอไปพร้อม ๆ กับการแข่งขันจากสินค้าจีนที่ทะลักเข้ามาด้วยเช่นกัน
เกมการค้าโลกเปลี่ยน ไทยต้องตั้งรับ
จับตาเรื่องนี้กันให้ดี จากจีน จากยุโรป สุดท้ายแรงกระเพื่อมมาถึงไทยได้ เพราะสินค้ามหาศาลกำลังรอการระบาย เพราะการค้าโลกเริ่มมีข้อจำกัดมากขึ้น และไทยเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เราอยู่ในวัฏจักรการค้าโลก เราขายของและซื้อของทั้งจากจีนและยุโรปเช่นกัน
ดังนั้น เกมระหว่างจีนกับยุโรปจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นอีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงของการค้าโลกที่ไทยต้องจับตาให้ดีว่า สุดท้ายแล้วเราจะเปลี่ยนแรงกระแทกให้กลายเป็นโอกาสได้หรือไม่
- จีน-สหรัฐฯ ลดภาษีสินค้ากว่า 1 ล้านล้านบาท ร่วมเจรจาหารือด้าน AI
- บ้านราคาถูก แต่ขายไม่ออก! เปิดปมอสังหาฯจีน ฟุบยาว มาตรการรัฐบาลทำไมไร้ผล?
- จีนโชว์ “บอลลูนผูกเคเบิล” ขนส่งสายไฟฟ้าแรงสูง 2 ตัน บนยอดเขา 4,000 เมตรไม่ง้อถนน
- จีนสอบ "Meituan–Alibaba" ปมผูกขาดตลาดจองโรงแรม
- รมว.คลังสหรัฐฯ หารือรองนายกรัฐมนตรีจีน ปูทางก่อนทรัมป์พบสีจิ้นผิง
ที่มาข้อมูล : CNBC, Reuters, European Commission, Eurostat, European Council, กระทรวงพาณิชย์จีน, Euronews
ที่มารูปภาพ : OpenAI
รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ
