สงครามการค้าครั้งใหม่? "จีน VS ยุโรป" ทำไมต้องสร้างสมดุล
สถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าระหว่าง "จีน" และ "สหภาพยุโรป (EU)" ทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากปัญหาการขาดดุลการค้าสะสม โดยในปี 2025 ยุโรปนำเข้าสินค้าจากจีนสูงถึง 571,300 ล้านยูโร ขณะที่ส่งออกไปจีนเพียง 199,500 ล้านยูโร ทำให้ยุโรปขาดดุลการค้ามากกว่า 370,000 ล้านยูโร ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในโลกในขณะนี้
สรุปข่าว
สถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าระหว่าง "จีน" และ "สหภาพยุโรป (EU)" ทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากปัญหาการขาดดุลการค้าสะสม โดยในปี 2025 ยุโรปนำเข้าสินค้าจากจีนสูงถึง 571,300 ล้านยูโร ขณะที่ส่งออกไปจีนเพียง 199,500 ล้านยูโร ทำให้ยุโรปขาดดุลการค้ามากกว่า 370,000 ล้านยูโร ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในโลกในขณะนี้
เพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว ยุโรปจึงเตรียมงัดมาตรการภาษีและเครื่องมือทางการค้าใหม่ๆ ที่คล้ายคลึงกับ Section 301 ของสหรัฐฯ มาใช้ พร้อมทั้งกดดันให้จีนแสดงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ด้านกระทรวงพาณิชย์จีนโต้กลับทันทีว่า พร้อมตอบโต้อย่างหนักแน่นหากมีการกีดกันทางการค้าเกิดขึ้น ซึ่งความขัดแย้งนี้ไม่ได้จำกัดแค่รถยนต์ EV เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงเครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ และห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด เนื่องจากทั้งสองฝ่ายพึ่งพาอาศัยกันและกันอย่างลึกซึ้งผ่านแนวคิดแบบ De-risking หรือการลดความเสี่ยงโดยไม่ตัดขาดจากกัน
สำหรับประเทศไทยในฐานะส่วนหนึ่งของวัฏจักรการค้าโลก จะได้รับผลกระทบทั้งในแง่ "โอกาส" จากการย้ายฐานการผลิตเข้ามาในอาเซียน และ "ความท้าทาย" จากสินค้าจีนที่อาจทะลักเข้ามาทำตลาดในภูมิภาคนี้มากขึ้น ไทยจึงต้องเตรียมรับมือกับแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่จากสงครามการค้าระดับโลกนี้อย่างใกล้ชิด
- รัฐบาล "เกาหลีใต้" รีดภาษีพุ่งสูงสุด กำไรธุรกิจชิป-เอไอ
- ทรัมป์จ่อแบนส่งออก “ดีเซล” ราคาน้ำมันโลกพุ่ง? ไทยกระทบแค่ไหน?
- อยากอยู่ญี่ปุ่น? รายได้ต้องถึง! "ญี่ปุ่น" จัดระเบียบต่างชาติครั้งใหญ่
- ไทยผงาดอันดับ 4 โลก! EV จีนทะลัก 1.6 แสนคัน โต 107% จีนบุกหนัก ไทยได้อะไร?
- "ทรัมป์-สี" พบหน้า! รอบนี้แลกด้วยอะไร? เปิดรายชื่อสินค้าลดภาษี
ที่มาข้อมูล : TNN WEALTH
ที่มารูปภาพ : canva
Producer TNN WEALTH
