บ้านราคาถูก แต่ขายไม่ออก! เปิดปมอสังหาฯจีน ฟุบยาว มาตรการรัฐบาลทำไมไร้ผล?

Share on Line Share on Facebook Share on X

เปิดปมตลาดอสังหาฯ ยังไม่ฟื้น แม้รัฐบาลอัดยาแรง


ของถูกน่าจะขายดี ยิ่งบ้านราคาถูกลงเรื่อย ๆ ก็น่าจะมีแต่คนแย่งซื้อ แต่ไม่ใช่สำหรับจีนเวลานี้ เพราะราคาบ้านในจีนดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่ทำให้คนอยากซื้อบ้านมากขึ้นเลย


เรื่องนี้กำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของเศรษฐกิจจีน เพราะปัญหาไม่ได้อยู่แค่ “ราคาบ้าน” แต่เป็นเรื่องของ ความเชื่อมั่น ที่ยังไม่กลับมา


ราคาบ้านลดต่อเนื่อง แต่คนยังชะลอซื้อ


ราคาบ้านในจีนยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่บ้านมือหนึ่งไปจนถึงบ้านมือสอง ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน หรือ NBS ระบุว่า เดือนสิงหาคม ราคาบ้านใหม่ใน 70 เมืองใหญ่ของจีนยังคงหดตัว หรือลดลงจากเดือนก่อน เช่นเดียวกับราคาบ้านมือสองที่ยังเป็นขาลง


อย่างไรก็ตาม หากมองเจาะไปที่แต่ละเมืองจะเห็นภาพที่แตกต่างกัน เพราะตลาดไม่ได้แย่เหมือนกันหมด เช่น เซี่ยงไฮ้ยังมีราคาบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนสิงหาคม กว่างโจวเพิ่ม 0.1% และเซินเจิ้นเพิ่ม 0.2% ขณะที่ปักกิ่งราคาลดลง 0.2%


และนี่คือจุดที่น่าสนใจ เพราะปัญหาของอสังหาริมทรัพย์จีนตอนนี้ ไม่ใช่แค่ “บ้านแพงเกินไป” แล้วลดราคาเพื่อให้คนกลับมาซื้อ แต่หัวใจสำคัญคือ “คนไม่มั่นใจ”


บ้านยิ่งถูก คนยิ่งรอ?


ลองสมมุติว่า ถ้าเป็นคุณ อยากจะซื้อบ้านสักหนึ่งหลัง แล้วเจอบ้านราคา 3 ล้านบาท อยากได้นะ แต่แอบรู้สึกว่า ถ้ารออีกหน่อย ราคาบ้านหลังนี้อาจถูกลงไปอีก


ถามว่าคุณจะซื้อเลย หรือจะรอ?


หลายคนอาจเลือกที่จะรอ เพราะกลัวซื้อแล้วขาดทุน และนี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตลาดจีน เมื่อราคาบ้านลดลงต่อเนื่อง คนจีนไม่ได้รู้สึกเพียงว่า “ถูกลงดีจัง น่าซื้อ” แต่กลับคิดว่า “มันจะลงให้ถูกกว่านี้ได้อีกหรือเปล่า?”


นี่จึงเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวล เพราะยิ่งคนคาดว่าราคาจะลดลงอีก ก็ยิ่งชะลอการตัดสินใจซื้อ ตลาดอสังหาริมทรัพย์จีนในเวลานี้จึงไม่ได้มีปัญหาแค่เรื่องราคา แต่เป็นปัญหาของ ความเชื่อมั่นและการตัดสินใจของผู้บริโภค





สรุปข่าว

ราคาบ้านจีนลดลงต่อเนื่อง แต่คนยังไม่กล้าซื้อ เพราะปัญหาหลักอยู่ที่ความเชื่อมั่น ไม่ใช่แค่เรื่องราคา ตลาดอสังหาริมทรัพย์จีนหดตัวทั้งยอดขาย การลงทุน และการก่อสร้าง แม้รัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ หากตลาดบ้านยังไม่ฟื้น อาจกระทบการบริโภค เศรษฐกิจจีน และการแข่งขันจากสินค้าจีนราคาถูกที่อาจส่งผลถึงไทย

เปิดปมตลาดอสังหาฯ ยังไม่ฟื้น แม้รัฐบาลอัดยาแรง


ของถูกน่าจะขายดี ยิ่งบ้านราคาถูกลงเรื่อย ๆ ก็น่าจะมีแต่คนแย่งซื้อ แต่ไม่ใช่สำหรับจีนเวลานี้ เพราะราคาบ้านในจีนดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่ทำให้คนอยากซื้อบ้านมากขึ้นเลย


เรื่องนี้กำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของเศรษฐกิจจีน เพราะปัญหาไม่ได้อยู่แค่ “ราคาบ้าน” แต่เป็นเรื่องของ ความเชื่อมั่น ที่ยังไม่กลับมา


ราคาบ้านลดต่อเนื่อง แต่คนยังชะลอซื้อ


ราคาบ้านในจีนยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่บ้านมือหนึ่งไปจนถึงบ้านมือสอง ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน หรือ NBS ระบุว่า เดือนสิงหาคม ราคาบ้านใหม่ใน 70 เมืองใหญ่ของจีนยังคงหดตัว หรือลดลงจากเดือนก่อน เช่นเดียวกับราคาบ้านมือสองที่ยังเป็นขาลง


อย่างไรก็ตาม หากมองเจาะไปที่แต่ละเมืองจะเห็นภาพที่แตกต่างกัน เพราะตลาดไม่ได้แย่เหมือนกันหมด เช่น เซี่ยงไฮ้ยังมีราคาบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนสิงหาคม กว่างโจวเพิ่ม 0.1% และเซินเจิ้นเพิ่ม 0.2% ขณะที่ปักกิ่งราคาลดลง 0.2%


และนี่คือจุดที่น่าสนใจ เพราะปัญหาของอสังหาริมทรัพย์จีนตอนนี้ ไม่ใช่แค่ “บ้านแพงเกินไป” แล้วลดราคาเพื่อให้คนกลับมาซื้อ แต่หัวใจสำคัญคือ “คนไม่มั่นใจ”


บ้านยิ่งถูก คนยิ่งรอ?


ลองสมมุติว่า ถ้าเป็นคุณ อยากจะซื้อบ้านสักหนึ่งหลัง แล้วเจอบ้านราคา 3 ล้านบาท อยากได้นะ แต่แอบรู้สึกว่า ถ้ารออีกหน่อย ราคาบ้านหลังนี้อาจถูกลงไปอีก


ถามว่าคุณจะซื้อเลย หรือจะรอ?


หลายคนอาจเลือกที่จะรอ เพราะกลัวซื้อแล้วขาดทุน และนี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตลาดจีน เมื่อราคาบ้านลดลงต่อเนื่อง คนจีนไม่ได้รู้สึกเพียงว่า “ถูกลงดีจัง น่าซื้อ” แต่กลับคิดว่า “มันจะลงให้ถูกกว่านี้ได้อีกหรือเปล่า?”


นี่จึงเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวล เพราะยิ่งคนคาดว่าราคาจะลดลงอีก ก็ยิ่งชะลอการตัดสินใจซื้อ ตลาดอสังหาริมทรัพย์จีนในเวลานี้จึงไม่ได้มีปัญหาแค่เรื่องราคา แต่เป็นปัญหาของ ความเชื่อมั่นและการตัดสินใจของผู้บริโภค





บ้านไม่ฟื้น กระทบเศรษฐกิจทั้งระบบ


เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลจีนให้ความสำคัญ เพราะตลาดอสังหาริมทรัพย์จีนเชื่อมโยงกับทั้งเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การเงิน และการจ้างงาน ตั้งแต่ที่ดิน ปูน เหล็ก กระจก เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงสินเชื่อธนาคาร


ถ้าบ้านขายดี คนซื้อบ้านก็ซื้อโซฟา ซื้อทีวี ซื้อแอร์ ซื้อเครื่องซักผ้า ตกแต่งบ้าน เงินก็หมุนต่อไปเป็นทอดๆ แต่ถ้าคนไม่ซื้อบ้าน ทั้งห่วงโซ่นี้ก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วย


IMF มองว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กดเศรษฐกิจภายในประเทศจีน เพราะเมื่อราคาบ้านและความมั่งคั่งของครัวเรือนลดลง คนก็ไม่อยากใช้เงิน และเลือกเก็บเงินไว้มากกว่า สุดท้ายการซื้อสินค้าและการใช้จ่ายในประเทศก็ลดลงตามไปด้วย


ไม่ใช่แค่ขายบ้านไม่ออก แต่การลงทุนก็ทรุด


สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าราคาบ้านที่ถูกลง คือยอดขายบ้านและการลงทุนที่ยังหดตัว


ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ การลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลดลงถึง 19.9% ยอดขายพื้นที่บ้านใหม่ลดลง 12.1% มูลค่าการขายบ้านใหม่ลดลงประมาณ 13% และการเริ่มก่อสร้างโครงการใหม่ลดลงเกือบ 25%


นั่นหมายความว่า ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ “บ้านขายไม่ออก” แต่ผู้พัฒนาโครงการเองก็เริ่มสร้างน้อยลง เพราะหากสร้างแล้วขายไม่ได้ ก็เท่ากับนำเงินไปจม


ข้อมูลของ NBS ระบุว่า ในช่วงมกราคม-สิงหาคม การลงทุนอสังหาริมทรัพย์จีนลดลง 19.9% และพื้นที่เริ่มก่อสร้างใหม่ลดลง 24.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน


จีนอัดยาแรง เปลี่ยนวิธีขายบ้าน


รัฐบาลจีนเร่งออกมาตรการช่วยตลาดบ้านอย่างเต็มที่ หนึ่งในแนวทางล่าสุดคือการเปลี่ยนวิธี “ขายบ้าน”


จากเดิมที่บริษัทเปิดขายตั้งแต่โครงการยังสร้างไม่เสร็จ คนซื้อจ่ายเงินก่อน แล้วบริษัทนำเงินไปก่อสร้างต่อ กำลังถูกผลักให้เปลี่ยนไปสู่แนวทางที่เน้น สร้างให้เสร็จก่อน แล้วค่อยขาย


โมเดลเดิมมีปัญหาเมื่อบริษัทอสังหาริมทรัพย์มีหนี้จำนวนมาก กระแสเงินสดเริ่มติดขัด และโครงการก่อสร้างไม่เสร็จ คนซื้อจึงเจอปัญหาใหญ่ เพราะจ่ายเงินไปแล้ว แต่บ้านยังไม่เสร็จ เรื่องนี้เคยกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความเชื่อมั่นในตลาดอสังหาริมทรัพย์จีนเสียหายอย่างหนัก


แต่โมเดลใหม่ก็มีโจทย์ เพราะแม้จะปลอดภัยกับคนซื้อกว่าเดิม แต่บริษัทอสังหาริมทรัพย์จะได้เงินช้าลง และนี่คืออีกด้านที่รัฐบาลจีนต้องเข้ามาช่วยพยุงภาคธุรกิจ

ยืดเวลาผ่อน 40 ปี แต่คนยังไม่กล้ากู้


รัฐบาลจีนเปิดทางให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดมทุนผ่านตลาดทุนมากขึ้น ทั้งการออกหุ้นและหุ้นกู้ พร้อมกับพยายามจัดการโครงการที่มีปัญหา รวมถึงเพิ่มทางเลือกด้านสินเชื่อให้คนซื้อบ้าน


เช่น การขยายระยะเวลาผ่อนสินเชื่อบ้านสูงสุดจาก 30 ปี เป็น 40 ปี แต่การลดค่างวดก็ยังไม่ช่วยมากนัก เพราะหัวใจของเรื่องนี้คือ คนยังไม่มั่นใจเรื่องรายได้ และกังวลต่อเศรษฐกิจ


ล่าสุดเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ธนาคารจีนมีการปล่อยสินเชื่อใหม่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก และสินเชื่อภาคครัวเรือนยังคงหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 สะท้อนว่า แม้จะมีมาตรการช่วยลดภาระการผ่อน แต่ถ้าคนยังไม่มั่นใจในรายได้และเศรษฐกิจ การตัดสินใจซื้อบ้านก็ยังอาจถูกเลื่อนออกไป


บ้านจีนไม่ฟื้น เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับไทย?


รัฐบาลจีนทิ้งเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะไม่ใช่แค่เรื่องบ้าน แต่หมายถึงเศรษฐกิจของประเทศที่ต้องเร่งฟื้นด้วยการสร้างความเชื่อมั่น ให้คนกล้าใช้เงิน


IMF ชี้ว่า หากจีนต้องการให้เศรษฐกิจกลับมาดีขึ้น ต้องเร่งแก้ปัญหาตลาดอสังหาริมทรัพย์ และทำให้คนจีนกลับมามั่นใจในการใช้เงินมากขึ้น เพราะเมื่อคนมั่นใจ ก็มีโอกาสจับจ่ายมากขึ้น ช่วยให้เศรษฐกิจจีนพึ่งพาการใช้จ่ายของคนในประเทศได้มากขึ้น


แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเรา?


เกี่ยวมากกว่าที่คิด เพราะหากตลาดอสังหาริมทรัพย์จีนยังไม่ฟื้น คนจีนก็อาจระมัดระวังการใช้เงินต่อไป จีนเป็นหนึ่งในตลาดรายใหญ่และสำคัญของโลก ขณะที่ไทยก็ค้าขายกับจีน และหวังนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทย


รวมไปถึง หากเศรษฐกิจในประเทศจีนไม่ฟื้น รัฐบาลจีนก็ต้องพุ่งเป้าไปที่ภาคส่วนอื่นเพื่อมาช่วย เช่น การส่งออก ซึ่งจะหมายถึงการแข่งขันกับโลก และอาจทำให้สินค้าจีนราคาถูกเข้ามาแข่งขันกับไทยมากขึ้น


จีนจะฟื้นตลาดบ้านให้กลับมาได้หรือไม่? และจะทำให้คนกลับมาเชื่อมั่นจนกล้าใช้เงินได้อย่างไร เรื่องนี้ต้องจับตารอดูกันต่อไป

ที่มาข้อมูล : Reuters National Bureau of Statistics of China (NBS) International Monetary Fund (IMF)

ที่มารูปภาพ : OpenAI

รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ