จีนคุมเข้มเดินทาง สกัดเทคโนโลยี-เงินทุนไหลออก จับตาผลกระทบเศรษฐีจีน

Share on Line Share on Facebook Share on X

จีนกำลังเพิ่มมาตรการรักษาทั้ง เงินทุนและบุคลากรทักษะสูง ไว้ในประเทศ หลังเศรษฐกิจเผชิญแรงกดดันและการแข่งขันด้านเทคโนโลยีกับสหรัฐฯ 

ล่าสุดกฎใหม่ที่มีผลตั้งแต่ 15 กันยายน 2569 เพิ่มฐานอำนาจให้เจ้าหน้าที่สามารถสั่งระงับการเดินทางออกนอกประเทศในบางกรณี

กลุ่มที่ถูกจับตามากเป็นพิเศษคือ บุคลากรด้านเทคโนโลยี หากเกี่ยวข้องกับการละเมิดมาตรการควบคุมการส่งออกหรือการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่อาจกระทบความมั่นคงของประเทศ โดยจีนกำลังคุมเข้มเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ ตั้งแต่แร่หายาก แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงเทคโนโลยีพลังงานสะอาด

อีกกลุ่มคือ เศรษฐีและครัวเรือนมั่งคั่ง ที่ต้องการโยกทรัพย์สินไปต่างประเทศ โดยทางการเพิ่มการตรวจสอบทั้งภาษี ธนาคารเอกชน บริษัททรัสต์ และธุรกิจตัวกลางด้านการย้ายถิ่นฐาน รวมถึงเพิ่มอำนาจจำกัดการเดินทางของผู้ที่ยังมีภาระภาษีจากทรัพย์สินในต่างประเทศ



สรุปข่าว

จีนจะบังคับใช้กฎบริหารการเข้า-ออกประเทศฉบับใหม่ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน โดยเพิ่มอำนาจจำกัดการเดินทางออกนอกประเทศ เพื่อสกัดการไหลออกของเงินทุนและบุคลากรทักษะสูง โดยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎควบคุมการส่งออกและเทคโนโลยี รวมถึงกลุ่มเศรษฐีที่ต้องการโยกย้ายทรัพย์สินไปต่างประเทศ ซึ่งจะมีการตรวจสอบภาษีและธุรกรรมอย่างเข้มงวดขึ้น มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อรักษาทรัพยากรสำคัญด้านเทคโนโลยีและเงินทุนท่ามกลางการแข่งขันกับสหรัฐฯ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าความเข้มงวดที่มากเกินไปอาจสร้างความไม่แน่นอนและกระตุ้นให้บางกลุ่มตัดสินใจย้ายออกอย่างถาวร

จีนกำลังเพิ่มมาตรการรักษาทั้ง เงินทุนและบุคลากรทักษะสูง ไว้ในประเทศ หลังเศรษฐกิจเผชิญแรงกดดันและการแข่งขันด้านเทคโนโลยีกับสหรัฐฯ 

ล่าสุดกฎใหม่ที่มีผลตั้งแต่ 15 กันยายน 2569 เพิ่มฐานอำนาจให้เจ้าหน้าที่สามารถสั่งระงับการเดินทางออกนอกประเทศในบางกรณี

กลุ่มที่ถูกจับตามากเป็นพิเศษคือ บุคลากรด้านเทคโนโลยี หากเกี่ยวข้องกับการละเมิดมาตรการควบคุมการส่งออกหรือการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่อาจกระทบความมั่นคงของประเทศ โดยจีนกำลังคุมเข้มเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ ตั้งแต่แร่หายาก แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงเทคโนโลยีพลังงานสะอาด

อีกกลุ่มคือ เศรษฐีและครัวเรือนมั่งคั่ง ที่ต้องการโยกทรัพย์สินไปต่างประเทศ โดยทางการเพิ่มการตรวจสอบทั้งภาษี ธนาคารเอกชน บริษัททรัสต์ และธุรกิจตัวกลางด้านการย้ายถิ่นฐาน รวมถึงเพิ่มอำนาจจำกัดการเดินทางของผู้ที่ยังมีภาระภาษีจากทรัพย์สินในต่างประเทศ



แรงกดดันด้านภาษีก็เพิ่มขึ้น โดยก่อนหน้านี้จีนเรียกเก็บ ภาษีเงินได้ 20% จากทรัพย์สินบางประเภทที่โอนไปยังทรัสต์ต่างประเทศย้อนหลังตั้งแต่ปี 2023 รวมถึงเริ่มตรวจสอบรายได้จากกรมธรรม์ประกันภัยและเงินเดือนที่พลเมืองจีนได้รับในต่างประเทศมากขึ้น

มาตรการดังกล่าวเริ่มส่งแรงกระเพื่อมถึงศูนย์กลางบริหารความมั่งคั่งอย่าง ฮ่องกงและสิงคโปร์ เนื่องจากธนาคาร บริษัทบริหารความมั่งคั่ง ธุรกิจย้ายถิ่นฐาน การศึกษา และอสังหาริมทรัพย์ที่พึ่งพาลูกค้าจีน อาจต้องเผชิญต้นทุนและข้อจำกัดในการทำธุรกิจเพิ่มขึ้น


จากนโยบายใหม่นี้ สะท้อนว่าจีนกำลังพยายามป้องกันเงินทุนไหลออก ควบคู่กับภาวะสมอง เพราะทั้งเงินทุนและคนเก่งด้านเทคโนโลยีเป็นทรัพยากรสำคัญต่อการลงทุน นวัตกรรม และการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ท่ามกลางการแข่งขันกับสหรัฐฯ

แต่สิ่งที่ต้องติดตามคือ หากมาตรการเข้มเกินไป อาจสร้างความไม่แน่นอนให้กับนักลงทุนและกลุ่มคนมั่งคั่ง และแทนที่จะชะลอการย้ายออก อาจทำให้บางกลุ่มที่ไม่มีทรัพย์สินหรือครอบครัวผูกพันกับจีน ตัดสินใจย้ายออกอย่างถาวรมากขึ้น ตรงนี้เป็นตามมุมมองของผู้เชี่ยวชาญที่ CNBC สัมภาษณ์