อิหร่านยกหูหาซาอุฯ ร้องใช้การทูตแก้ปัญหา หลังฮูตีโจมตีสนามบินหลักซาอุฯ

เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน บิน อับดุลลอฮ์ อัล ซะอูด รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยว่าได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ “อับบาส อารักชี” รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือกันเกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในภูมิภาคหลังจากกลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านโจมตีสนามบินในกรุงริยาดของซาอุดีอาระเบีย
ในโพสต์ทางเทเลแกรมของรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เมื่อวานนี้ (11 ตุลาคม) ระบุว่า การใช้แนวทางทางทหาร โดยไม่คำนึงถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาทางการเมือง จะยิ่งทำให้สถานการณ์ซับซ้อนมากขึ้น พร้อมย้ำว่า วิกฤตการณ์ต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีการทางทหาร
อารักชียังระบุว่า อิหร่านพร้อมให้ความช่วยเหลือทุกด้านที่จำเป็น เพื่ออำนวยความสะดวกในการเริ่มต้นการเจรจาระหว่างซาอุดีอาระเบียกับเยเมน และสนับสนุนให้ทั้งสองฝ่ายบรรลุทางออกทางการเมือง
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังเกิดเหตุโจมตีสนามบินคิงคาลิดในกรุงริยาดของซาอุดีอาระเบียอย่างรุนแรง ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 300 คน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมากล่าวว่า เขาจะทบทวนบทบาทของสหรัฐฯ ในเยเมนอีกครั้งพร้อมเปิดเผยว่ากำลังพิจารณากลับมาโจมตีอิหร่าน ซึ่งถ้อยแถลงดังกล่าวของทรัมป์ถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีอีกครั้งหลังจากที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐฯ จะไม่กลับมาโจมตีอิหร่านจนกว่าจะผ่านพ้นการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ไปแล้ว
ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอิหร่านกับซาอุดีอาระเบียยังคงดำเนินต่อไป แม้ทั้งสองประเทศจะมีความขัดแย้งสะสมมาอย่างยาวนาน โดยนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ ร่วมด้วยอิสราเอลต่ออิหร่านเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อิหร่านและกองกำลังที่เป็นพันธมิตรได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วภูมิภาคอ่าวอาหรับและแหล่งน้ำมันในซาอุดีอาระเบียด้วย
อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนมีนาคม 2026 รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบียเตือนอิหร่านว่า ความอดทนของซาอุดีอาระเบียต่อการโจมตีที่มุ่งเป้ามายังประเทศของตนและประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มรัฐอ่าวอาหรับนั้นมีขีดจำกัด พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลอิหร่านทบทวนยุทธศาสตร์ของตนใ
สรุปข่าว
เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน บิน อับดุลลอฮ์ อัล ซะอูด รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยว่าได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ “อับบาส อารักชี” รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือกันเกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในภูมิภาคหลังจากกลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านโจมตีสนามบินในกรุงริยาดของซาอุดีอาระเบีย
ในโพสต์ทางเทเลแกรมของรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เมื่อวานนี้ (11 ตุลาคม) ระบุว่า การใช้แนวทางทางทหาร โดยไม่คำนึงถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาทางการเมือง จะยิ่งทำให้สถานการณ์ซับซ้อนมากขึ้น พร้อมย้ำว่า วิกฤตการณ์ต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีการทางทหาร
อารักชียังระบุว่า อิหร่านพร้อมให้ความช่วยเหลือทุกด้านที่จำเป็น เพื่ออำนวยความสะดวกในการเริ่มต้นการเจรจาระหว่างซาอุดีอาระเบียกับเยเมน และสนับสนุนให้ทั้งสองฝ่ายบรรลุทางออกทางการเมือง
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังเกิดเหตุโจมตีสนามบินคิงคาลิดในกรุงริยาดของซาอุดีอาระเบียอย่างรุนแรง ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 300 คน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมากล่าวว่า เขาจะทบทวนบทบาทของสหรัฐฯ ในเยเมนอีกครั้งพร้อมเปิดเผยว่ากำลังพิจารณากลับมาโจมตีอิหร่าน ซึ่งถ้อยแถลงดังกล่าวของทรัมป์ถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีอีกครั้งหลังจากที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐฯ จะไม่กลับมาโจมตีอิหร่านจนกว่าจะผ่านพ้นการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ไปแล้ว
ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอิหร่านกับซาอุดีอาระเบียยังคงดำเนินต่อไป แม้ทั้งสองประเทศจะมีความขัดแย้งสะสมมาอย่างยาวนาน โดยนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ ร่วมด้วยอิสราเอลต่ออิหร่านเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อิหร่านและกองกำลังที่เป็นพันธมิตรได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วภูมิภาคอ่าวอาหรับและแหล่งน้ำมันในซาอุดีอาระเบียด้วย
อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนมีนาคม 2026 รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบียเตือนอิหร่านว่า ความอดทนของซาอุดีอาระเบียต่อการโจมตีที่มุ่งเป้ามายังประเทศของตนและประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มรัฐอ่าวอาหรับนั้นมีขีดจำกัด พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลอิหร่านทบทวนยุทธศาสตร์ของตนใ
- "กองทัพอิหร่าน" เผยภาพเรือน้ำมันชนทุ่นระเบิดไฟลุกท่วมใน "ช่องแคบฮอร์มุซ"
- ฮูตีเตือนห้ามใช้สนามบิน-น่านฟ้าซาอุดีอาระเบีย เป็นพื้นที่ “โรงละครปฏิบัติการทางทหาร”
- สหรัฐฯ-อังกฤษ เตือนพลเมืองเลี่ยงเดินทางไปซาอุฯ หลังสนามบินโดนโจมตี 3 วันติด
- ทรัมป์บอกให้อิหร่าน โจมตี LA และ ซานดิเอโก ผู้ว่าการแคลิฟอร์เนียโต้กลับเดือด
- กลุ่มฮูตีเป็นใคร? จากกองกำลังเล็ก ๆ สู่ภัยคุกคามระดับภูมิภาค
