ผู้นำ IMF-World Bank เชื่อ AI ดันเศรษฐกิจโลก สร้างงานและการเติบโตได้

เริ่มแล้วเวทีแรกของการประชุม IMF-World Bank 2026 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ ประเทศไทย เวทีแรกในวันนี้เริ่มต้นด้วยประเด็น Small AI: More and Better Job เมื่อหนึ่งในความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เกิดขึ้นกับโลกในตอนนี้คือ “ปัญญาประดิษฐ์” ประเด็นนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการประชุมครั้งนี้
ส่วนใหญ่แล้วเมื่อคนพูดถึง AI โดยเฉพาะในตอนนี้หลายคนมักพูดถึงเรื่อง “ความเสี่ยง” ของการพัฒนา AI ในด้านต่าง ๆ แต่บนเวที น Small AI: More and Better Job มีการตั้งคำถามใหม่ที่แตกต่างว่า AI จะสามารถสร้างงานและทำให้เกิดการเติบโตได้อย่างไร ? ซึ่งผู้ที่ร่วมเสวนาในบนเวทีแรกของวันนี้ (12 ตุลาคม) ประกอบด้วยบุคคลสำคัญอย่าง “อาเจย์ บังกา” ประธานกลุ่มธนาคารโลก และ “คริสตาลินา จอร์จีวา” กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
อาเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก กล่าวว่า ในฐานะประธานกลุ่มธนาคารโลก ขณะนี้ธนาคารโลกกำลังมุ่งเน้นเรื่องงานและปัญญาประดิษฐ์อย่างมาก เขากล่าวด้วยว่าในตอนนี้มีคนรุ่นใหม่กว่า 1.2 พันล้านคนที่กำลังจะเข้าสู่วัยทำงาน ซึ่งนั่นหมายถึงตัวแปรสำคัญในเชิงประชากรศาสตร์ แต่คำถามคือเราจะทำยังไงให้คนกลุ่มนี้มาช่วยสร้างการเติบโตของประเทศ
อาเจย์ บังกา มองว่า การเน้นสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและการวางรากฐานที่ดีคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดนโยบายและการกำกับดูแล AI เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ในกรณีนี้ประธานกลุ่มธนาคารโลก ชื่นชมและยกตัวอย่างว่า “สิงคโปร์” ถือเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในเรื่องนี้อย่างมาก สิ่งนี้จะเป็นการปูทางไปสู่การเคลื่อนย้ายเงินทุนภาคเอกชนซึ่งจะทำให้เกิดการสร้างงานได้และรัฐบาลก็ควรเข้ามาช่วยเหลือในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนที่ท้ายที่สุดจะทำให้สร้างงานได้เพิ่มราว 75-85%
คำถามคือ AI จะเข้ามาช่วยอย่างไร ? อาเจย์ บังกา มองว่าในตลาดเกิดใหม่ โลกไม่ได้ถกกันแค่เรื่องโมเดลภาษาขนาดใหญ่ของ AI แต่ เอาควร AI มาใช้เพื่อให้เกิดผลิตภาพในด้านต่าง ๆ เขายกตัวอย่างเช่น การนำมาใช้ในโรงเรียน หรือ การผลักดันให้เกษตรกรรายย่อยเข้าถึง AI ได้ สิ่งนี้คือรากฐานที่จะผลักดันให้ AI ทำให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจได้
ขณะที่ คริสตาลินา จอร์จีวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) บอกว่า ไม่ว่าคุณจะกลัว AI หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญแล้ว สำคัญที่ว่า AI “มันจะไม่จากเราไปไหน”
เธอกล่าวว่าตอนนี้โลกได้เห็นผลกระทบหรือคลื่นในรอบแรกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภาวะแรงกระแทกต่ออุปสงค์หรือการลงทุน แต่ขณะเดียวกัน AI ก็เริ่มสร้างให้เกิดการเติบโตขึ้นจริงในบางประเทศแล้ว หนึ่งในตัวอย่างคือ การสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) หรือการลงทุนในโมเดลต่าง ๆ ที่ขับเคลื่อน AI อยู่
เธอกล่าวต่อไปว่า เมื่อพูดเรื่องห่วงโซ่อุปทานมี 3 ประเทศสำคัญ ได้แก่ สหรัฐฯ จีน และอินเดีย ที่เป็นผู้ผลิต AI ที่สำคัญที่สุดในโลก ขณะเดียวกันแต่ก็มีกลุ่มคนที่สร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI โดยเฉพาะในเอเชียซึ่งก็รวมถึงประเทศไทยด้วย การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในเรื่อง AI จะทำให้เกิดการเติบโตของเศรษฐกิจประมาณ 3% แต่ก็อาจมีปัญหาในเรื่องภาวะช็อกจากความตึงเครียดด้านพลังงานที่เกิดขึ้นในรอบปีนี้และส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเดินหน้าไม่เร็วนัก
กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ กล่าวด้วยว่า สำหรับคลื่นระลอกที่ 2 ที่กำลังเกิดขึ้นคือการรับ AI มาใช้และทุกคนจะมีส่วนร่วมได้ การรับ AI ไปใช้นั้นถ้าทำงานอย่างจริงจัง เพื่อทำให้พื้นฐานต่าง ๆ ที่มันพร้อมอยู่แล้วดีมากขึ้นไปอีกก็ยิ่งผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ต้องทำให้มั่นใจว่ามันจะยุติธรรมและปลอดภัยกับประเทศกำลังพัฒนา
คริสตาลินา จอร์จีวา ได้อ้างอิง ถึงข้อมูลจากรายงานของ World Bank ที่ระบุว่า การจะผลักดันให้ AI ช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ อับดับแรกคนจะต้องเข้าถึงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิตอลให้ได้ก่อน ในส่วนนี้เธอมองว่ารัฐบาลควรให้ความปลอดภัยและคุ้มครองเพื่อให้คนเปิดรับ AI มาใช้งาน แม้ ในอนาคตยังไม่ชัดเจนแต่จากการประเมินของ World Bank การเติบโตในเอเชีย 1 % ก็ถือว่าสูงมากกสำหรับประเทศกำลังพัฒนา
ซึ่งเมื่อขยายความว่า 1% ที่ว่านี้หมายถึงอะไร คริสตาลินา จอร์จีวา ยกตัวอย่างว่า ถ้าประเทศในเอเชียที่พัฒนาเร็วมากหรือเข้าสู่การมีสังคมสูงวัยมาก การเติบโตทางเศรษฐกิจแค่เพียง 1% ก็สามารถชดเชยกับที่ต้องเสียไปในสังคมสูงวัยได้แล้วและ AI จะเข้ามาชดเชยสังคมสูงวัยได้หรือาจเกินกว่าคำว่าชดเชย ซึ่งนั่นก็กลับไปที่ความสงสัยว่าทำไมตอนนี้โลกต้องตื่นเต้นกับ AI นั่นก็เพราะเหตุผลง่ายๆ คือ “มันเปลี่ยนโลกได้”
สรุปข่าว
เริ่มแล้วเวทีแรกของการประชุม IMF-World Bank 2026 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ ประเทศไทย เวทีแรกในวันนี้เริ่มต้นด้วยประเด็น Small AI: More and Better Job เมื่อหนึ่งในความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เกิดขึ้นกับโลกในตอนนี้คือ “ปัญญาประดิษฐ์” ประเด็นนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการประชุมครั้งนี้
ส่วนใหญ่แล้วเมื่อคนพูดถึง AI โดยเฉพาะในตอนนี้หลายคนมักพูดถึงเรื่อง “ความเสี่ยง” ของการพัฒนา AI ในด้านต่าง ๆ แต่บนเวที น Small AI: More and Better Job มีการตั้งคำถามใหม่ที่แตกต่างว่า AI จะสามารถสร้างงานและทำให้เกิดการเติบโตได้อย่างไร ? ซึ่งผู้ที่ร่วมเสวนาในบนเวทีแรกของวันนี้ (12 ตุลาคม) ประกอบด้วยบุคคลสำคัญอย่าง “อาเจย์ บังกา” ประธานกลุ่มธนาคารโลก และ “คริสตาลินา จอร์จีวา” กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
อาเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก กล่าวว่า ในฐานะประธานกลุ่มธนาคารโลก ขณะนี้ธนาคารโลกกำลังมุ่งเน้นเรื่องงานและปัญญาประดิษฐ์อย่างมาก เขากล่าวด้วยว่าในตอนนี้มีคนรุ่นใหม่กว่า 1.2 พันล้านคนที่กำลังจะเข้าสู่วัยทำงาน ซึ่งนั่นหมายถึงตัวแปรสำคัญในเชิงประชากรศาสตร์ แต่คำถามคือเราจะทำยังไงให้คนกลุ่มนี้มาช่วยสร้างการเติบโตของประเทศ
อาเจย์ บังกา มองว่า การเน้นสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและการวางรากฐานที่ดีคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดนโยบายและการกำกับดูแล AI เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ในกรณีนี้ประธานกลุ่มธนาคารโลก ชื่นชมและยกตัวอย่างว่า “สิงคโปร์” ถือเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในเรื่องนี้อย่างมาก สิ่งนี้จะเป็นการปูทางไปสู่การเคลื่อนย้ายเงินทุนภาคเอกชนซึ่งจะทำให้เกิดการสร้างงานได้และรัฐบาลก็ควรเข้ามาช่วยเหลือในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนที่ท้ายที่สุดจะทำให้สร้างงานได้เพิ่มราว 75-85%
คำถามคือ AI จะเข้ามาช่วยอย่างไร ? อาเจย์ บังกา มองว่าในตลาดเกิดใหม่ โลกไม่ได้ถกกันแค่เรื่องโมเดลภาษาขนาดใหญ่ของ AI แต่ เอาควร AI มาใช้เพื่อให้เกิดผลิตภาพในด้านต่าง ๆ เขายกตัวอย่างเช่น การนำมาใช้ในโรงเรียน หรือ การผลักดันให้เกษตรกรรายย่อยเข้าถึง AI ได้ สิ่งนี้คือรากฐานที่จะผลักดันให้ AI ทำให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจได้
ขณะที่ คริสตาลินา จอร์จีวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) บอกว่า ไม่ว่าคุณจะกลัว AI หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญแล้ว สำคัญที่ว่า AI “มันจะไม่จากเราไปไหน”
เธอกล่าวว่าตอนนี้โลกได้เห็นผลกระทบหรือคลื่นในรอบแรกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภาวะแรงกระแทกต่ออุปสงค์หรือการลงทุน แต่ขณะเดียวกัน AI ก็เริ่มสร้างให้เกิดการเติบโตขึ้นจริงในบางประเทศแล้ว หนึ่งในตัวอย่างคือ การสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) หรือการลงทุนในโมเดลต่าง ๆ ที่ขับเคลื่อน AI อยู่
เธอกล่าวต่อไปว่า เมื่อพูดเรื่องห่วงโซ่อุปทานมี 3 ประเทศสำคัญ ได้แก่ สหรัฐฯ จีน และอินเดีย ที่เป็นผู้ผลิต AI ที่สำคัญที่สุดในโลก ขณะเดียวกันแต่ก็มีกลุ่มคนที่สร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI โดยเฉพาะในเอเชียซึ่งก็รวมถึงประเทศไทยด้วย การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในเรื่อง AI จะทำให้เกิดการเติบโตของเศรษฐกิจประมาณ 3% แต่ก็อาจมีปัญหาในเรื่องภาวะช็อกจากความตึงเครียดด้านพลังงานที่เกิดขึ้นในรอบปีนี้และส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเดินหน้าไม่เร็วนัก
กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ กล่าวด้วยว่า สำหรับคลื่นระลอกที่ 2 ที่กำลังเกิดขึ้นคือการรับ AI มาใช้และทุกคนจะมีส่วนร่วมได้ การรับ AI ไปใช้นั้นถ้าทำงานอย่างจริงจัง เพื่อทำให้พื้นฐานต่าง ๆ ที่มันพร้อมอยู่แล้วดีมากขึ้นไปอีกก็ยิ่งผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ต้องทำให้มั่นใจว่ามันจะยุติธรรมและปลอดภัยกับประเทศกำลังพัฒนา
คริสตาลินา จอร์จีวา ได้อ้างอิง ถึงข้อมูลจากรายงานของ World Bank ที่ระบุว่า การจะผลักดันให้ AI ช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ อับดับแรกคนจะต้องเข้าถึงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิตอลให้ได้ก่อน ในส่วนนี้เธอมองว่ารัฐบาลควรให้ความปลอดภัยและคุ้มครองเพื่อให้คนเปิดรับ AI มาใช้งาน แม้ ในอนาคตยังไม่ชัดเจนแต่จากการประเมินของ World Bank การเติบโตในเอเชีย 1 % ก็ถือว่าสูงมากกสำหรับประเทศกำลังพัฒนา
ซึ่งเมื่อขยายความว่า 1% ที่ว่านี้หมายถึงอะไร คริสตาลินา จอร์จีวา ยกตัวอย่างว่า ถ้าประเทศในเอเชียที่พัฒนาเร็วมากหรือเข้าสู่การมีสังคมสูงวัยมาก การเติบโตทางเศรษฐกิจแค่เพียง 1% ก็สามารถชดเชยกับที่ต้องเสียไปในสังคมสูงวัยได้แล้วและ AI จะเข้ามาชดเชยสังคมสูงวัยได้หรือาจเกินกว่าคำว่าชดเชย ซึ่งนั่นก็กลับไปที่ความสงสัยว่าทำไมตอนนี้โลกต้องตื่นเต้นกับ AI นั่นก็เพราะเหตุผลง่ายๆ คือ “มันเปลี่ยนโลกได้”
- AI ติดโผ 1 ใน 17 ภัยคุกคามหายนะของโลก เสี่ยงกระทบสุขภาพและความอยู่รอดของมนุษย์
- เริ่มวันนี้! ประชุมประจำปี "IMF-World Bank" กรุงเทพฯ เจ้าภาพ วาระสำคัญอะไรบ้าง?
- ได้ประโยชน์ทั้งสองประเทศ! "ไทย-ติมอร์-เลสเต" ร่วมมือการค้า-ท่องเที่ยว ดันบินตรง
- เกมนี้ห้ามแพ้จีน? "ทรัมป์" ตั้งทีมระดับชาติ เปลี่ยนเอไอ เป็น Super Intelligence
- IMF–World Bank กลับมาไทยในรอบ 35 ปี สำคัญอย่างไร?
ที่มาข้อมูล : IMF / World Bank
ที่มารูปภาพ : Reuters
