ได้ประโยชน์ทั้งสองประเทศ! "ไทย-ติมอร์-เลสเต" ร่วมมือการค้า-ท่องเที่ยว ดันบินตรง

ไทย-ติมอร์ฯ ชื่นมื่น ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจ ขยายตลาดสินค้าเกษตรและอาหารไทย พร้อมผลักดันเที่ยวบินตรงเชื่อมการท่องเที่ยวระหว่างกัน
ไทยและติมอร์-เลสเตเดินหน้ายกระดับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกระตุ้นการค้าและการท่องเที่ยว สร้างโอกาสทางธุรกิจและรายได้ให้แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการหารือทวิภาคีระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับนายไก ราลา ซานานา กุซเมา (H.E. Mr. Kay Rala Xanana Gusmão) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต
นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่ได้ต้อนรับนายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเตเดินทางเยือนประเทศไทย ภายหลังติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบเมื่อปีที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า ไทยพร้อมสนับสนุนติมอร์-เลสเตในการมีส่วนร่วมกับประชาคมอาเซียนอย่างเต็มศักยภาพ โดยการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความสัมพันธ์และขับเคลื่อนความร่วมมือใน 5 ด้านสำคัญ ดังนี้
1. การเยือนระดับสูงและการหารือทวิภาคี ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อพัฒนาการเชิงบวกของความสัมพันธ์ระหว่างกัน และเห็นพ้องที่จะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดกิจกรรมร่วมกันเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 25 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ติมอร์-เลสเต ในปี 2570
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการจัดทำแถลงการณ์ร่วมเพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือในระยะต่อไป และการจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคี ซึ่งมีกำหนดจัดการประชุมครั้งแรกที่ติมอร์-เลสเตในเร็ว ๆ นี้ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการติดตามและผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
สรุปข่าว
ไทย-ติมอร์ฯ ชื่นมื่น ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจ ขยายตลาดสินค้าเกษตรและอาหารไทย พร้อมผลักดันเที่ยวบินตรงเชื่อมการท่องเที่ยวระหว่างกัน
ไทยและติมอร์-เลสเตเดินหน้ายกระดับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกระตุ้นการค้าและการท่องเที่ยว สร้างโอกาสทางธุรกิจและรายได้ให้แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการหารือทวิภาคีระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับนายไก ราลา ซานานา กุซเมา (H.E. Mr. Kay Rala Xanana Gusmão) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต
นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่ได้ต้อนรับนายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเตเดินทางเยือนประเทศไทย ภายหลังติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบเมื่อปีที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า ไทยพร้อมสนับสนุนติมอร์-เลสเตในการมีส่วนร่วมกับประชาคมอาเซียนอย่างเต็มศักยภาพ โดยการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความสัมพันธ์และขับเคลื่อนความร่วมมือใน 5 ด้านสำคัญ ดังนี้
1. การเยือนระดับสูงและการหารือทวิภาคี ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อพัฒนาการเชิงบวกของความสัมพันธ์ระหว่างกัน และเห็นพ้องที่จะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดกิจกรรมร่วมกันเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 25 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ติมอร์-เลสเต ในปี 2570
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการจัดทำแถลงการณ์ร่วมเพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือในระยะต่อไป และการจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคี ซึ่งมีกำหนดจัดการประชุมครั้งแรกที่ติมอร์-เลสเตในเร็ว ๆ นี้ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการติดตามและผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
2. ความร่วมมือด้านกลาโหมและความมั่นคง ไทยและติมอร์-เลสเตมีความสัมพันธ์ด้านการทหารมาอย่างยาวนาน โดยกองทัพไทยเคยมีบทบาทสนับสนุนภารกิจรักษาและสร้างสันติภาพในติมอร์-เลสเต ระหว่างปี 2542–2545
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทยมีกำหนดเดินทางเยือนติมอร์-เลสเตในอนาคตอันใกล้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือทางทหารระหว่างกัน พร้อมกันนี้ ไทยสนับสนุนโครงการอนุสรณ์สถานกองกำลังนานาชาติในติมอร์ (INTERFET Memorial) เพื่อรำลึกถึงบทบาทของกองกำลังนานาชาติในการสนับสนุนสันติภาพในติมอร์-เลสเต
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเพิ่มความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งในระดับทวิภาคีและระดับอาเซียน เพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่และเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน
3. ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่ายังมีศักยภาพอีกมากในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ไทยยืนยันความพร้อมในการเป็นหุ้นส่วนด้านความมั่นคงทางอาหารของติมอร์-เลสเต และจะร่วมกันอำนวยความสะดวกในการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปของไทยไปยังติมอร์-เลสเต รวมทั้งเร่งสรุปบันทึกความเข้าใจด้านการค้าข้าว ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่สินค้าเกษตรไทยและสร้างประโยชน์ต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงโอกาสการลงทุนของภาคเอกชนไทยในติมอร์-เลสเต โดยเฉพาะในสาขาที่มีศักยภาพ ได้แก่ เกษตรกรรมและการแปรรูปอาหาร พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และธุรกิจโรงแรม พร้อมส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจและสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ในด้านการคมนาคมและการเชื่อมโยงระหว่างประเทศ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเร่งผลักดันการสรุปความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศ เพื่อปูทางสู่การเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ กับกรุงดิลีในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนและนักธุรกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเพิ่มโอกาสในการขยายการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ
4. ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ไทยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนติมอร์-เลสเตมาอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2544 ไทยได้มอบทุนการศึกษาและโอกาสในการฝึกอบรมแก่บุคลากรจากติมอร์-เลสเตรวมแล้วกว่า 800 ทุนและโอกาส
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเร่งสรุปแผนงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2569–2571) โดยมุ่งเน้นสาขาที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศและคุณภาพชีวิตของประชาชน ได้แก่ การเกษตรอย่างยั่งยืน การพัฒนาชุมชน สาธารณสุข การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการเสริมสร้างขีดความสามารถที่เกี่ยวข้องกับอาเซียน
ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในติมอร์-เลสเต ซึ่งดำเนินการภายใต้พระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโรงเรียน 6 แห่ง เพื่อส่งเสริมโภชนาการ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
5. ความร่วมมือระดับภูมิภาค ไทยยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนติมอร์-เลสเตให้สามารถบูรณาการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนได้อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงสนับสนุนการเสริมสร้างขีดความสามารถเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในอนาคต เพื่อให้ติมอร์-เลสเตสามารถมีบทบาทในการขับเคลื่อนความร่วมมือและการพัฒนาของภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค โดยเฉพาะสถานการณ์ในเมียนมา และเห็นพ้องถึงความสำคัญของการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเมียนมาในฐานะสมาชิกครอบครัวอาเซียน ควบคู่กับการสนับสนุนให้สถานการณ์ในเมียนมามีพัฒนาการในทิศทางที่ดีขึ้น โดยไทยยืนยันความสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศ เพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงของภูมิภาค
นายเอกภพ กล่าวว่า การหารือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ไทย–ติมอร์-เลสเตให้แน่นแฟ้นและครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการต่อยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งการขยายตลาดสินค้าเกษตรและอาหารไทย การเพิ่มโอกาสการลงทุนของภาคเอกชน และการส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านการคมนาคมและการท่องเที่ยว ควบคู่กับความร่วมมือด้านความมั่นคงและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
ทั้งสองฝ่ายพร้อมติดตามและผลักดันผลการหารือไปสู่การปฏิบัติ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน
- อนุทินเผยเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ใกล้สำเร็จ เหลือแค่ย่อหน้าสุดท้าย
- อนุทินสั่งระบายน้ำข้ามจังหวัด พร้อมเร่ง ปภ. เยียวยา 10,400 ครัวเรือน รวม 94 ล้านบาท
- นายกฯ ย้ำจุดยืน “ปฏิรูปสหประชาชาติ” บนเวที UNGA
- ชวนลงทุนไทย! “อนุทิน” เดินสายพบเอกชนชั้นนำในสหรัฐฯ BofA Microsoft PIMCO
- เกาะติด ภารกิจนายกฯ ร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ พบสถาบันการเงิน บิ๊กเทค สหรัฐฯ
รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ
