TNN Exclusive: สนทนายามบ่ายกับทูตออสเตรเลีย และ 3 คำนิยาม ‘ประเทศไทย’

Share on Line Share on Facebook Share on X
TNN Exclusive: สนทนายามบ่ายกับทูตออสเตรเลีย และ 3 คำนิยาม ‘ประเทศไทย’

ท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลายในยามบ่าย การจิบชาสนทนากับ นายพาโบล คัง เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยคนใหม่ ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้เราได้ทำความรู้จักกับตัวตนและมุมมองของนักการทูตผู้คร่ำหวอดในภูมิภาคนี้ แต่ยังเป็นเข็มทิศฉายภาพอนาคตความสัมพันธ์ระหว่าง ไทยกับออสเตรเลีย ที่กำลังก้าวเข้าสู่หลักกิโลเมตรสำคัญในวาระครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ในปีหน้า


หมุดหมายใหม่ในรอบ 14 ปี: เสียงตอบรับการเยือนออสเตรเลียของผู้นำไทย

"เป็นการเยือนที่เต็มไปด้วยพลังและสร้างแรงเหวี่ยง (Momentum) ครั้งสำคัญ" เอกอัครราชทูตฯพาโบล เริ่มต้นสะท้อนภาพการเยือนประเทศออสเตรเลียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยและคณะ

การเดินทางครั้งนี้มีความหมายลึกซึ้งทางการทูต เนื่องจากเป็น การเยือนระดับทวิภาคีอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยในรอบ 14 ปี นับตั้งแต่ปี 2012 แม้ว่าก่อนหน้านี้ผู้นำไทยจะเคยเดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอด ASEAN-Australia ในปี 2018 และ 2024 แต่การเยือนครั้งนี้ถือเป็นการมุ่งเน้นความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-ออสเตรเลียโดยตรง

การต้อนรับจัดขึ้นอย่างสมเกียรติตั้งแต่ซิดนีย์ถึงแคนเบอร์รา ผู้นำไทยได้เข้าพบผู้สำเร็จราชการแห่งออสเตรเลีย และผู้ว่าการรัฐนิวเซาท์เวลส์ พร้อมทั้งร่วมการประชุมเป็นทางการใน ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี (Cabinet Room) ณ อาคารรัฐสภา แคนเบอร์รา โดยมีนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แอนโทนี อัลบาเนซี และรัฐมนตรีสำคัญๆ ร่วมหารือกับคณะรัฐมนตรีของไทยด้วย



ร็อกเกอร์ ดนตรี และ ‘The Lodge’: ความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง

นอกเหนือจากการประชุมในพิธีการ บรรยากาศในการกระชับความสัมพันธ์ยังสะท้อนผ่านงานเลี้ยงอาหารค่ำ ณ 'The Lodge' บ้านพักอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย

"นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียของเราเป็นแฟนตัวยงของดนตรีร็อก โดยเฉพาะดนตรีออสเตรเลียในยุค 70s และ 80s และในวัยหนุ่มท่านเคยเป็น DJ มาก่อน" ท่านทูตเล่าพร้อมรอยยิ้ม 

ผู้นำออสเตรเลียได้มอบของขวัญแสนพิเศษเป็น แผ่นเสียงไวนิลของ Midnight Oil วงร็อกระดับตำนานของออสเตรเลียแก่นายกรัฐมนตรีไทย สะท้อนถึงมิตรภาพที่เป็นกันเองและความเข้าใจระหว่างบุคคล

นอกจากนี้ นายกฯอนุทิน ยังได้เชิญนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียเดินทางมาเยือนไทยในปีหน้า เพื่อเฉลิมฉลองวาระ 75 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1952 ด้วยและผู้นำออสเตรเลียได้ตอบรับคำเชิญดังกล่าวแล้ว


สรุปข่าว

"พาโบล คัง" เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย เปิดมุมมองความสัมพันธ์ไทย–ออสเตรเลียที่กำลังก้าวสู่หมุดหมาย 75 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2027 หลังการเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยในรอบ 14 ปี ซึ่งช่วยสร้างแรงส่งใหม่ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการลงทุน โดยออสเตรเลียเตรียมดึงกองทุน Superannuation เข้ามามองหาโอกาสลงทุนในไทย พร้อมความร่วมมือด้านเทคโนโลยี พลังงานสะอาด Data Center และเคเบิลใต้ทะเล Talay Link รวมถึงสนับสนุนไทยเข้า OECD และจับมือปราบอาชญากรรมข้ามชาติ ขณะเดียวกัน ทูตคังยังแบ่งปันบทเรียนจากกฎหมายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ก่อนนิยามประเทศไทยใน 3 คำว่า “Friendly – Diverse – Rich” พร้อมตั้งเป้าส่งต่อความสัมพันธ์ไทย–ออสเตรเลียให้แข็งแกร่งยิ่งกว่าวันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง

ท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลายในยามบ่าย การจิบชาสนทนากับ นายพาโบล คัง เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยคนใหม่ ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้เราได้ทำความรู้จักกับตัวตนและมุมมองของนักการทูตผู้คร่ำหวอดในภูมิภาคนี้ แต่ยังเป็นเข็มทิศฉายภาพอนาคตความสัมพันธ์ระหว่าง ไทยกับออสเตรเลีย ที่กำลังก้าวเข้าสู่หลักกิโลเมตรสำคัญในวาระครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ในปีหน้า


หมุดหมายใหม่ในรอบ 14 ปี: เสียงตอบรับการเยือนออสเตรเลียของผู้นำไทย

"เป็นการเยือนที่เต็มไปด้วยพลังและสร้างแรงเหวี่ยง (Momentum) ครั้งสำคัญ" เอกอัครราชทูตฯพาโบล เริ่มต้นสะท้อนภาพการเยือนประเทศออสเตรเลียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยและคณะ

การเดินทางครั้งนี้มีความหมายลึกซึ้งทางการทูต เนื่องจากเป็น การเยือนระดับทวิภาคีอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยในรอบ 14 ปี นับตั้งแต่ปี 2012 แม้ว่าก่อนหน้านี้ผู้นำไทยจะเคยเดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอด ASEAN-Australia ในปี 2018 และ 2024 แต่การเยือนครั้งนี้ถือเป็นการมุ่งเน้นความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-ออสเตรเลียโดยตรง

การต้อนรับจัดขึ้นอย่างสมเกียรติตั้งแต่ซิดนีย์ถึงแคนเบอร์รา ผู้นำไทยได้เข้าพบผู้สำเร็จราชการแห่งออสเตรเลีย และผู้ว่าการรัฐนิวเซาท์เวลส์ พร้อมทั้งร่วมการประชุมเป็นทางการใน ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี (Cabinet Room) ณ อาคารรัฐสภา แคนเบอร์รา โดยมีนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แอนโทนี อัลบาเนซี และรัฐมนตรีสำคัญๆ ร่วมหารือกับคณะรัฐมนตรีของไทยด้วย



ร็อกเกอร์ ดนตรี และ ‘The Lodge’: ความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง

นอกเหนือจากการประชุมในพิธีการ บรรยากาศในการกระชับความสัมพันธ์ยังสะท้อนผ่านงานเลี้ยงอาหารค่ำ ณ 'The Lodge' บ้านพักอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย

"นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียของเราเป็นแฟนตัวยงของดนตรีร็อก โดยเฉพาะดนตรีออสเตรเลียในยุค 70s และ 80s และในวัยหนุ่มท่านเคยเป็น DJ มาก่อน" ท่านทูตเล่าพร้อมรอยยิ้ม 

ผู้นำออสเตรเลียได้มอบของขวัญแสนพิเศษเป็น แผ่นเสียงไวนิลของ Midnight Oil วงร็อกระดับตำนานของออสเตรเลียแก่นายกรัฐมนตรีไทย สะท้อนถึงมิตรภาพที่เป็นกันเองและความเข้าใจระหว่างบุคคล

นอกจากนี้ นายกฯอนุทิน ยังได้เชิญนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียเดินทางมาเยือนไทยในปีหน้า เพื่อเฉลิมฉลองวาระ 75 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1952 ด้วยและผู้นำออสเตรเลียได้ตอบรับคำเชิญดังกล่าวแล้ว


ยกระดับความมั่นคงและเศรษฐกิจสองทาง

ผลลัพธ์จากการเยือนถูกถอดออกมาเป็นกรอบความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมผ่าน 4 ข้อตกลงและแถลงการณ์สำคัญ:

  1. แถลงการณ์ว่าด้วยการยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ: มุ่งเน้นการสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน และการส่งเสริมความร่วมมือด้าน AI
  2. แถลงการณ์ว่าด้วยความร่วมมือปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ: ครอบคลุมการกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์ออนไลน์ ยาเสพติด และการค้าบุหรี่หนีภาษี
  3. กลไกการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมสม่ำเสมอ: การสถาปนากลไกหารือระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นครั้งแรก เพื่อสานต่อความสัมพันธ์ทางทหารที่มีมานานหลายทศวรรษ
  4. แผนปฏิบัติการร่วม 4 ปี (Joint Plan of Action): แผนขับเคลื่อนหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ที่ลงนามโดยรัฐมนตรีการต่างประเทศของทั้งสองประเทศ


ดึงทุนใหญ่ ‘Superannuation’ และเคเบิลใต้ทะเลพร้อมเปิดปีหน้า

ในมิติเศรษฐกิจ ออสเตรเลียมองเห็นศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด

  • Canva กับผู้ใช้ชาวไทย 7 ล้านคน: นายกรัฐมนตรีไทยได้เข้าเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของ Canva ที่ซิดนีย์ ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด โดยมีผู้ใช้ประจำกว่า 7 ล้านคน (1 ใน 10 ของประชากรไทย) โดยมีการหารือถึงการนำเครื่องมือดิจิทัลเข้ามาเสริมทักษะการศึกษาในไทย
  • กองทุนบำนาญระดับโลก (Superannuation Funds): ออสเตรเลียเตรียมนำคณะนักลงทุนจากกองทุนบำนาญที่มีสินทรัพย์รวมหลายล้านล้านดอลลาร์ เดินทางมายังประเทศไทย เพื่อแสวงหาโอกาสลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม พลังงานหมุนเวียน เป็นต้น
  • เคเบิลใต้ทะเล Talay Link: Google กำลังก่อสร้างสายเคเบิลใต้ทะเลเชื่อมตรงจาก สตูล สู่ ตอนใต้เมืองเพิร์ธ (ทางตะวันตกของออสเตรเลีย) ซึ่งจะเปิดใช้งานในปีหน้า เป็นเส้นทางตรงที่สั้นที่สุดเพื่อรองรับการเติบโตของการลงทุนใน Data Center
  • มาตรฐาน Net Zero และ ลิขสิทธิ์ AI: ออสเตรเลียเน้นย้ำว่า การลงทุน Data Center ต้องสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero 2050 โดยใช้พลังงานหมุนเวียน พร้อมทั้งยืนยันนโยบาย ไม่ยกเว้นลิขสิทธิ์ Data Mining ให้กับบริษัท AI เพื่อคุ้มครองผลงานของครีเอเตอร์อย่างเป็นธรรม


หนุนไทยเข้า OECD และการปฏิรูปสภาพแวดล้อมการลงทุน

ออสเตรเลียให้การสนับสนุนประเทศไทยอย่างเต็มที่ในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งไทยตั้งเป้าหมายไว้ในปี 2028 โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ออสเตรเลียได้พาบุคลากรภาครัฐและเอกชนไทยกว่า 50 คนไปศึกษาดูงานด้านต่างๆที่เกี่ยวข้อง พร้อมเตรียมจัดกิจกรรมร่วมกับเลขาธิการ OECD ที่จะเดินทางมาเยือนไทยในเดือนพฤศจิกายน

ท่านทูตออสเตรเลียยอมรับว่านักลงทุนบางส่วนอาจมองข้ามไทยไปมองอินโดนีเซีย (ประชากรสูงและเศรษฐกิจโตเร็ว), สิงคโปร์, เวียดนาม หรือฟิลิปปินส์ รวมถึงข้อกังวลเกี่ยวกับกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (Foreign Business Act) และโครงสร้างนอมินี) ซึ่งการเข้าร่วม OECD และการปฏิรูปเศรษฐกิจจะช่วยเพิ่มเสน่ห์การลงทุนของไทยได้


จับมือปราบอาชญากรรมข้ามชาติ: สุนัขตำรวจ สแกมเมอร์ และยาเสพติด

ความร่วมมือด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมายระหว่างสองประเทศมีความใกล้ชิดอย่างยิ่ง

ออสเตรเลียได้สนับสนุน โครงการสุนัขตรวจค้น (Detector Dogs) ซึ่งเป็นสุนัข K9 ที่ได้รับการฝึกฝนขั้นสูง ปฏิบัติการร่วมกับกรมศุลกากรไทย ณ ท่าอากาศยานในกรุงเทพฯ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนยาไอซ์ นอกจากนี้ยังร่วมมือกันกวาดล้างการลักลอบขนส่งบุหรี่หนีภาษีข้ามชาติ และการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ออนไลน์ตามแนวชายแดน ซึ่งสร้างความเสียหายต่อทั้งชาวออสเตรเลียและตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์


จากบทเรียนการสูญเสีย สู่กฎหมายแบนโซเชียลมีเดียเด็กต่ำกว่า 16 ปีแห่งแรกของโลก

เมื่อบทสนทนาย้ายมาสู่มิติสังคม ท่านทูตได้แบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับ กฎหมายห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปีมีบัญชีโซเชียลมีเดีย ซึ่งออสเตรเลียเป็นประเทศแรกในโลกที่บังคับใช้

กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากมุมมองของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก พลังของผู้ปกครอง ที่ต้องเผชิญกับภัย Cyberbullying ท่านทูตเล่าถึงเหตุการณ์ในงานประชุมใหญ่สหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์กเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมารดาของเด็กหญิงวัย 13 ปีในออสเตรเลียที่เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายเนื่องจากถูกกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ ได้ขึ้นกล่าวสะเทือนใจและกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสังคม ประกอบกับการที่โรงเรียนในออสเตรเลียส่วนใหญ่กำหนดให้นักเรียนต้องเก็บโทรศัพท์ไว้นอกห้องเรียน

ในฐานะคุณพ่อ ท่านทูตพาโบลย้ำว่าโซเชียลมีเดียมีประโยชน์ในการเชื่อมต่อความสัมพันธ์ ดังเช่นช่วงโควิด-19 ที่ครอบครัวต้องกักตัวในกัมพูชา แต่สิ่งสำคัญคือการสร้างสมดุล ควบคุมเวลาหน้าจอ และส่งเสริมให้เด็กๆ ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งและเล่นกีฬา


3 คำจำกัดความ “ประเทศไทย” และปณิธานของเอกอัครราชทูต

เมื่อถูกขอให้ให้คำจำกัดความประเทศไทยใน 3 คำ เอกอัครราชทูตออสเตรเลียตอบอย่างไม่ลังเล

  1. Friendly (เป็นมิตร): ความใจดีและเอื้อเฟื้อของผู้คนไทยที่พร้อมช่วยเหลือคนแปลกหน้าเสมอ
  2. Diverse (ความหลากหลาย): ความหลากหลายของชีวิต สังคม และมิติต่างๆ 
  3. Rich (ความรุ่มรวย): รุ่มรวยในประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ศาสนา และมิติอันลึกซึ้ง (พร้อมเสริมด้วยรอยยิ้มว่า "และผมรักอาหารไทยมากครับ")


ท่านทูตปิดท้ายการสนทนายามบ่ายด้วยปณิธานการทำงานว่า "เป้าหมายของเอกอัครราชทูตทุกคนคือการส่งต่อความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าวันแรกที่เดินทางมาถึง โชคดีที่ออสเตรเลียและไทยมีความสัมพันธ์ที่ครอบคลุมหลากหลายมิติ และสถานทูตของเราในกรุงเทพฯ ก็เป็นหนึ่งในสถานทูตที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งพร้อมจะขับเคลื่อนความร่วมมือให้ก้าวหน้าต่อไป"

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : DFAT