ไทยโต้กัมพูชา “บิดเบือนข้อมูล” อ้างเมียนมาหนุนกัมพูชา ย้ำทางออกคือ “เจรจา-สันติวิธี”

Share on Line Share on Facebook Share on X
ไทยโต้กัมพูชา “บิดเบือนข้อมูล” อ้างเมียนมาหนุนกัมพูชา ย้ำทางออกคือ “เจรจา-สันติวิธี”

สื่อกัมพูชา Khmer Times รายงานว่า เจีย ธิริธ โฆษกวุฒิสภากัมพูชา เปิดเผยผลการพบหารือระหว่างฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและผู้รักษาการประมุขแห่งรัฐกัมพูชา กับมิน อ่อง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ที่กรุงพนมเปญ โดยการหารือครอบคลุมความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกัมพูชากับเมียนมา รวมถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค

ตามรายงาน ฮุน เซน ได้หยิบยกประเด็นข้อพิพาทชายแดนกัมพูชา-ไทยขึ้นหารือ โดยกล่าวว่าปัญหาดังกล่าวดำเนินต่อเนื่องมานานกว่า 2 ปี พร้อมกล่าวหาฝ่ายไทยว่ายังคงละเมิดและเข้ายึดครองดินแดนกัมพูชาอย่างผิดกฎหมาย และระบุว่าการกระทำของไทยได้รับความสนใจจากประชาคมระหว่างประเทศ โดยฝ่ายกัมพูชามองว่าเป็นการดำเนินการในลักษณะก้าวร้าว

สรุปข่าว

ไทยโต้กัมพูชาว่าบิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับท่าทีของเมียนมาในข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา หลังสื่อกัมพูชารายงานว่าประธานาธิบดีเมียนมา มิน อ่อง ไลง์ "สนับสนุนจุดยืนของกัมพูชาอย่างเต็มที่" ในขณะที่กระทรวงการต่างประเทศไทยชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่สะท้อนเนื้อหาที่ครบถ้วน และโฆษกประธานาธิบดีเมียนมาได้ชี้แจงว่า เมียนมาสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและการเจรจาระหว่างคู่กรณี โดยให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของภูมิภาคโดยรวม ไม่ใช่การสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

สื่อกัมพูชา Khmer Times รายงานว่า เจีย ธิริธ โฆษกวุฒิสภากัมพูชา เปิดเผยผลการพบหารือระหว่างฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและผู้รักษาการประมุขแห่งรัฐกัมพูชา กับมิน อ่อง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ที่กรุงพนมเปญ โดยการหารือครอบคลุมความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกัมพูชากับเมียนมา รวมถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค

ตามรายงาน ฮุน เซน ได้หยิบยกประเด็นข้อพิพาทชายแดนกัมพูชา-ไทยขึ้นหารือ โดยกล่าวว่าปัญหาดังกล่าวดำเนินต่อเนื่องมานานกว่า 2 ปี พร้อมกล่าวหาฝ่ายไทยว่ายังคงละเมิดและเข้ายึดครองดินแดนกัมพูชาอย่างผิดกฎหมาย และระบุว่าการกระทำของไทยได้รับความสนใจจากประชาคมระหว่างประเทศ โดยฝ่ายกัมพูชามองว่าเป็นการดำเนินการในลักษณะก้าวร้าว

ฮุน เซน ยังได้บรรยายถึงประวัติความเป็นมาของข้อพิพาท ตลอดจนข้อกังวลของกัมพูชาต่อการดำเนินการของไทย รวมถึงพัฒนาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหลังการประกาศหยุดยิง

สื่อกัมพูชารายงานต่อว่า ฮุน เซน ได้ย้ำจุดยืนของกัมพูชาว่า ปัญหาชายแดนควรได้รับการแก้ไขด้วยสันติวิธี และอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรงต่อสิ่งที่กัมพูชาระบุว่าเป็นการยึดครองดินแดนของตนโดยผิดกฎหมาย

เจีย ธิริธ ระบุว่า มิน อ่อง ไลง์ แสดงการสนับสนุนแนวทางของกัมพูชาในการแก้ไขข้อพิพาทดังกล่าว โดยอ้างคำกล่าวของประธานาธิบดีเมียนมาว่า เมียนมาสนับสนุนจุดยืนของกัมพูชาอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาชายแดนกัมพูชา-ไทยด้วยสันติวิธี

รายงานดังกล่าวยังระบุว่า มิน อ่อง ไลง์  หวังว่าสถานการณ์จะกลับคืนสู่ภาวะปกติ และเสถียรภาพรวมถึงสันติภาพจะกลับคืนมาระหว่างไทยกับกัมพูชา

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยออกมาชี้แจงข้อมูลดังกล่าว โดยใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า การพิจารณาท่าทีของเมียนมาควรยึดจากข้อเท็จจริงและคำชี้แจงจากฝ่ายเมียนมาโดยตรง

ใจไทยกล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 12 กันยายน โฆษกประธานาธิบดีเมียนมาได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่า มิน อ่อง ไลง์ เห็นว่าแนวทางที่ดีที่สุดในการจัดการปัญหาชายแดนคือการใช้สันติวิธี และสิ่งสำคัญคือการเปิดการเจรจาหารือระหว่างฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหาทางออกที่ดีที่สุด

นอกจากนี้ ท่าทีที่โฆษกประธานาธิบดีเมียนมาชี้แจงยังระบุว่า เมียนมาเรียกร้องให้กัมพูชาใช้แนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหาชายแดน และให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของภูมิภาคในภาพรวม

คำชี้แจงดังกล่าวจึงแตกต่างจากการนำเสนอของสื่อกัมพูชาที่ระบุว่า ประธานาธิบดีเมียนมา “สนับสนุนจุดยืนของกัมพูชาอย่างเต็มที่” ในข้อพิพาทกับไทย โดยฝ่ายไทยเห็นว่า ท่าทีของเมียนมาที่ปรากฏจากคำชี้แจงโดยตรงนั้น เป็นการสนับสนุนหลักการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและการเจรจา มากกว่าการประกาศสนับสนุนจุดยืนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในข้อพิพาท

อธิบดีกรมสารนิเทศยังระบุว่า กรณีนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนรูปแบบการนำเสนอข้อมูลของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งฝ่ายไทยมองว่ามีการเลือกหรือบิดเบือนข้อมูลบางส่วนเพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ฝ่ายตนเอง พร้อมชี้ว่า การนำเสนอข้อมูลในลักษณะดังกล่าวไม่ช่วยสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจา และอาจเป็นอุปสรรคต่อความพยายามในการหาทางออกของปัญหาชายแดนอย่างยั่งยืน

ท่าทีของไทยจึงย้ำว่า การประเมินจุดยืนของประเทศที่สามต่อข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ควรพิจารณาจากเนื้อหาที่ประเทศนั้นสื่อสารโดยตรง และไม่ควรตีความหรือขยายความไปไกลกว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ไทยและกัมพูชายังอยู่ระหว่างการใช้กลไกการเจรจาเพื่อคลี่คลายปัญหาชายแดน

ขณะเดียวกัน ทั้งรายงานจากฝั่งกัมพูชาและคำชี้แจงจากฝ่ายไทยต่างกล่าวถึง “สันติวิธี” และ “การเจรจา” เป็นองค์ประกอบสำคัญในการแก้ไขปัญหา แต่ประเด็นที่แตกต่างกันอยู่ที่การตีความว่า ท่าทีของเมียนมานั้นเป็นการสนับสนุนจุดยืนของกัมพูชาโดยตรง หรือเป็นการสนับสนุนหลักการให้คู่กรณีแก้ไขข้อพิพาทผ่านการเจรจาและคำนึงถึงเสถียรภาพของภูมิภาคโดยรวม