บ้านแพงแซงรายได้ คนรุ่นใหม่ซื้อบ้านไม่ไหว สะเทือนเศรษฐกิจ "ออสเตรเลีย" อย่างไร?
ดับฝันคนรุ่นใหม่? บ้านออสเตรเลียพุ่ง 400% รายได้โตไม่ทัน
มีใครที่ฝันอยากจะมีบ้านเป็นของตัวเองบ้าง แล้วเพราะอะไรถึงทำไม่สำเร็จ หรือทำไมกว่าจะซื้อได้ต้องใช้เวลานานขึ้น? ปัญหานี้อาจไม่ได้อยู่ที่ว่า “คนรุ่นใหม่ไม่อยากมีบ้าน” แต่อาจเป็นเพราะราคาบ้านวิ่งเร็วกว่ารายได้ไปไกลมาก
ล่าสุด ปัญหานี้กำลังเกิดขึ้นที่ออสเตรเลีย เพราะราคาบ้านปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก แต่รายได้ของคนในประเทศกลับโตตามไม่ทัน และทำให้คนรุ่นใหม่ไม่สามารถตั้งตัวซื้อบ้านเป็นของตัวเองได้
ราคาบ้านพุ่ง 400% คนรุ่นใหม่เข้าไม่ถึงตลาด
ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงการคลังของออสเตรเลีย เปิดเผยรายงานภาวะประชากรระหว่างรุ่น หรือ Intergenerational Report ฉบับแรกในรอบ 3 ปี
ประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึงอย่างมาก คือเรื่องการซื้อบ้านของคนรุ่นใหม่
รายงานระบุว่า ชาวออสเตรเลียที่เกิดหลังปี 2533 กำลังเข้าไม่ถึงตลาดที่อยู่อาศัย เพราะราคาบ้านปรับตัวสูงขึ้นถึง 400% นับตั้งแต่ปี 2542 ซึ่งเติบโตเร็วกว่ารายได้เฉลี่ยมากกว่าสองเท่า
ผลที่ตามมาคือ สัดส่วนการเป็นเจ้าของบ้านของคนรุ่นใหม่ในประเทศหดตัวลงอย่างรุนแรง ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว คนรุ่นใหม่ในยุคนี้มีระดับการศึกษาที่ดีกว่า และมีอายุยืนยาวกว่าคนรุ่นก่อน ๆ
ปัญหาบ้านราคาแพงขึ้นจึงกระทบกับคนรุ่นใหม่โดยตรง ทั้งเรื่องการตั้งตัว โครงสร้างประเทศ และเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน
ข้อมูลในรายงานรัฐบาลออสเตรเลียพบว่า อัตราการเป็นเจ้าของบ้านของคนอายุ 25-34 ปี ลดลงถึง 17 จุดเปอร์เซ็นต์ ในช่วงประมาณ 40 ปี นับจนถึงปี 2564
พูดง่าย ๆ คือ ไม่ใช่ว่าคนรุ่นใหม่ซื้อบ้านช้าลง หรือรอซื้อบ้านในอนาคต แต่หมายถึงคนรุ่นนี้อาจไม่มีบ้านเป็นของตัวเองเลยมากขึ้นเรื่อย ๆ หากเทียบกับในอดีตถือว่าต่างกันอย่างมาก
และที่สำคัญ ปัญหาไม่ใช่ว่าคนรุ่นใหม่ “ไม่อยากซื้อบ้าน” แต่เป็นเพราะเจอกำแพงและข้อจำกัดเรื่อง “ราคากับรายได้”
ทำไมบ้านออสเตรเลียแพงขึ้น?
คำสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ ทำไมบ้านออสเตรเลียแพงขึ้น?
คำตอบมีหลายด้าน
ข้อแรก คนต้องการบ้านเพิ่ม แต่บ้านสร้างไม่ทัน
ออสเตรเลียมีประชากรเพิ่มขึ้น ทั้งจากการเติบโตของประชากรและการย้ายถิ่น ขณะที่จำนวนบ้านใหม่ไม่ได้เพิ่มทันกับความต้องการ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่
ข้อสอง ที่ดินสร้างบ้านไม่ได้ง่าย ๆ
เรื่องนี้สำคัญมาก ไม่ใช่ว่ามีคนอยากซื้อบ้านแล้วผู้ประกอบการจะสร้างเพิ่มได้ทันที เพราะออสเตรเลียมีข้อจำกัดเรื่องผังเมือง การใช้ที่ดิน และกฎการอนุญาตก่อสร้าง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่
OECD มองว่า ข้อจำกัดด้าน zoning และ planning เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ supply บ้านตามความต้องการไม่ทัน
พูดง่าย ๆ คือ คนอยากได้บ้านเพิ่ม แต่บ้านใหม่ออกมาไม่ทัน เมื่อของมีจำกัด แต่คนต้องการมาก ราคาก็ถูกดันขึ้น
สรุปข่าว
ดับฝันคนรุ่นใหม่? บ้านออสเตรเลียพุ่ง 400% รายได้โตไม่ทัน
มีใครที่ฝันอยากจะมีบ้านเป็นของตัวเองบ้าง แล้วเพราะอะไรถึงทำไม่สำเร็จ หรือทำไมกว่าจะซื้อได้ต้องใช้เวลานานขึ้น? ปัญหานี้อาจไม่ได้อยู่ที่ว่า “คนรุ่นใหม่ไม่อยากมีบ้าน” แต่อาจเป็นเพราะราคาบ้านวิ่งเร็วกว่ารายได้ไปไกลมาก
ล่าสุด ปัญหานี้กำลังเกิดขึ้นที่ออสเตรเลีย เพราะราคาบ้านปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก แต่รายได้ของคนในประเทศกลับโตตามไม่ทัน และทำให้คนรุ่นใหม่ไม่สามารถตั้งตัวซื้อบ้านเป็นของตัวเองได้
ราคาบ้านพุ่ง 400% คนรุ่นใหม่เข้าไม่ถึงตลาด
ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงการคลังของออสเตรเลีย เปิดเผยรายงานภาวะประชากรระหว่างรุ่น หรือ Intergenerational Report ฉบับแรกในรอบ 3 ปี
ประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึงอย่างมาก คือเรื่องการซื้อบ้านของคนรุ่นใหม่
รายงานระบุว่า ชาวออสเตรเลียที่เกิดหลังปี 2533 กำลังเข้าไม่ถึงตลาดที่อยู่อาศัย เพราะราคาบ้านปรับตัวสูงขึ้นถึง 400% นับตั้งแต่ปี 2542 ซึ่งเติบโตเร็วกว่ารายได้เฉลี่ยมากกว่าสองเท่า
ผลที่ตามมาคือ สัดส่วนการเป็นเจ้าของบ้านของคนรุ่นใหม่ในประเทศหดตัวลงอย่างรุนแรง ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว คนรุ่นใหม่ในยุคนี้มีระดับการศึกษาที่ดีกว่า และมีอายุยืนยาวกว่าคนรุ่นก่อน ๆ
ปัญหาบ้านราคาแพงขึ้นจึงกระทบกับคนรุ่นใหม่โดยตรง ทั้งเรื่องการตั้งตัว โครงสร้างประเทศ และเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน
ข้อมูลในรายงานรัฐบาลออสเตรเลียพบว่า อัตราการเป็นเจ้าของบ้านของคนอายุ 25-34 ปี ลดลงถึง 17 จุดเปอร์เซ็นต์ ในช่วงประมาณ 40 ปี นับจนถึงปี 2564
พูดง่าย ๆ คือ ไม่ใช่ว่าคนรุ่นใหม่ซื้อบ้านช้าลง หรือรอซื้อบ้านในอนาคต แต่หมายถึงคนรุ่นนี้อาจไม่มีบ้านเป็นของตัวเองเลยมากขึ้นเรื่อย ๆ หากเทียบกับในอดีตถือว่าต่างกันอย่างมาก
และที่สำคัญ ปัญหาไม่ใช่ว่าคนรุ่นใหม่ “ไม่อยากซื้อบ้าน” แต่เป็นเพราะเจอกำแพงและข้อจำกัดเรื่อง “ราคากับรายได้”
ทำไมบ้านออสเตรเลียแพงขึ้น?
คำสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ ทำไมบ้านออสเตรเลียแพงขึ้น?
คำตอบมีหลายด้าน
ข้อแรก คนต้องการบ้านเพิ่ม แต่บ้านสร้างไม่ทัน
ออสเตรเลียมีประชากรเพิ่มขึ้น ทั้งจากการเติบโตของประชากรและการย้ายถิ่น ขณะที่จำนวนบ้านใหม่ไม่ได้เพิ่มทันกับความต้องการ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่
ข้อสอง ที่ดินสร้างบ้านไม่ได้ง่าย ๆ
เรื่องนี้สำคัญมาก ไม่ใช่ว่ามีคนอยากซื้อบ้านแล้วผู้ประกอบการจะสร้างเพิ่มได้ทันที เพราะออสเตรเลียมีข้อจำกัดเรื่องผังเมือง การใช้ที่ดิน และกฎการอนุญาตก่อสร้าง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่
OECD มองว่า ข้อจำกัดด้าน zoning และ planning เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ supply บ้านตามความต้องการไม่ทัน
พูดง่าย ๆ คือ คนอยากได้บ้านเพิ่ม แต่บ้านใหม่ออกมาไม่ทัน เมื่อของมีจำกัด แต่คนต้องการมาก ราคาก็ถูกดันขึ้น
ต้นทุนสร้างแพง บ้านกลายเป็นสินทรัพย์ลงทุน
ข้อสาม ต้นทุนสร้างบ้านก็แพงขึ้น รวมถึงปัญหาขาดแคลนแรงงานก่อสร้าง
OECD ระบุว่าแรงกดดันด้านต้นทุนก่อสร้างเป็นอีกปัจจัยที่ซ้ำเติมปัญหา housing affordability ของออสเตรเลีย
ดังนั้น ต่อให้ผู้ประกอบการอยากสร้างบ้านเพิ่ม ต้นทุนบ้านหลังใหม่ก็สูงขึ้นตามไปด้วย
ข้อสี่ บ้านไม่ได้ถูกซื้อเพื่ออยู่อย่างเดียว แต่กลายเป็น “สินทรัพย์ลงทุน”
อันนี้เป็นอีกจุดที่น่าสนใจมาก เมื่อบ้านถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่สามารถสร้างความมั่งคั่งได้ คนที่มีเงินและสามารถกู้ได้ ก็มีแรงจูงใจที่จะซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
รัฐบาลออสเตรเลียเองระบุว่า การเปิดกว้างด้านสินเชื่อในอดีตทำให้คนสามารถกู้เงินได้มากขึ้น และช่วยผลักดันราคาบ้าน ขณะที่ระบบภาษีบางส่วนก็มีบทบาทต่อแรงจูงใจในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์
นี่จึงเกิดภาพที่ค่อนข้างย้อนแย้ง คนที่มีบ้านอยู่แล้วอาจเห็นบ้านเป็นทรัพย์สินที่เพิ่มมูลค่า แต่สำหรับคนที่ยังไม่มีบ้าน ราคาที่เพิ่มขึ้นทุกปี กลับทำให้ระยะห่างระหว่าง “เงินเดือน” กับ “ราคาบ้าน” กว้างขึ้น
และตรงนี้เองที่เรื่อง “บ้านแพง” เริ่มกลายเป็นเรื่องความเหลื่อมล้ำระหว่างรุ่น ไม่ใช่แค่เรื่องอสังหาริมทรัพย์อีกต่อไป
บ้านแพง กระทบการแต่งงานและการมีลูก
สิ่งที่น่ากลัวคือ จากเรื่องบ้าน อาจลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ของทั้งประเทศได้ เพราะเมื่อคนรุ่นใหม่ซื้อบ้านไม่ได้ ชีวิตก็เปลี่ยนไป เช่น การแต่งงานและการมีลูก
บ้านแพงเกี่ยวอะไรกับการมีลูก?
ลองคิดตาม ถ้าคนวัย 25-34 ปี ยังไม่มีบ้าน มีค่าเช่าสูง มีหนี้การศึกษา มีค่าครองชีพ และต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเก็บเงินดาวน์ได้ การตัดสินใจแต่งงานหรือมีลูกก็อาจถูกเลื่อนออกไป
รายงานประชากรของออสเตรเลียเองก็ชี้ว่า อัตราการเกิดที่ลดลงมีหลายปัจจัย ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม รวมถึงการใช้เวลาเรียนที่นานขึ้น และการที่คนหนุ่มสาวอาศัยอยู่กับพ่อแม่นานขึ้น
อัตราเจริญพันธุ์ของออสเตรเลียถูกคาดว่าจะลดจากประมาณ 1.44 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคน เหลือประมาณ 1.34 คน ในปี 2609
คนสูงวัยเพิ่ม รัฐบาลต้องแบกภาระมากขึ้น
หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร?
คำตอบคือ ออสเตรเลียอาจกลายเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยคนสูงวัย และรัฐบาลก็จะต้องแบกรับภาระหนักขึ้น
รัฐบาลออสเตรเลียคาดว่า ประชากรจะเพิ่มจากประมาณ 28 ล้านคนในปี 2569 ไปเป็นประมาณ 39.3 ล้านคนในปี 2609
ฟังดูเหมือนประชากรยังเพิ่มเยอะ แต่โครงสร้างข้างในเปลี่ยนไปมาก เพราะสัดส่วนคนอายุ 65 ปีขึ้นไป คาดว่าจะเพิ่มจากประมาณ 17.8% เป็น 24.8% หรือคิดเป็นเกือบ 1 ใน 4 ของประชากรเลยทีเดียว
นี่คือโจทย์ใหญ่ของรัฐบาล เพราะคนสูงวัยเพิ่ม แต่จำนวนเด็กเกิดใหม่ลด แปลว่าในอนาคตประเทศต้องดูแลผู้สูงอายุมากขึ้น ทั้งค่ารักษาพยาบาล การดูแลระยะยาว เงินเกษียณ และบริการสังคมต่าง ๆ
ขณะเดียวกัน คนวัยทำงานซึ่งเป็นคนสร้างรายได้และเสียภาษี จะต้องรับภาระมากขึ้น
AI กับตลาดแรงงาน โจทย์ใหม่ของออสเตรเลีย
รัฐบาลออสเตรเลียไม่ได้มองแค่เรื่องบ้าน แต่ต้องรับมือกับโจทย์ใหญ่หลายเรื่องพร้อมกัน
หนึ่ง คนสูงอายุเพิ่ม
สอง เด็กเกิดน้อย
สาม ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุเพิ่ม
สี่ ต้องสร้างเศรษฐกิจให้โตและมีผลิตภาพมากพอ
และห้า คือ AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนตลาดแรงงาน
ใน Intergenerational Report 2026 รัฐบาลออสเตรเลียยกให้การปฏิวัติ AI เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่สุด นับตั้งแต่รายงานฉบับก่อนในปี 2566
เพราะฉะนั้น เรื่อง “บ้านแพง” จึงไม่ได้จบแค่การซื้อบ้านของคนรุ่นใหม่ แต่เชื่อมโยงไปถึงการตั้งตัว การแต่งงาน การมีลูก โครงสร้างประชากร ภาระภาครัฐ ไปจนถึงความสามารถของเศรษฐกิจในการเติบโตในระยะยาว
คนรุ่นใหม่ก็คืออนาคต ถ้าคนรุ่นใหม่เจอแรงกดดัน เช่น เรื่องบ้าน และลากยาวไปถึงการสร้างครอบครัว ก็อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ของทั้งประเทศ
นี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของออสเตรเลียที่ต้องจับตารอดูกันต่อไป และอีกมุมที่น่าสนใจคือ ปัญหานี้กำลังสะท้อนภาพบางอย่างที่หลายประเทศ รวมถึงไทย ต้องจับตาเช่นกัน
- "อนุทิน" ประชุมทีมไทยในญี่ปุ่น เร่งยกระดับ จากฐานการผลิต เป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจ
- ทรัมป์ลงนามกฎหมาย คว่ำบาตรรัสเซีย เรียกเก็บภาษีคู่ค้ารายใหญ่รัสเซียด้วย
- ฉลามทำร้ายนักว่ายน้ำเสียชีวิต ที่เมืองเพิร์ท ออสเตรเลีย
- ออสเตรเลียออกกฎใหม่ คุมเข้มวีซ่านักเรียนต่างชาติ ผู้สมัครจาก SEA ได้รับการยกเว้น
- หนี่เสี่ยงโลก!? "เนเธอร์แลนด์" ย้ายทองคำสำรอง จากสหรัฐฯ-แคนาดา เก็บลอนดอน
ที่มาข้อมูล : Xinhua , Australian Treasury 2026 Intergenerational Report, OECD , ABC News
ที่มารูปภาพ : OpenAI
รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ
