กระทบภาพแบรนด์หรู? เมื่อ "Gucci" ขายรองเท้า Made in China
ป้ายคำว่า "Made in China" กำลังสร้างคำถามใหม่ให้ Gucci หลังแบรนด์แฟชั่นหรูจากอิตาลีเริ่มจำหน่ายสนีกเกอร์บางรุ่นที่ผลิตในจีน ท่ามกลางความพยายามออกสินค้าใหม่เพื่อดึงลูกค้ากลับมา และความกังวลว่าแหล่งผลิตจะกระทบภาพจำของแบรนด์หรือไม่
รองเท้ารุ่นที่ได้รับความสนใจคือ Drip ซึ่ง Gucci ระบุว่าเป็นสนีกเกอร์รุ่นแรกที่ เด็มนา ออกแบบให้แบรนด์ อยู่ในคอลเลกชัน Primavera ดีไซน์เป็นรองเท้าทรงสูงระดับกลาง ไม่มีเชือกผูก ผสมรูปลักษณ์ของรองเท้าบาสเกตบอลกับความสะดวกในการสวมแบบโลฟเฟอร์ แตกต่างจากสนีกเกอร์หนังสีขาวทรงดั้งเดิมที่หลายคนคุ้นเคยกับ Gucci
บนเว็บไซต์ทางการ Gucci ระบุว่า Drip ผลิตในจีน โดยรุ่นผ้าไนลอนสีแดงที่จำหน่ายในสหรัฐฯ มีราคา 980 ดอลลาร์ต่อคู่ หรือประมาณ 32,740 บาท ขณะที่สนีกเกอร์หนังแบบสวมอีกหนึ่งรุ่นจากคอลเลกชันเดียวกัน ก็ระบุแหล่งผลิตเป็นจีนเช่นกัน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงครอบคลุมรองเท้ารุ่นใหม่บางรุ่น ไม่ได้หมายความว่า Gucci ย้ายการผลิตรองเท้าทั้งหมดไปจีน
สรุปข่าว
ป้ายคำว่า "Made in China" กำลังสร้างคำถามใหม่ให้ Gucci หลังแบรนด์แฟชั่นหรูจากอิตาลีเริ่มจำหน่ายสนีกเกอร์บางรุ่นที่ผลิตในจีน ท่ามกลางความพยายามออกสินค้าใหม่เพื่อดึงลูกค้ากลับมา และความกังวลว่าแหล่งผลิตจะกระทบภาพจำของแบรนด์หรือไม่
รองเท้ารุ่นที่ได้รับความสนใจคือ Drip ซึ่ง Gucci ระบุว่าเป็นสนีกเกอร์รุ่นแรกที่ เด็มนา ออกแบบให้แบรนด์ อยู่ในคอลเลกชัน Primavera ดีไซน์เป็นรองเท้าทรงสูงระดับกลาง ไม่มีเชือกผูก ผสมรูปลักษณ์ของรองเท้าบาสเกตบอลกับความสะดวกในการสวมแบบโลฟเฟอร์ แตกต่างจากสนีกเกอร์หนังสีขาวทรงดั้งเดิมที่หลายคนคุ้นเคยกับ Gucci
บนเว็บไซต์ทางการ Gucci ระบุว่า Drip ผลิตในจีน โดยรุ่นผ้าไนลอนสีแดงที่จำหน่ายในสหรัฐฯ มีราคา 980 ดอลลาร์ต่อคู่ หรือประมาณ 32,740 บาท ขณะที่สนีกเกอร์หนังแบบสวมอีกหนึ่งรุ่นจากคอลเลกชันเดียวกัน ก็ระบุแหล่งผลิตเป็นจีนเช่นกัน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงครอบคลุมรองเท้ารุ่นใหม่บางรุ่น ไม่ได้หมายความว่า Gucci ย้ายการผลิตรองเท้าทั้งหมดไปจีน
Gucci ชี้แจงว่า ผู้ผลิตในจีนที่บริษัทเลือก มีความเชี่ยวชาญและความสามารถด้านเทคนิค เหมาะกับการทำรองเท้าตามรูปแบบและมาตรฐานคุณภาพที่ต้องการ พร้อมย้ำว่าอิตาลียังคงเป็นหัวใจของการผลิตและเอกลักษณ์แบรนด์ และบริษัทไม่มีแผนย้ายการผลิตโดยรวมออกจากอิตาลี
การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงสำคัญของ Gucci หลังยอดขายอ่อนตัวต่อเนื่องและ Kering บริษัทแม่ กำลังผลักดันแผนฟื้นธุรกิจ เด็มนา ต้องออกแบบสินค้าที่สร้างความสนใจใหม่ ขณะที่แบรนด์ต้องควบคุมต้นทุนและดึงลูกค้าที่อยากซื้อสินค้าหรู แต่ยังพิจารณาราคาอย่างรอบคอบ Kering ระบุว่าการปรับกลุ่มสินค้า รวมถึงรองเท้า เป็นส่วนหนึ่งของแผนเพิ่มความน่าดึงดูดให้ Gucci
อย่างไรก็ตาม ในตลาดสินค้าหรู ลูกค้าไม่ได้พิจารณาเพียงดีไซน์หรือวัสดุ แหล่งผลิตก็เป็นส่วนหนึ่งของคุณค่าที่แบรนด์สื่อสาร นักวิเคราะห์บางรายจึงมองว่า รองเท้าราคาเกือบ 1,000 ดอลลาร์ที่ติดป้าย “Made in China” อาจทำให้ผู้ซื้อบางกลุ่มตั้งคำถาม แม้จีนจะมีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตรองเท้าก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าป้ายแหล่งผลิตส่งผลต่อยอดขายรองเท้ารุ่นดังกล่าวแล้ว
บททดสอบของ Gucci จึงมีสองด้านพร้อมกัน คือทำให้ดีไซน์ใหม่ขายได้ และทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นว่า คุณภาพกับประสบการณ์ที่ได้รับยังคุ้มกับราคาสินค้าหรู ไม่ว่ารองเท้าคู่นั้นจะผลิตที่ใด
