ปูตินเข้าคุม! "เนสท์เล่" รัสเซีย เสี่ยงสูญธุรกิจถาวร

Share on Line Share on Facebook Share on X

เนสท์เล่ บริษัทอาหารรายใหญ่จากสวิตเซอร์แลนด์ กำลังพิจารณาทุกทางเลือกเพื่อปกป้องสิทธิ หลังรัฐบาลรัสเซียเข้าควบคุมธุรกิจของบริษัทในประเทศ ภายใต้คำสั่งประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน

พระราชกฤษฎีกาซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 17 กันยายน กำหนดให้นำกิจการเนสท์เล่ รัสเซีย เข้าสู่กระบวนการบริหารจากภายนอกเป็นการชั่วคราว โดยบริษัทยืนยันว่ากำลังประเมินสถานการณ์ และเตรียมดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อรักษาสิทธิ ความต่อเนื่องของธุรกิจ และผลประโยชน์ของผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะพนักงาน

เนสท์เล่ยังไม่เปิดเผยว่า จะดำเนินการทางกฎหมาย เจรจากับรัฐบาลรัสเซีย หรือพิจารณาขายกิจการ ขณะที่หุ้นของบริษัทปรับลดลงร้อยละ 1.5 ในช่วงเปิดตลาดซูริก หลังนักลงทุนกังวลต่อความเสี่ยงด้านทรัพย์สินและโอกาสที่จะต้องบันทึกการด้อยค่า

ปัจจุบัน เนสท์เล่มีโรงงานในรัสเซีย 6 แห่ง ผลิตสินค้าหลายประเภท ทั้งกาแฟ อาหารสัตว์เลี้ยง และนมผงสำหรับทารก มีพนักงานประมาณ 7,000 คน

ปี 2021 ซึ่งเป็นปีล่าสุดที่บริษัทเปิดเผยข้อมูลแยกตลาดรัสเซีย เนสท์เล่มียอดขายในประเทศประมาณ 2,000 ล้านฟรังก์สวิส หรือราว 2,400 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นประมาณร้อยละ 2 ของยอดขายทั่วโลก

สรุปข่าว

เนสท์เล่ ประเมินทุกทางเลือกเพื่อรักษาสิทธิ หลังรัฐบาลรัสเซียนำธุรกิจในประเทศเข้าสู่การบริหารจากภายนอกชั่วคราว นักวิเคราะห์เตือนอาจจบด้วยการขายขาดทุนหรือสูญเสียทรัพย์สิน ขณะที่หุ้นเนสท์เล่ถูกแรงขายทันที

เนสท์เล่ บริษัทอาหารรายใหญ่จากสวิตเซอร์แลนด์ กำลังพิจารณาทุกทางเลือกเพื่อปกป้องสิทธิ หลังรัฐบาลรัสเซียเข้าควบคุมธุรกิจของบริษัทในประเทศ ภายใต้คำสั่งประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน

พระราชกฤษฎีกาซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 17 กันยายน กำหนดให้นำกิจการเนสท์เล่ รัสเซีย เข้าสู่กระบวนการบริหารจากภายนอกเป็นการชั่วคราว โดยบริษัทยืนยันว่ากำลังประเมินสถานการณ์ และเตรียมดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อรักษาสิทธิ ความต่อเนื่องของธุรกิจ และผลประโยชน์ของผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะพนักงาน

เนสท์เล่ยังไม่เปิดเผยว่า จะดำเนินการทางกฎหมาย เจรจากับรัฐบาลรัสเซีย หรือพิจารณาขายกิจการ ขณะที่หุ้นของบริษัทปรับลดลงร้อยละ 1.5 ในช่วงเปิดตลาดซูริก หลังนักลงทุนกังวลต่อความเสี่ยงด้านทรัพย์สินและโอกาสที่จะต้องบันทึกการด้อยค่า

ปัจจุบัน เนสท์เล่มีโรงงานในรัสเซีย 6 แห่ง ผลิตสินค้าหลายประเภท ทั้งกาแฟ อาหารสัตว์เลี้ยง และนมผงสำหรับทารก มีพนักงานประมาณ 7,000 คน

ปี 2021 ซึ่งเป็นปีล่าสุดที่บริษัทเปิดเผยข้อมูลแยกตลาดรัสเซีย เนสท์เล่มียอดขายในประเทศประมาณ 2,000 ล้านฟรังก์สวิส หรือราว 2,400 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นประมาณร้อยละ 2 ของยอดขายทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม หลังสงครามยูเครนเริ่มขึ้นในปี 2022 บริษัทได้ระงับการจำหน่ายสินค้าส่วนใหญ่ ตลอดจนการนำเข้าและส่งออกสินค้าที่ไม่จำเป็น การโฆษณา และการลงทุนใหม่ นักวิเคราะห์จึงประเมินว่า ปัจจุบันรัสเซียอาจสร้างรายได้ให้เนสท์เล่เหลือประมาณร้อยละ 1 ของยอดขายรวม

ผลกระทบต่อรายได้ของกลุ่มจึงอาจอยู่ในวงจำกัด แต่ความเสี่ยงสำคัญคือเนสท์เล่อาจต้องบันทึกผลขาดทุนจากทรัพย์สิน หรือถูกบังคับให้ขายกิจการในราคาต่ำ โดยอาจได้รับค่าชดเชยไม่เพียงพอกับมูลค่าที่สูญเสียไป

มาตรการครั้งนี้ยังครอบคลุมออชอง กลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตฝรั่งเศส ซึ่งมีร้านค้าในรัสเซียประมาณ 230 แห่ง และพนักงานราว 30,000 คน ทรัพย์สินของทั้งสองบริษัทถูกโอนไปอยู่ภายใต้การบริหารชั่วคราวของบริษัท L.E.V. Management

รัสเซียเพิ่มการควบคุมทรัพย์สินของบริษัทต่างชาติมาตั้งแต่ปี 2023 ผ่านกฎหมายที่เปิดทางให้นำทรัพย์สินจากประเทศที่มอสโกจัดว่าไม่เป็นมิตร เข้าสู่การบริหารชั่วคราว

ที่ผ่านมา กระบวนการดังกล่าวเคยเกิดขึ้นกับดานอน บริษัทผลิตภัณฑ์นมจากฝรั่งเศส และคาร์ลสเบิร์ก ผู้ผลิตเบียร์จากเดนมาร์ก ก่อนนำไปสู่การเปลี่ยนเจ้าของหรือขายกิจการให้ผู้ซื้อในรัสเซียภายใต้เงื่อนไขที่ไม่เอื้อประโยชน์ต่อเจ้าของเดิม

ดังนั้น แม้คำสั่งล่าสุดยังเป็นเพียงการบริหารจากภายนอกชั่วคราว และยังไม่ใช่การยึดทรัพย์ถาวร แต่ประสบการณ์ของบริษัทตะวันตกก่อนหน้านี้ทำให้ตลาดกังวลว่า เนสท์เล่อาจสูญเสียอำนาจควบคุมธุรกิจในรัสเซียเป็นเวลานาน หรืออาจต้องถอนตัวโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนตามมูลค่าที่แท้จริง

กรณีนี้ยังตอกย้ำความเสี่ยงสำหรับบริษัทข้ามชาติที่ยังคงดำเนินธุรกิจในรัสเซีย เพราะนอกจากมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกแล้ว ยังต้องเผชิญภาษีการถอนธุรกิจ การบังคับขายในราคาลด และความเสี่ยงที่รัฐบาลรัสเซียจะเข้าควบคุมทรัพย์สินโดยตรง