ผู้นำหลายชาตินาโตหวั่นรัสเซียโจมตี เร่งเตรียมพร้อมรับมือสงคราม

Share on Line Share on Facebook Share on X
ผู้นำหลายชาตินาโตหวั่นรัสเซียโจมตี เร่งเตรียมพร้อมรับมือสงคราม

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยุโรปต่างวิตกกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่า รัสเซียอาจใช้โดรนหรือขีปนาวุธโจมตีประเทศสมาชิกนาโต ขณะที่รัฐบาลรัสเซียเร่งดำเนินการปฏิบัติการแบบผสมผสาน หรือ Hybrid War ทั่วทวีป


เยอรมนีกำลังเตรียมโรงพยาบาลสำหรับความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น ลิทัวเนียได้ปรับปรุงแผนการอพยพ และกองกำลังนาโตกำลังฝึกซ้อมในภูมิภาคบอลติก ขณะที่กองกำลังเบลารุสได้จัดการซ้อมรบขนาดใหญ่ใกล้กับลิทัวเนีย


เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (17 กันยายน) นายกรัฐมนตรีโดนัลด์ ทัสก์ แห่งโปแลนด์ เตือนว่ารัสเซียอาจส่งโดรนหรือขีปนาวุธเข้าไปในดินแดนของประเทศสมาชิกนาโตที่สนับสนุนยูเครนใน “อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า”


คำเตือนดังกล่าวเน้นย้ำถึงความวิตกกังวลที่เพิ่มมากขึ้นในยุโรป ท่ามกลางเหตุการณ์ละเมิดน่านฟ้าและความพยายามก่อวินาศกรรมที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา พันธมิตรนาโตมองว่า การโจมตีเหล่านี้เป็นการกดดันจากรัสเซียให้ลดการสนับสนุนยูเครน แต่ได้ระงับการตอบโต้แล้ว เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดการบานปลาย

สรุปข่าว

ผู้นำหลายชาติสมาชิก NATO ในยุโรปกำลังวิตกกังวลอย่างมากว่ารัสเซียอาจโจมตีด้วยโดรนหรือขีปนาวุธ และเร่งดำเนินปฏิบัติการแบบผสมผสาน (Hybrid War) ทั่วทวีป นายกรัฐมนตรีโปแลนด์เตือนถึงการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งผู้นำฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ ต่างแสดงความกังวลและเร่งเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามดังกล่าว เช่น เยอรมนีเตรียมโรงพยาบาลและลิทัวเนียปรับปรุงแผนอพยพ ขณะที่รัสเซียก็เพิ่มระดับถ้อยคำที่ก้าวร้าว โดยรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียเตือนยุโรปถึงสงครามที่ "สั้นมาก" หาก NATO พยายามโจมตีรัสเซีย สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้หลายประเทศสมาชิกเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยุโรปต่างวิตกกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่า รัสเซียอาจใช้โดรนหรือขีปนาวุธโจมตีประเทศสมาชิกนาโต ขณะที่รัฐบาลรัสเซียเร่งดำเนินการปฏิบัติการแบบผสมผสาน หรือ Hybrid War ทั่วทวีป


เยอรมนีกำลังเตรียมโรงพยาบาลสำหรับความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น ลิทัวเนียได้ปรับปรุงแผนการอพยพ และกองกำลังนาโตกำลังฝึกซ้อมในภูมิภาคบอลติก ขณะที่กองกำลังเบลารุสได้จัดการซ้อมรบขนาดใหญ่ใกล้กับลิทัวเนีย


เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (17 กันยายน) นายกรัฐมนตรีโดนัลด์ ทัสก์ แห่งโปแลนด์ เตือนว่ารัสเซียอาจส่งโดรนหรือขีปนาวุธเข้าไปในดินแดนของประเทศสมาชิกนาโตที่สนับสนุนยูเครนใน “อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า”


คำเตือนดังกล่าวเน้นย้ำถึงความวิตกกังวลที่เพิ่มมากขึ้นในยุโรป ท่ามกลางเหตุการณ์ละเมิดน่านฟ้าและความพยายามก่อวินาศกรรมที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา พันธมิตรนาโตมองว่า การโจมตีเหล่านี้เป็นการกดดันจากรัสเซียให้ลดการสนับสนุนยูเครน แต่ได้ระงับการตอบโต้แล้ว เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดการบานปลาย

ส่วนฝรั่งเศส ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง เรียกประชุมฉุกเฉินกับผู้นำพรรคและผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีปี 2027 เมื่อวานนี้ (18 กันยายน) เพื่อหารือเกี่ยวกับยูเครน อิหร่าน และวิกฤตพลังงานที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น


เขากล่าวว่าคำเตือนของทัสก์นั้น “สมเหตุสมผลและมีหลักฐานสนับสนุน” ขณะที่เขาประกาศแผนการคุ้มครองโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญฉบับใหม่ โดยกล่าวเสริมว่า “ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา…ภัยคุกคามแบบผสมผสานของรัสเซียต่อชาวยุโรปและฝรั่งเศสได้ทวีความรุนแรงขึ้น”


กิโยม ลาครัวซ์ ผู้นำพรรคหัวรุนแรงฝ่ายซ้าย กล่าวหลังการประชุมว่า “ในวัย 50 ปี ผมแทบไม่เคยรู้สึกเวียนหัวเช่นนี้มาก่อน”


ส่วนที่เนเธอร์แลนด์ นายกรัฐมนตรีร็อบ เจตเทน กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า “ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ออกมาพูดอย่างหนักแน่นเช่นนี้ เราต้องรับฟังคำเตือนนั้นอย่างจริงจัง...เราต้องแสดงให้เห็นอย่างสม่ำเสมอว่าเราไม่ยอมรับเรื่องนี้ และเราจะดำเนินการหากจำเป็น”

ส่วนที่ฟินแลนด์ ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ สตับบ์ กล่าวว่า “ควรเตรียมพร้อมทางจิตใจสำหรับสิ่งที่อาจเกิดขึ้น” รวมถึงการก่อวินาศกรรมและโดรนของรัสเซีย


ทั้งนี้รัสเซียกำลังเพิ่มระดับถ้อยคำที่ก้าวร้าวมากขึ้น ก่อนการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติของรัสเซียที่จะมีขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งคาดการณ์ว่า พรรคยูไนเต็ดรัสเซียของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน จะยังคงอยู่ในอำนาจต่อไป


นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เตือนยุโรปในสัปดาห์นี้ว่า จะต้องเผชิญกับสงครามที่ “สั้นมาก” หากพันธมิตรนาโตพยายามโจมตีรัสเซีย


เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านกลาโหมของยุโรปรายหนึ่งกล่าวว่า “รัสเซียได้เร่งดำเนินการต่าง ๆ มากขึ้น เราต้องเฝ้าระวังอยู่เสมอ นี่อาจถูกมองว่าเป็นสัญญาณของแนวโน้มที่ครอบคลุมขึ้น...เราเคยเห็นคำเตือนที่คล้ายกันมาก่อน และอาจจะมีมากกว่านี้ในอนาคต”


จนถึงขณะนี้ เหตุการณ์ล่าสุดยังไม่กระตุ้นให้เกิดการตอบสนองแบบพหุภาคีเพิ่มเติมใด ๆ เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านกลาโหมของยุโรปอีกรายกล่าว แต่กำลังติดตามอย่างใกล้ชิด

ที่มาข้อมูล : politico

ที่มารูปภาพ : Getty Images