AI ติดโผ 1 ใน 17 ภัยคุกคามหายนะของโลก เสี่ยงกระทบสุขภาพและความอยู่รอดของมนุษย์

นักวิจัยเตือน 17 ภัยคุกคามสำคัญอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชากรโลกตลอดศตวรรษที่ 21 ตั้งแต่โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง และปัญหาสุขภาพจิต ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความขัดแย้งทางนิวเคลียร์ และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด พร้อมชี้ว่าการตัดสินใจและการลงมือแก้ไขตั้งแต่วันนี้ อาจช่วยลดความสูญเสียในอนาคตได้
รายงานจากคณะกรรมาธิการนานาชาติที่เผยแพร่ในวารสารการแพทย์ The Lancet ระบุว่า ภัยคุกคามระดับโลกหลายประการกำลังเชื่อมโยงกันและอาจก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ โดยคณะกรรมาธิการซึ่งประกอบด้วยผู้นำ 35 คนจากหลากหลายอุตสาหกรรม ได้นำข้อมูลจากการศึกษาภาระโรคระดับโลก (Global Burden of Disease) ของสถาบันเพื่อการวัดและประเมินผลด้านสุขภาพ (IHME) มาประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว
AI และสงครามนิวเคลียร์ กับความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของมนุษย์
หนึ่งในข้อค้นพบสำคัญของรายงาน คือ การระบุว่าความขัดแย้งทางนิวเคลียร์และการใช้ AI ในทางที่ผิด เป็นภัยคุกคาม 2 ประการที่อาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ของมนุษยชาติได้
ความกังวลเกี่ยวกับ AI เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการพัฒนาเทคโนโลยีที่รวดเร็วและความสามารถของระบบ AI ที่ซับซ้อนขึ้น อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยอมรับว่าการประเมินความเสี่ยงดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานว่าเคยเกิดเหตุการณ์ที่ AI ก่อภัยพิบัติร้ายแรงในระดับโลกจากการกระทำที่มุ่งร้ายอย่างแท้จริง
รายงานประเมินว่า การใช้ AI ในทางที่ผิดอาจทำให้โลกสูญเสียปีสุขภาวะรวมประมาณ 10,400 ล้านปีภายในปี 2100 โดยตัวเลขนี้เป็นการคาดการณ์ความสูญเสียด้านสุขภาพ ไม่ใช่จำนวนปีที่มนุษย์คนใดคนหนึ่งจะมีอายุสั้นลง ทั้งนี้ นักวิจัยระบุว่าผู้เชี่ยวชาญยังมีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างมากเกี่ยวกับระดับความเสี่ยงจาก AI
สรุปข่าว
นักวิจัยเตือน 17 ภัยคุกคามสำคัญอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชากรโลกตลอดศตวรรษที่ 21 ตั้งแต่โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง และปัญหาสุขภาพจิต ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความขัดแย้งทางนิวเคลียร์ และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด พร้อมชี้ว่าการตัดสินใจและการลงมือแก้ไขตั้งแต่วันนี้ อาจช่วยลดความสูญเสียในอนาคตได้
รายงานจากคณะกรรมาธิการนานาชาติที่เผยแพร่ในวารสารการแพทย์ The Lancet ระบุว่า ภัยคุกคามระดับโลกหลายประการกำลังเชื่อมโยงกันและอาจก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ โดยคณะกรรมาธิการซึ่งประกอบด้วยผู้นำ 35 คนจากหลากหลายอุตสาหกรรม ได้นำข้อมูลจากการศึกษาภาระโรคระดับโลก (Global Burden of Disease) ของสถาบันเพื่อการวัดและประเมินผลด้านสุขภาพ (IHME) มาประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว
AI และสงครามนิวเคลียร์ กับความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของมนุษย์
หนึ่งในข้อค้นพบสำคัญของรายงาน คือ การระบุว่าความขัดแย้งทางนิวเคลียร์และการใช้ AI ในทางที่ผิด เป็นภัยคุกคาม 2 ประการที่อาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ของมนุษยชาติได้
ความกังวลเกี่ยวกับ AI เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการพัฒนาเทคโนโลยีที่รวดเร็วและความสามารถของระบบ AI ที่ซับซ้อนขึ้น อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยอมรับว่าการประเมินความเสี่ยงดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานว่าเคยเกิดเหตุการณ์ที่ AI ก่อภัยพิบัติร้ายแรงในระดับโลกจากการกระทำที่มุ่งร้ายอย่างแท้จริง
รายงานประเมินว่า การใช้ AI ในทางที่ผิดอาจทำให้โลกสูญเสียปีสุขภาวะรวมประมาณ 10,400 ล้านปีภายในปี 2100 โดยตัวเลขนี้เป็นการคาดการณ์ความสูญเสียด้านสุขภาพ ไม่ใช่จำนวนปีที่มนุษย์คนใดคนหนึ่งจะมีอายุสั้นลง ทั้งนี้ นักวิจัยระบุว่าผู้เชี่ยวชาญยังมีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างมากเกี่ยวกับระดับความเสี่ยงจาก AI
โรคอ้วนและโรคไม่ติดต่อ ภัยสุขภาพที่มีหลักฐานชัดเจน
นอกจากความเสี่ยงจากเทคโนโลยีแล้ว โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ และปัญหาสุขภาพจิต ยังเป็นภัยคุกคามสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพประชากรทั่วโลก โดยเฉพาะโรคอ้วนซึ่งมีข้อมูลเชิงประจักษ์รองรับอย่างชัดเจน
รายงานระบุว่า ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ ขณะที่การคาดการณ์ชี้ว่า ภายในปี 2050 ผู้ใหญ่อาจมีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนรวมกันสูงถึง 60% ของประชากรผู้ใหญ่ทั่วโลก และเด็กอาจมีสัดส่วนดังกล่าวประมาณหนึ่งในสาม
ปัญหาโรคอ้วนมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ มากมาย โดยมีปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การได้รับพลังงานจากอาหารมากเกินความต้องการ และการมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ จึงเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยทั้งการปรับพฤติกรรมส่วนบุคคลและมาตรการส่งเสริมสุขภาพในระดับสังคม
ภัยคุกคามเชื่อมโยงกัน อาจสร้างความสูญเสียมหาศาล
คณะกรรมาธิการเตือนว่า หากแนวโน้มของภัยคุกคามเหล่านี้ยังดำเนินต่อไป โลกอาจสูญเสียปีสุขภาวะรวมกันหลายแสนล้านปีตลอดช่วงเวลาที่เหลือของศตวรรษที่ 21 โดยปีสุขภาวะที่สูญเสีย หมายถึงช่วงเวลาที่ประชากรต้องเผชิญกับการเจ็บป่วย ความพิการ หรือการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
นอกจากภัยคุกคามด้านสุขภาพและเทคโนโลยีแล้ว ยังมีปัจจัยด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และความขัดแย้งที่อาจส่งผลกระทบต่อกันเป็นลูกโซ่ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โรคระบาด และความไม่มั่นคงของระบบต่าง ๆ ซึ่งอาจเพิ่มความเปราะบางของประชากรและทำให้การรับมือกับวิกฤตยากขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น ผลกระทบจากภัยคุกคามระดับโลกอาจไม่ได้กระจายอย่างเท่าเทียมกัน โดยชุมชนที่มีทรัพยากรจำกัดและประชากรกลุ่มเปราะบางมีแนวโน้มได้รับผลกระทบรุนแรงกว่า
ความร่วมมือและความไว้วางใจ คือกุญแจสำคัญในการป้องกันวิกฤต
แม้ภัยคุกคามเหล่านี้จะมีความรุนแรง แต่รายงานย้ำว่าอนาคตยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากรัฐบาล ผู้นำระดับโลก และสังคมร่วมกันดำเนินมาตรการอย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้
คณะกรรมาธิการเน้นย้ำถึงความสำคัญของความไว้วางใจ ซึ่งช่วยให้สังคมสามารถคาดการณ์ รับมือ และปรับตัวต่อความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน การมีภาวะผู้นำที่ร่วมมือกัน ระบบอาหารที่ยืดหยุ่น และการลดความเหลื่อมล้ำ ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพในระยะยาว
รายงานยังชี้ว่า การมีความรู้หรือแผนรับมือเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากขาดการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ การรับมือกับภัยคุกคามในอนาคตจึงต้องอาศัยทั้งนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ระบบสังคมและสถาบันที่เข้มแข็ง ตลอดจนความร่วมมือและความรับผิดชอบร่วมกัน
ท้ายที่สุด การป้องกันภัยคุกคามระดับโลกไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องอาศัยการตัดสินใจที่รอบคอบและการเตรียมพร้อมล่วงหน้า ตั้งแต่การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ไปจนถึงการกำกับดูแลเทคโนโลยี AI อย่างเหมาะสม เพื่อรักษาสุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต
อ้านฉบับเต็ม https://edition.cnn.com/2026/10/10/health/global-health-catastrophic-threats-ai-extinction-risk
- เกมนี้ห้ามแพ้จีน? "ทรัมป์" ตั้งทีมระดับชาติ เปลี่ยนเอไอ เป็น Super Intelligence
- ศธ. จับมือฟินแลนด์นำ AI ทดลองสอนคณิตศาสตร์ 100 โรงเรียน ยาว 1 ภาคเรียน
- จากเมล็ดพันธุ์ถึง AI ถอดรหัสนวัตกรรมพาเครือซีพีเติบโต
- AI เติบโตก้าวกระโดดแต่ “แรงงานหญิงถูกทิ้ง ?” ความเป็นจริงที่สวนทางกับคำสัญญา
- AI บุกครัว “ร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่น” จับปัญญาประดิษฐ์มาเนรมิต “ขนมหวานสุดจึ้ง”
ที่มารูปภาพ : CANVA
นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ
