เกาหลีใต้เรียกทูตประจำยูเครน "กลับประเทศ" หลังขัดแย้งปมเชลยเกาหลีเหนือ

เกาหลีใต้ประกาศว่าจะเรียกเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำยูเครนกลับประเทศ นับเป็นความขัดแย้งทางการทูตระลอกล่าสุดระหว่างรัฐบาลยูเครนและเกาหลีใต้ หลังจากที่ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เปิดเผยเรื่องการส่งตัวเชลยศึกชาวเกาหลีเหนือมายังเกาหลีใต้ระหว่างกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก แม้ทั้งสองประเทศตกลงที่จะเก็บเรื่องนี้เป็น “ความลับ”
กระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ ระบุว่า รัฐบาลได้ตัดสินใจเรียกเอกอัครราชทูตของเกาหลีใต้ประจำยูเครนกลับประเทศและหวังว่าประเด็นค้างคาทั้งหมดระหว่างสองประเทศจะได้รับการแก้ไขด้วยไมตรีจิตและจะเดินหน้าหารือกับฝ่ายยูเครนต่อไปเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว
ในเวลาต่อมา กระทรวงการต่างประเทศยูเครน ออกแถลงการณ์ว่า ยูเครนยังคงเปิดกว้างสำหรับการรื้อฟื้นการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ที่อาจต้องใช้เวลาสักระยะ แม้เกาหลีใต้จะตัดสินใจเรียกตัสเอกอัครราชทูตกลับประเทศ พร้อมทั้งระบุว่า “การทูตควรอยู่เหนืออารมณ์”
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จากเกาหลีใต้เกิดขึ้นภายหลังจากที่ ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ออกมาประณามเรื่องดังกล่าวโดยเรียกว่าเป็นเรื่อง “น่าผิดหวังอย่างยิ่ง” และระบุว่าการส่งตัวทหารดังกล่าวเป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนอย่างยิ่งที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ พร้อมทั้งขู่ว่าเกาหลีใต้จะใช้มาตรการลงโทษ หากยูเครนปฏิเสธที่จะขอโทษกรณีเปิดเผยเรื่องการส่งตัวทหารเกาหลีเหนือ
สำหรับทหารเกาหลีเหนือทั้งสองนาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกำลังทหารหลายพันนายจากเกาหลีเหนือที่ถูกส่งไปสนับสนุนรัสเซียในสงครามยูเครน ก่อนหน้านี้ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่า พวกเขาต้องการถูกส่งตัวไปยังเกาหลีใต้
เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา พัค ยุน-จู รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ ได้ยื่นหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการต่อ อันดรีย์ วีชกิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครนในประเด็นดังกล่าว และเมื่อต้นสัปดาห์นี้ โช ฮยอน รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ กล่าวว่า เขาได้รับคำขอโทษจากรัฐมนตรีต่างประเทศยูเครนแล้ว แต่ระบุว่าคำขอโทษดังกล่าวยังไม่เป็นไปตามความคาดหวังของเกาหลีใต้
อย่างไรก็ตาม สำนักงานประธานาธิบดีเกาหลีใต้ระบุว่า การเก็บเรื่องนี้เป็นความลับส่วนหนึ่งมีขึ้นเพื่อปกป้องครอบครัวของทหารเกาหลีเหนือทั้งสองนาย และเสริมว่า ทางการยูเครนเองก็ต้องการให้เรื่องการส่งตัวถูกเก็บเป็นความลับเช่นกัน เพื่อหลีกเลี่ยงเสียงวิจารณ์ว่า ยูเครนได้สละโอกาสในการแลกเปลี่ยนตัวทหารทั้งสองนายกับเชลยศึกชาวยูเครน
สรุปข่าว
เกาหลีใต้ประกาศว่าจะเรียกเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำยูเครนกลับประเทศ นับเป็นความขัดแย้งทางการทูตระลอกล่าสุดระหว่างรัฐบาลยูเครนและเกาหลีใต้ หลังจากที่ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เปิดเผยเรื่องการส่งตัวเชลยศึกชาวเกาหลีเหนือมายังเกาหลีใต้ระหว่างกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก แม้ทั้งสองประเทศตกลงที่จะเก็บเรื่องนี้เป็น “ความลับ”
กระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ ระบุว่า รัฐบาลได้ตัดสินใจเรียกเอกอัครราชทูตของเกาหลีใต้ประจำยูเครนกลับประเทศและหวังว่าประเด็นค้างคาทั้งหมดระหว่างสองประเทศจะได้รับการแก้ไขด้วยไมตรีจิตและจะเดินหน้าหารือกับฝ่ายยูเครนต่อไปเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว
ในเวลาต่อมา กระทรวงการต่างประเทศยูเครน ออกแถลงการณ์ว่า ยูเครนยังคงเปิดกว้างสำหรับการรื้อฟื้นการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ที่อาจต้องใช้เวลาสักระยะ แม้เกาหลีใต้จะตัดสินใจเรียกตัสเอกอัครราชทูตกลับประเทศ พร้อมทั้งระบุว่า “การทูตควรอยู่เหนืออารมณ์”
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จากเกาหลีใต้เกิดขึ้นภายหลังจากที่ ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ออกมาประณามเรื่องดังกล่าวโดยเรียกว่าเป็นเรื่อง “น่าผิดหวังอย่างยิ่ง” และระบุว่าการส่งตัวทหารดังกล่าวเป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนอย่างยิ่งที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ พร้อมทั้งขู่ว่าเกาหลีใต้จะใช้มาตรการลงโทษ หากยูเครนปฏิเสธที่จะขอโทษกรณีเปิดเผยเรื่องการส่งตัวทหารเกาหลีเหนือ
สำหรับทหารเกาหลีเหนือทั้งสองนาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกำลังทหารหลายพันนายจากเกาหลีเหนือที่ถูกส่งไปสนับสนุนรัสเซียในสงครามยูเครน ก่อนหน้านี้ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่า พวกเขาต้องการถูกส่งตัวไปยังเกาหลีใต้
เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา พัค ยุน-จู รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ ได้ยื่นหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการต่อ อันดรีย์ วีชกิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครนในประเด็นดังกล่าว และเมื่อต้นสัปดาห์นี้ โช ฮยอน รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ กล่าวว่า เขาได้รับคำขอโทษจากรัฐมนตรีต่างประเทศยูเครนแล้ว แต่ระบุว่าคำขอโทษดังกล่าวยังไม่เป็นไปตามความคาดหวังของเกาหลีใต้
อย่างไรก็ตาม สำนักงานประธานาธิบดีเกาหลีใต้ระบุว่า การเก็บเรื่องนี้เป็นความลับส่วนหนึ่งมีขึ้นเพื่อปกป้องครอบครัวของทหารเกาหลีเหนือทั้งสองนาย และเสริมว่า ทางการยูเครนเองก็ต้องการให้เรื่องการส่งตัวถูกเก็บเป็นความลับเช่นกัน เพื่อหลีกเลี่ยงเสียงวิจารณ์ว่า ยูเครนได้สละโอกาสในการแลกเปลี่ยนตัวทหารทั้งสองนายกับเชลยศึกชาวยูเครน
- เกาหลีใต้เล็งยกเลิกสิทธิพิเศษ ยกเว้นการเกณฑ์ทหารสำหรับนักกีฬา-ศิลปิน จริงหรือไม่ เกิดอะไรขึ้น?
- ประธานาธิบดีเกาหลีใต้เตือนยูเครน ถ้ายังไม่ขอโทษจะเจอมาตรการตอบโต้
- เกาหลีใต้จี้ยูเครนขอโทษ หลังเปิดเผยเรื่องเชลยศึก แม้สัญญาจะเก็บเป็นความลับ
- “เกาหลีใต้” ลดพึ่งพาน้ำมันตะวันออกกลาง
- ผู้นำเกาหลีใต้เรียกร้อง คลายคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ มุ่งสร้างสันติก่อนปลดนิวเคลียร์
