เกาหลีใต้จี้ยูเครนขอโทษ หลังเปิดเผยเรื่องเชลยศึก แม้สัญญาจะเก็บเป็นความลับ

Share on Line Share on Facebook Share on X
เกาหลีใต้จี้ยูเครนขอโทษ หลังเปิดเผยเรื่องเชลยศึก แม้สัญญาจะเก็บเป็นความลับ


ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้เรียกร้องให้รัฐบาลยูเครนชี้แจงอย่างเป็นทางการ รวมถึงกล่าวขอโทษต่อรัฐบาลเกาหลีใต้ หลังยูเครนเปิดเผยเรื่องการส่งตัวทหารเกาหลีเหนือ 2 นาย ซึ่งถูกจับเป็นเชลยศึกไปยังเกาหลีใต้ ก่อนจะปฏิเสธในภายหลังอย่างไม่ถูกต้องว่าทั้งสองฝ่ายไม่ได้ตกลงกันว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ


ซอง กี-ฮง เลขาธิการอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ระบุในแถลงการณ์ว่า ทำเนียบประธานาธิบดีขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อการเปิดเผยข้อมูลฝ่ายเดียวของยูเครน และการออกแถลงการณ์ที่ไม่เป็นความจริงในภายหลังว่าไม่มีข้อตกลงไม่เปิดเผยข้อมูล แถลงการณ์ระบุด้วยว่ารัฐบาลเกาหลีใต้กำลังพิจารณามาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็น


นอกจากนี้ เลขาธิการอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ยังกล่าวว่า ยูเครนได้หารือเรื่องการส่งตัวเชลยศึกกับรัฐบาลเกาหลีใต้หลายครั้งผ่านช่องทางต่าง ๆ และเป็นฝ่ายร้องขอให้เก็บเรื่องดังกล่าวเป็น “ความลับ” โดยให้เหตุผลว่าหากเปิดเผยต่อสาธารณะอาจทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ภายในประเทศว่ายูเครนได้สูญเสียโอกาสในการใช้ทหารเกาหลีเหนือเหล่านี้แลกเปลี่ยนกับเชลยศึกชาวยูเครน


ดังนั้นแล้วเกาหลีใต้จึงตกลงที่จะเก็บเรื่องการส่งตัวไว้เป็นความลับ โดยคำนึงถึงข้อกังวลด้านความมั่นคง การทูต และมนุษยธรรม รวมถึงความปลอดภัยของตัวเชลยศึกและครอบครัวของพวกเขา แต่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ได้เปิดเผยเรื่องการส่งตัวเชลยศึกชาวเกาหลีเหนือ ระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ โดยไม่ได้หารือกับเกาหลีใต้ล่วงหน้า


ฝ่ายยูเครนยังปฏิเสธว่าไม่เคยมีข้อตกลงรักษาความลับด้วย  ซึ่งรัฐบาลเกาหลีใต้มองว่าการปฏิเสธดังกล่าวได้ทำลายความไว้วางใจระหว่างรัฐบาลทั้งสองอย่างร้ายแรง และอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับยูเครน


เซเลนสกีกล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ยูเครนได้ส่งตัวทหารเกาหลีเหนือ 2 นายที่ถูกจับเป็นเชลยศึกไปยังเกาหลีใต้ โดยระบุว่า ทหารทั้งสองถูกส่งตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ หลังถูกจับกุมขณะร่วมรบให้กับรัสเซียในสงครามกับยูเครน


ขณะที่ ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้กล่าวว่า ยูเครนเปิดเผยเรื่องการส่งตัวดังกล่าว ซึ่งเป็นการละเมิดข้อตกลงไม่เปิดเผยข้อมูลพร้อมทั้งกล่าวว่า การไม่เปิดเผยเรื่องนี้ถือเป็นสิ่งที่เหมาะสมในทุกด้าน เนื่องจากอาจเกิดผลกระทบตามมา และทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้วว่าจะเก็บเรื่องดังกล่าวไว้เป็นความลับ อี แจ-มยอง กล่าวด้วยว่า เขาไม่ทราบว่าเกิดสถานการณ์ใดขึ้นจนทำให้ฝ่ายยูเครนตัดสินใจเปิดเผยเรื่องนี้ ทั้งที่มีข้อตกลงรักษาความลับแต่เขารู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง


อย่างไรก็ตาม  ยูเครนจับกุมทหารเกาหลีเหนือ 2 นายในแคว้นเคิร์สก์ของรัสเซียเมื่อเดือนมกราคม 2025 โดยทหารทั้งสองถือเป็นทหารเกาหลีเหนือกลุ่มแรกที่ถูกจับเป็นเชลยศึกทั้งเป็น นับตั้งแต่เกาหลีเหนือเข้าร่วมสงครามในปี 2024 เพื่อช่วยเหลือรัสเซีย


ก่อนหน้านี้ เกาหลีใต้ปฏิเสธที่จะยืนยันว่าทหารทั้งสองเดินทางมาถึงเกาหลีใต้แล้ว โดยให้เหตุผลด้านความปลอดภัยของตัวทหารและครอบครัวที่ยังอยู่ในเกาหลีเหนือ


ด้าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านของเกาหลีใต้ระบุว่า รัฐบาลเกาหลีใต้และยูเครนได้หารือกันถึงความเป็นไปได้ในการส่งตัวทหารทั้งสองนาย หลังจากพวกเขาแสดงความต้องการเดินทางไปยังเกาหลีใต้ โดยการส่งตัวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่เกาหลีใต้สนับสนุนความพยายามฟื้นฟูการเจรจากับเกาหลีเหนือ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ก็แสดงความพร้อมอีกครั้งที่จะกลับมาเจรจากับรัฐบาลเกาหลีเหนือ

สรุปข่าว

เกาหลีใต้ไม่พอใจหนัก จี้รัฐบาลยูเครนให้ “ขอโทษ” หลังเซเลนสกีออกมาเปิดเผยการส่งตัวเชลยศึกชาวเกาหลีเหนือแม้ทั้งเกาหลีใต้และยูเครนเคยตกลงร่วมกันว่าจะเก็บเรื่องการส่งตัวเชลยเป็นความลับและไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ


ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้เรียกร้องให้รัฐบาลยูเครนชี้แจงอย่างเป็นทางการ รวมถึงกล่าวขอโทษต่อรัฐบาลเกาหลีใต้ หลังยูเครนเปิดเผยเรื่องการส่งตัวทหารเกาหลีเหนือ 2 นาย ซึ่งถูกจับเป็นเชลยศึกไปยังเกาหลีใต้ ก่อนจะปฏิเสธในภายหลังอย่างไม่ถูกต้องว่าทั้งสองฝ่ายไม่ได้ตกลงกันว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ


ซอง กี-ฮง เลขาธิการอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ระบุในแถลงการณ์ว่า ทำเนียบประธานาธิบดีขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อการเปิดเผยข้อมูลฝ่ายเดียวของยูเครน และการออกแถลงการณ์ที่ไม่เป็นความจริงในภายหลังว่าไม่มีข้อตกลงไม่เปิดเผยข้อมูล แถลงการณ์ระบุด้วยว่ารัฐบาลเกาหลีใต้กำลังพิจารณามาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็น


นอกจากนี้ เลขาธิการอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ยังกล่าวว่า ยูเครนได้หารือเรื่องการส่งตัวเชลยศึกกับรัฐบาลเกาหลีใต้หลายครั้งผ่านช่องทางต่าง ๆ และเป็นฝ่ายร้องขอให้เก็บเรื่องดังกล่าวเป็น “ความลับ” โดยให้เหตุผลว่าหากเปิดเผยต่อสาธารณะอาจทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ภายในประเทศว่ายูเครนได้สูญเสียโอกาสในการใช้ทหารเกาหลีเหนือเหล่านี้แลกเปลี่ยนกับเชลยศึกชาวยูเครน


ดังนั้นแล้วเกาหลีใต้จึงตกลงที่จะเก็บเรื่องการส่งตัวไว้เป็นความลับ โดยคำนึงถึงข้อกังวลด้านความมั่นคง การทูต และมนุษยธรรม รวมถึงความปลอดภัยของตัวเชลยศึกและครอบครัวของพวกเขา แต่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ได้เปิดเผยเรื่องการส่งตัวเชลยศึกชาวเกาหลีเหนือ ระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ โดยไม่ได้หารือกับเกาหลีใต้ล่วงหน้า


ฝ่ายยูเครนยังปฏิเสธว่าไม่เคยมีข้อตกลงรักษาความลับด้วย  ซึ่งรัฐบาลเกาหลีใต้มองว่าการปฏิเสธดังกล่าวได้ทำลายความไว้วางใจระหว่างรัฐบาลทั้งสองอย่างร้ายแรง และอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับยูเครน


เซเลนสกีกล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ยูเครนได้ส่งตัวทหารเกาหลีเหนือ 2 นายที่ถูกจับเป็นเชลยศึกไปยังเกาหลีใต้ โดยระบุว่า ทหารทั้งสองถูกส่งตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ หลังถูกจับกุมขณะร่วมรบให้กับรัสเซียในสงครามกับยูเครน


ขณะที่ ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้กล่าวว่า ยูเครนเปิดเผยเรื่องการส่งตัวดังกล่าว ซึ่งเป็นการละเมิดข้อตกลงไม่เปิดเผยข้อมูลพร้อมทั้งกล่าวว่า การไม่เปิดเผยเรื่องนี้ถือเป็นสิ่งที่เหมาะสมในทุกด้าน เนื่องจากอาจเกิดผลกระทบตามมา และทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้วว่าจะเก็บเรื่องดังกล่าวไว้เป็นความลับ อี แจ-มยอง กล่าวด้วยว่า เขาไม่ทราบว่าเกิดสถานการณ์ใดขึ้นจนทำให้ฝ่ายยูเครนตัดสินใจเปิดเผยเรื่องนี้ ทั้งที่มีข้อตกลงรักษาความลับแต่เขารู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง


อย่างไรก็ตาม  ยูเครนจับกุมทหารเกาหลีเหนือ 2 นายในแคว้นเคิร์สก์ของรัสเซียเมื่อเดือนมกราคม 2025 โดยทหารทั้งสองถือเป็นทหารเกาหลีเหนือกลุ่มแรกที่ถูกจับเป็นเชลยศึกทั้งเป็น นับตั้งแต่เกาหลีเหนือเข้าร่วมสงครามในปี 2024 เพื่อช่วยเหลือรัสเซีย


ก่อนหน้านี้ เกาหลีใต้ปฏิเสธที่จะยืนยันว่าทหารทั้งสองเดินทางมาถึงเกาหลีใต้แล้ว โดยให้เหตุผลด้านความปลอดภัยของตัวทหารและครอบครัวที่ยังอยู่ในเกาหลีเหนือ


ด้าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านของเกาหลีใต้ระบุว่า รัฐบาลเกาหลีใต้และยูเครนได้หารือกันถึงความเป็นไปได้ในการส่งตัวทหารทั้งสองนาย หลังจากพวกเขาแสดงความต้องการเดินทางไปยังเกาหลีใต้ โดยการส่งตัวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่เกาหลีใต้สนับสนุนความพยายามฟื้นฟูการเจรจากับเกาหลีเหนือ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ก็แสดงความพร้อมอีกครั้งที่จะกลับมาเจรจากับรัฐบาลเกาหลีเหนือ

ที่มาข้อมูล : CNN

ที่มารูปภาพ : Reuters