ผู้นำเกาหลีใต้เรียกร้อง คลายคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ มุ่งสร้างสันติก่อนปลดนิวเคลียร์

หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานว่าประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ เรียกร้องสหรัฐฯ ให้ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือ เพื่อแลกกับข้อตกลงที่เกาหลีเหนือจะระงับโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์ว่า เขาเชื่อว่าการแลกเปลี่ยนระหว่างมาตรการคว่ำบาตรกับการยุติการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เพิ่มเติมและเทคโนโลยีขีปนาวุธข้ามทวีปนั้นมีคุณค่าอย่างมาก เขาระบุว่า หากสามารถบรรลุข้อตกลงให้เกาหลีเหนือระงับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ ก็จะสามารถสร้างความไว้วางใจผ่านแรงจูงใจและข้อแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน เพื่อโน้มน้าวให้เกาหลีเหนือลดจำนวนอาวุธนิวเคลียร์ในท้ายที่สุด
นอกจากนี้ ผู้นำเกาหลีใต้ยังระบุว่า เมื่อเกาหลีเหนือเชื่อว่าได้สะสมอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธไว้มากพอที่จะรับประกันความอยู่รอดของตนเองแล้ว ก็จะถูกล่อลวงให้นำอาวุธเหล่านี้ไปขายเพื่อหาเงินและนั่นจะถือเป็นช่วงเวลาที่อันตรายอย่างแท้จริง
เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ระบุว่า รัฐบาลกำลังเปลี่ยนจากนโยบายต่อเกาหลีเหนือจากการปลดอาวุธนิวเคลียร์เป็นอันดับแรกไปสู่แนวทาง “สันติภาพเป็นอันดับแรก” โดยประธานาธิบดีอีเคยให้คำมั่นเมื่อปีที่แล้วว่าจะเคารพระบบการปกครองของเกาหลีเหนือและแสวงหาการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่าง 2 ประเทศ
อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลียังคงอยู่ในภาวะตึงเครียด โดยคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ละทิ้งนโยบายรวมชาติ พร้อมระบุว่าเกาหลีใต้เป็นรัฐที่เป็นปรปักษ์มากที่สุดและสั่งเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับแนวป้องกันบริเวณชายแดน ขณะที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กำลังพยายามจัดการประชุมครั้งใหม่กับคิม จอง-อึน ซึ่งฝั่งเกาหลีใต้ระบุว่าต้องการเห็นการเจรจาดังกล่าวระหว่างทรัมป์และคิมเกิดขึ้นจริง
ทั้งนี้ ผู้นำเกาหลีใต้ มีกำหนดนำเสนอวิสัยทัศน์ด้านสันติภาพและการอยู่ร่วมกันบนคาบสมุทรเกาหลีต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในสัปดาห์นี้ด้วย
สรุปข่าว
หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานว่าประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ เรียกร้องสหรัฐฯ ให้ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือ เพื่อแลกกับข้อตกลงที่เกาหลีเหนือจะระงับโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์ว่า เขาเชื่อว่าการแลกเปลี่ยนระหว่างมาตรการคว่ำบาตรกับการยุติการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เพิ่มเติมและเทคโนโลยีขีปนาวุธข้ามทวีปนั้นมีคุณค่าอย่างมาก เขาระบุว่า หากสามารถบรรลุข้อตกลงให้เกาหลีเหนือระงับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ ก็จะสามารถสร้างความไว้วางใจผ่านแรงจูงใจและข้อแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน เพื่อโน้มน้าวให้เกาหลีเหนือลดจำนวนอาวุธนิวเคลียร์ในท้ายที่สุด
นอกจากนี้ ผู้นำเกาหลีใต้ยังระบุว่า เมื่อเกาหลีเหนือเชื่อว่าได้สะสมอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธไว้มากพอที่จะรับประกันความอยู่รอดของตนเองแล้ว ก็จะถูกล่อลวงให้นำอาวุธเหล่านี้ไปขายเพื่อหาเงินและนั่นจะถือเป็นช่วงเวลาที่อันตรายอย่างแท้จริง
เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ระบุว่า รัฐบาลกำลังเปลี่ยนจากนโยบายต่อเกาหลีเหนือจากการปลดอาวุธนิวเคลียร์เป็นอันดับแรกไปสู่แนวทาง “สันติภาพเป็นอันดับแรก” โดยประธานาธิบดีอีเคยให้คำมั่นเมื่อปีที่แล้วว่าจะเคารพระบบการปกครองของเกาหลีเหนือและแสวงหาการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่าง 2 ประเทศ
อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลียังคงอยู่ในภาวะตึงเครียด โดยคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ละทิ้งนโยบายรวมชาติ พร้อมระบุว่าเกาหลีใต้เป็นรัฐที่เป็นปรปักษ์มากที่สุดและสั่งเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับแนวป้องกันบริเวณชายแดน ขณะที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กำลังพยายามจัดการประชุมครั้งใหม่กับคิม จอง-อึน ซึ่งฝั่งเกาหลีใต้ระบุว่าต้องการเห็นการเจรจาดังกล่าวระหว่างทรัมป์และคิมเกิดขึ้นจริง
ทั้งนี้ ผู้นำเกาหลีใต้ มีกำหนดนำเสนอวิสัยทัศน์ด้านสันติภาพและการอยู่ร่วมกันบนคาบสมุทรเกาหลีต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในสัปดาห์นี้ด้วย
