สงครามดัน "ค่าขนส่ง" พุ่ง 4 เท่า ภาระตกที่ผู้บริโภค

Share on Line Share on Facebook Share on X

ต้นทุนขนส่งสินค้าทางทะเลทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันระลอกใหม่ หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่าน ดันราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงสำหรับเรือคอนเทนเนอร์พุ่งขึ้น จนค่าระวางบางเส้นทางกลับไปใกล้ระดับสูงสุดในช่วงวิกฤตโควิด-19

ข้อมูลจาก Xeneta แพลตฟอร์มวิเคราะห์ราคาค่าขนส่ง ระบุว่า ค่าระวางตลาดจร หรือค่าขนส่งที่อยู่นอกสัญญาระยะยาว จากจีนไปยังชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นแตะ 10,948 ดอลลาร์ต่อตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต หรือประมาณ 3.4 แสนบาทต่อตู้

อัตราดังกล่าวเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่า นับตั้งแต่สงครามกับอิหร่านเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และอยู่ต่ำกว่าสถิติของ Xeneta ที่ 11,900 ดอลลาร์ต่อตู้ ซึ่งทำไว้เมื่อเดือนมกราคม 2022 เพียงประมาณร้อยละ 8

เส้นทางเซี่ยงไฮ้–นิวยอร์ก เป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งสินค้าที่มีปริมาณสูงและสร้างรายได้มากที่สุดให้แก่สายเรือระดับโลก เช่น MSC, Maersk, COSCO และ CMA CGM

สรุปข่าว

สงครามอิหร่านดันต้นทุนน้ำมันเรือและค่าขนส่งทางทะเลพุ่ง ค่าระวางจากจีนไปชายฝั่งตะวันออกสหรัฐฯ เพิ่มมากกว่า 4 เท่า ใกล้ทำลายสถิติยุคโควิด ผู้เชี่ยวชาญเตือนต้นทุนอาจส่งผ่านถึงผู้นำเข้า ร้านค้าปลีก และผู้บริโภค

ต้นทุนขนส่งสินค้าทางทะเลทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันระลอกใหม่ หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่าน ดันราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงสำหรับเรือคอนเทนเนอร์พุ่งขึ้น จนค่าระวางบางเส้นทางกลับไปใกล้ระดับสูงสุดในช่วงวิกฤตโควิด-19

ข้อมูลจาก Xeneta แพลตฟอร์มวิเคราะห์ราคาค่าขนส่ง ระบุว่า ค่าระวางตลาดจร หรือค่าขนส่งที่อยู่นอกสัญญาระยะยาว จากจีนไปยังชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นแตะ 10,948 ดอลลาร์ต่อตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต หรือประมาณ 3.4 แสนบาทต่อตู้

อัตราดังกล่าวเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่า นับตั้งแต่สงครามกับอิหร่านเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และอยู่ต่ำกว่าสถิติของ Xeneta ที่ 11,900 ดอลลาร์ต่อตู้ ซึ่งทำไว้เมื่อเดือนมกราคม 2022 เพียงประมาณร้อยละ 8

เส้นทางเซี่ยงไฮ้–นิวยอร์ก เป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งสินค้าที่มีปริมาณสูงและสร้างรายได้มากที่สุดให้แก่สายเรือระดับโลก เช่น MSC, Maersk, COSCO และ CMA CGM

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันค่าระวาง คือราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น หลังการสู้รบขยายตัวไปยังเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ซาอุดีอาระเบียต้องระงับการใช้งานท่อส่งน้ำมันฝั่งตะวันออก–ตะวันตก หลังถูกโจมตีทางอากาศ

ความตึงเครียดดังกล่าวทำให้ราคาเฉลี่ยของน้ำมันเตากำมะถันต่ำมาก หรือเชื้อเพลิงบังเกอร์ที่ใช้กับเรือคอนเทนเนอร์ ในท่าเรือสำคัญ 20 แห่งทั่วโลก เพิ่มขึ้นเป็น 901.50 ดอลลาร์ต่อตัน จาก 543.50 ดอลลาร์ต่อตันก่อนสงครามเริ่มต้น คิดเป็นการเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 66

แม้ราคายังต่ำกว่าจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ซึ่งอยู่ที่ 1,053 ดอลลาร์ต่อตัน แต่ต้นทุนเชื้อเพลิงในระดับนี้ทำให้สายเรือต้องเรียกเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันและค่าบริการเพิ่มเติมจากลูกค้า

อีกแรงกดดันมาจากช่วงก่อนวันหยุดยาวโกลเดนวีกของจีนในต้นเดือนตุลาคม โรงงานจำนวนมากจะหยุดดำเนินงานชั่วคราว ทำให้บริษัทนำเข้า รวมถึงผู้ค้าปลีกรายใหญ่อย่าง Walmart และ Amazon ต้องเร่งขนสินค้าออกจากจีน

ความต้องการใช้เรือที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับต้นทุนน้ำมันที่สูง จึงอาจดันค่าระวางตามดัชนี Xeneta ขึ้นทำสถิติใหม่ได้ภายในเดือนกันยายน

ผลกระทบทางธุรกิจจะเกิดขึ้นเป็นลำดับ ตั้งแต่ผู้นำเข้าที่ต้องจ่ายค่าขนส่งและค่าธรรมเนียมน้ำมันเพิ่ม ผู้ค้าปลีกที่เผชิญต้นทุนสินค้าสูงขึ้น ไปจนถึงผู้บริโภค หากบริษัทต่าง ๆ ส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย

สถานการณ์นี้สะท้อนว่า แม้ปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ในยุคโควิดจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานกำลังสร้างวิกฤตต้นทุนโลจิสติกส์รอบใหม่ ซึ่งอาจซ้ำเติมเงินเฟ้อและห่วงโซ่อุปทานโลกในช่วงปลายปี