นายกฯ เนปาลเรียกร้องความยุติธรรมปัญหาโลกร้อน

Share on Line Share on Facebook Share on X
นายกฯ เนปาลเรียกร้องความยุติธรรมปัญหาโลกร้อน

นายกรัฐมนตรีบาเลนดรา ชาห์ของเนปาล กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมประจำปีสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ หรือ UNGA เรียกร้องความยุติธรรม หลังเกิดเหตุธารน้ำแข็งบนเทือกเขาหิมาลัยถล่มชายแดนเนปาล-ทิเบตเมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้เนปาลต้องกลายเป็นผู้จ่ายราคาแพง ต่อวิกฤติที่เนปาลไม่ได้เป็นผู้ก่อ ชาห์ระบุว่า เนปาลมีส่วนแพร่ก๊าซเรือนกระจายต้นเหตุของโลกร้อนเพียงน้อยนิดไม่ถึงร้อยละ 0.1 ของก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก แต่กลับเป็นประเทศที่ต้องรับผลกระทบอย่างรุนแรง และเรียกร้องความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อนร่วมกับอินเดียและจีน

ชาห์กล่าวถึงเหตุภัยพิบัติครั้งใหญ่ธารน้ำแข็งถล่มชายแดนเนปาล-จีน ที่เกิดขึ้นเมื่อ 26 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า เกิดน้ำท่วมฉับพลันรุนแรงคล้ายกับคลื่นยักษ์สึนามิถล่ม สาเหตุจากธารน้ำแข็งถล่มลงมาจากเทือกเขาหิมาลัย ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม สะท้อนให้เห็นผลกระทบจากปัญหาโลกร้อน ที่ได้ทำลายระบบนิเวศของเทือกเขาหิมาลัย จากการที่ทำให้ธารน้ำแข็งละลาย เพิ่มความเสี่ยงก้อนน้ำแข็ง ดินโคลนและหินถล่มหลังธารน้ำแข็งละลาย 

พร้อมเสนอกลไกใหม่ในระดับภูมิภาค เรียกว่า "กลไกฟื้นฟูเทือกเขาหิมาลัยจากปัญหาโลกร้อน" (Himalaya Climate Resilience Mechanism) เพื่อฟื้นฟูเทือกเขาหิมาลัย ประกอบด้วย 3 ชาตินำโดยเนปาล ร่วมด้วยอินเดียกับจีน เพื่อเผชิญหน้ากับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากปัญหาโลกร้อนที่ส่งผลกระทบเทือกเขาหิมาลัย 

การกล่าวถ้อยแถลงของผู้นำเนปาลที่ยูเอ็นจีเอเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา มีขึ้น 1 วันก่อนครบ 1 เดือนเหตุธารน้ำแข็งถล่มรุนแรงชายแดนเนปาล-จีน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,400 คน และจนถึงบัดนี้ ยังมีอีกหลายพันคนยังคงสูญหาย

สรุปข่าว

นายกรัฐมนตรีของเนปาลกล่าวถ้อยแถลงบนเวที UNGA เรียกร้องความยุติธรรมที่ต้องรับผลกระทบหนักจากปัญหาโลกร้อน ทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อ จากเหตุธารน้ำแข็งถล่มชายแดนเนปาล-จีนครบ 1 เดือน มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,400 คน

นายกรัฐมนตรีบาเลนดรา ชาห์ของเนปาล กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมประจำปีสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ หรือ UNGA เรียกร้องความยุติธรรม หลังเกิดเหตุธารน้ำแข็งบนเทือกเขาหิมาลัยถล่มชายแดนเนปาล-ทิเบตเมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้เนปาลต้องกลายเป็นผู้จ่ายราคาแพง ต่อวิกฤติที่เนปาลไม่ได้เป็นผู้ก่อ ชาห์ระบุว่า เนปาลมีส่วนแพร่ก๊าซเรือนกระจายต้นเหตุของโลกร้อนเพียงน้อยนิดไม่ถึงร้อยละ 0.1 ของก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก แต่กลับเป็นประเทศที่ต้องรับผลกระทบอย่างรุนแรง และเรียกร้องความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อนร่วมกับอินเดียและจีน

ชาห์กล่าวถึงเหตุภัยพิบัติครั้งใหญ่ธารน้ำแข็งถล่มชายแดนเนปาล-จีน ที่เกิดขึ้นเมื่อ 26 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า เกิดน้ำท่วมฉับพลันรุนแรงคล้ายกับคลื่นยักษ์สึนามิถล่ม สาเหตุจากธารน้ำแข็งถล่มลงมาจากเทือกเขาหิมาลัย ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม สะท้อนให้เห็นผลกระทบจากปัญหาโลกร้อน ที่ได้ทำลายระบบนิเวศของเทือกเขาหิมาลัย จากการที่ทำให้ธารน้ำแข็งละลาย เพิ่มความเสี่ยงก้อนน้ำแข็ง ดินโคลนและหินถล่มหลังธารน้ำแข็งละลาย 

พร้อมเสนอกลไกใหม่ในระดับภูมิภาค เรียกว่า "กลไกฟื้นฟูเทือกเขาหิมาลัยจากปัญหาโลกร้อน" (Himalaya Climate Resilience Mechanism) เพื่อฟื้นฟูเทือกเขาหิมาลัย ประกอบด้วย 3 ชาตินำโดยเนปาล ร่วมด้วยอินเดียกับจีน เพื่อเผชิญหน้ากับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากปัญหาโลกร้อนที่ส่งผลกระทบเทือกเขาหิมาลัย 

การกล่าวถ้อยแถลงของผู้นำเนปาลที่ยูเอ็นจีเอเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา มีขึ้น 1 วันก่อนครบ 1 เดือนเหตุธารน้ำแข็งถล่มรุนแรงชายแดนเนปาล-จีน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,400 คน และจนถึงบัดนี้ ยังมีอีกหลายพันคนยังคงสูญหาย

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters