
นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา เปิดเผยเมื่อวานนี้ (21 สิงหาคม) ว่าแคนาดาได้ระงับการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ พร้อมประกาศว่าจะขึ้นภาษีตอบโต้ในอัตราเดียวกับที่สหรัฐฯ เรียกเก็บแบบ “ดอลลาร์ต่อดอลลาร์” พร้อมสั่งการให้คณะผู้เจรจาของแคนาดาเดินทางกลับประเทศทันที นายกรัฐมนตรีแคนาดายังระบุว่าการตอบโต้นี้เป็นเพราะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่ตอบโจทย์เป้าหมายของชาวแคนาดาได้
ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้เกิดขึ้นแม้ว่าก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายจะมีความคืบหน้าครั้งสำคัญในการเจรจาข้อตกลงการค้าเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการขึ้นภาษี 50% ของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อสินค้าจากแคนาดาหลายรายการ ซึ่งมีกำหนดมีผลในเวลาเที่ยงคืนที่ผ่านมาตามเวลาตะวันออกของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม คาร์นีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในคืนนี้ สหรัฐฯ มีแผนจะเรียกเก็บภาษี 50% กับสินค้าจากแคนาดามูลค่าประมาณ 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แคนาดาก็จะตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีในอัตราเดียวกันเพื่อปกป้องแรงงานและภาคธุรกิจของประเทศ นอกจากนี้เขายังวิจารณ์ว่าการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่สหรัฐฯ เสนอในนาทีสุดท้ายไม่เป็นธรรม ไม่สอดคล้องกับหลักเศรษฐศาสตร์ และทำให้เกิดคำถามถึงความน่าเชื่อถือของข้อตกลงใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น
หลังการเจรจาล่มแคนาดาจะเผชิญกับภาษีใหม่ 50% ของสหรัฐฯ ซึ่งทรัมป์ใช้อำนาจตามกฎหมายเก่าแก่จากยุคเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ หรือ Tariff Act of 1930 โดยภาษีดังกล่าวจะครอบคลุมสินค้าหลายประเภท เช่น ไวน์ ผลิตภัณฑ์นม ปูนซีเมนต์ เสื้อผ้า และอุปกรณ์ฮอกกี้ และเป็นภาษีเพิ่มเติมจากมาตรการที่สหรัฐฯ เรียกเก็บอยู่แล้วกับเหล็กและอะลูมิเนียม รถยนต์ และไม้แปรรูปจากแคนาดา
สำหรับการเจรจาการค้าระหว่างแคนาดาและสหรัฐฯ เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องนานกว่าหนึ่งปี เพื่อพยายามบรรลุข้อตกลงที่จะทำให้สหรัฐฯ ยกเลิกหรือลดภาษีในอุตสาหกรรมสำคัญเหล่านี้ ขณะที่สหรัฐฯ เรียกร้องข้อแลกเปลี่ยนหลายประการจากแคนาดา เช่น ให้ยกเลิกภาษีตอบโต้รถยนต์จากสหรัฐฯ ที่ยังคงมีอยู่ และปรับโควตานำเข้าผลิตภัณฑ์นม เพื่อเปิดทางให้ผู้ผลิตชีสจากสหรัฐฯ เข้าถึงตลาดแคนาดาได้มากขึ้น อีกทั้งสหรัฐฯ ยังเรียกร้องให้แคนาดายกเลิกคำสั่งห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากสหรัฐฯ ที่รัฐบาลระดับรัฐส่วนใหญ่ของแคนาดาได้ประกาศใช้เมื่อปีที่แล้ว เพื่อตอบโต้มาตรการ “ภาษีของทรัมป์”
สรุปข่าว
นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา เปิดเผยเมื่อวานนี้ (21 สิงหาคม) ว่าแคนาดาได้ระงับการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ พร้อมประกาศว่าจะขึ้นภาษีตอบโต้ในอัตราเดียวกับที่สหรัฐฯ เรียกเก็บแบบ “ดอลลาร์ต่อดอลลาร์” พร้อมสั่งการให้คณะผู้เจรจาของแคนาดาเดินทางกลับประเทศทันที นายกรัฐมนตรีแคนาดายังระบุว่าการตอบโต้นี้เป็นเพราะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่ตอบโจทย์เป้าหมายของชาวแคนาดาได้
ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้เกิดขึ้นแม้ว่าก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายจะมีความคืบหน้าครั้งสำคัญในการเจรจาข้อตกลงการค้าเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการขึ้นภาษี 50% ของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อสินค้าจากแคนาดาหลายรายการ ซึ่งมีกำหนดมีผลในเวลาเที่ยงคืนที่ผ่านมาตามเวลาตะวันออกของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม คาร์นีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในคืนนี้ สหรัฐฯ มีแผนจะเรียกเก็บภาษี 50% กับสินค้าจากแคนาดามูลค่าประมาณ 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แคนาดาก็จะตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีในอัตราเดียวกันเพื่อปกป้องแรงงานและภาคธุรกิจของประเทศ นอกจากนี้เขายังวิจารณ์ว่าการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่สหรัฐฯ เสนอในนาทีสุดท้ายไม่เป็นธรรม ไม่สอดคล้องกับหลักเศรษฐศาสตร์ และทำให้เกิดคำถามถึงความน่าเชื่อถือของข้อตกลงใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น
หลังการเจรจาล่มแคนาดาจะเผชิญกับภาษีใหม่ 50% ของสหรัฐฯ ซึ่งทรัมป์ใช้อำนาจตามกฎหมายเก่าแก่จากยุคเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ หรือ Tariff Act of 1930 โดยภาษีดังกล่าวจะครอบคลุมสินค้าหลายประเภท เช่น ไวน์ ผลิตภัณฑ์นม ปูนซีเมนต์ เสื้อผ้า และอุปกรณ์ฮอกกี้ และเป็นภาษีเพิ่มเติมจากมาตรการที่สหรัฐฯ เรียกเก็บอยู่แล้วกับเหล็กและอะลูมิเนียม รถยนต์ และไม้แปรรูปจากแคนาดา
สำหรับการเจรจาการค้าระหว่างแคนาดาและสหรัฐฯ เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องนานกว่าหนึ่งปี เพื่อพยายามบรรลุข้อตกลงที่จะทำให้สหรัฐฯ ยกเลิกหรือลดภาษีในอุตสาหกรรมสำคัญเหล่านี้ ขณะที่สหรัฐฯ เรียกร้องข้อแลกเปลี่ยนหลายประการจากแคนาดา เช่น ให้ยกเลิกภาษีตอบโต้รถยนต์จากสหรัฐฯ ที่ยังคงมีอยู่ และปรับโควตานำเข้าผลิตภัณฑ์นม เพื่อเปิดทางให้ผู้ผลิตชีสจากสหรัฐฯ เข้าถึงตลาดแคนาดาได้มากขึ้น อีกทั้งสหรัฐฯ ยังเรียกร้องให้แคนาดายกเลิกคำสั่งห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากสหรัฐฯ ที่รัฐบาลระดับรัฐส่วนใหญ่ของแคนาดาได้ประกาศใช้เมื่อปีที่แล้ว เพื่อตอบโต้มาตรการ “ภาษีของทรัมป์”
- เครื่องบินตกที่ฐานทัพสหรัฐฯ ในอะแลสกา เสียชีวิตยกลำ 8 ราย
- สหรัฐฯ แอบจัดตั้งเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้ขนส่งน้ำมันต่อไปได้
- ทรัมป์ขู่ใครช่วยอิหร่าน โดนลงโทษทางเศรษฐกิจ อย่างรุนแรงที่สุดที่เคยมี
- ทรัมป์ประกาศพบ คิม จอง-อึน ปลายปีนี้ สื่อคาดอาจพบที่ APEC จีน
- ทรัมป์สั่งทีมเจรจาหยุดการติดต่อกับอิหร่าน เหตุไม่พอใจเมินข้อเสนอ
