ทรัมป์ประกาศพบ คิม จอง-อึน ปลายปีนี้ สื่อคาดอาจพบที่ APEC จีน

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทรัมป์ประกาศพบ คิม จอง-อึน ปลายปีนี้ สื่อคาดอาจพบที่ APEC จีน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวานนี้ (19 สิงหาคม) ว่าเขาจะพบกับ “คิม จอง-อึน” ผู้นำเกาหลีเหนือในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะเป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างผู้นำทั้งสองนับตั้งแต่ทรัมป์เริ่มดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง

ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า เกาหลีเหนือมีอาวุธนิวเคลียร์ที่ “ทรงพลังมาก” จำนวน 57 ลูก ซึ่งถือเป็นการประเมินขนาดคลังอาวุธนิวเคลียร์ของคิม จอง-อึน ที่มีความเฉพาะเจาะจงและพบได้ไม่บ่อยนักจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เขามีแผนจะพบกับคิมในช่วงปลายปี 2026 หรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ใช่ เขาจะพบ” ระหว่างการพานักข่าวชมลานจอดเฮลิคอปเตอร์แห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้างบริเวณทำเนียบขาว

ทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม แต่หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานว่า ทรัมป์กำลังพิจารณาพบกับคิมระหว่างการเดินทางเยือนจีนเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือ APEC ในเดือนพฤศจิกายน

ทรัมป์ยังปกป้องแผนการพบกับคิม แม้ในเวลาเดียวกันสหรัฐฯ กำลังทำสงครามกับอิหร่าน ซึ่งทรัมป์ให้เหตุผลสนับสนุนการทำสงครามโดยอ้างถึงความจำเป็นในการป้องกันไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์

การประกาศของทรัมป์เกิดขึ้นเพียงสองวันหลังจากที่เขาสั่งให้สหรัฐฯ ลดระดับการซ้อมรบร่วมทางทหารกับเกาหลีใต้ ซึ่งเขาเรียกว่าเป็นการลดการซ้อมรบที่ “ไม่เหมาะสมและเป็นปฏิปักษ์”ผู้นำสหรัฐฯ อ้างถึง “ความสัมพันธ์ที่ดี” ของเขากับคิมเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งในการตัดสินใจดังกล่าว

ทรัมป์และคิมพบกันมาแล้ว 3 ครั้งในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก โดยในเวลานั้นทรัมป์เคยกล่าวว่าทั้งคู่ “ตกหลุมรักกัน” หลังจากแลกเปลี่ยนจดหมายที่ “งดงาม” ต่อกัน อย่างไรก็ตาม ทั้งสองยังไม่ได้พบกันเลยในช่วงการดำรงตำแหน่งสมัยที่สองของทรัมป์

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทรัมป์ส่งสัญญาณมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าอาจมีการติดต่อสื่อสารกับคิม แต่เมื่อวันพุธเขายังไม่ยืนยันว่าทั้งสองกำลังแลกเปลี่ยนจดหมายกันอยู่หรือไม่

ด้านคิม โย จอง น้องสาวผู้ทรงอิทธิพลของคิม จอง-อึน กล่าวเมื่อวันพุธว่า เธอ “ไม่ทราบ” ถึงรายงานข่าวเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารระหว่างพี่ชายของเธอกับทรัมป์ แต่ระบุว่าความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำทั้งสองยังคง “ยอดเยี่ยม”

คิม โย-จอง กล่าวอีกว่า นโยบายของสหรัฐฯ ที่มีต่อเกาหลีเหนือยังคงเป็นปฏิปักษ์ แม้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะมีคำสั่งให้ลดการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ ในการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ลงอย่างมากก็ตาม

ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าว KCNA ของรัฐบาลเกาหลีเหนือ คิม โย จอง กล่าวว่า เกาหลีเหนือ “ไม่เห็นคุณค่า” ที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับการลดขนาดการซ้อมรบดังกล่าว และไม่มีความสนใจต่อการเปลี่ยนแปลงนี้

เธอกล่าวว่า การลดขนาดหรือระยะเวลาของการซ้อมรบไม่ได้เปลี่ยนแปลง “ลักษณะที่ยั่วยุและเป็นปฏิปักษ์” ของการซ้อมรบทางทหารดังกล่าว

เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือจะ “ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง” แต่รัฐบาลสหรัฐฯยังคงจัดการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ และยังคงคุกคามความมั่นคงของเกาหลีเหนือ

นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเกาหลีเหนือได้ส่งกำลังทหารเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนสงครามในยูเครน โดยเรียกข้อกล่าวหาดังกล่าวว่าเป็น “เรื่องที่ยูเครนกุขึ้นมาโดยไม่มีมูลความจริงโดยสิ้นเชิง”



สรุปข่าว

ทรัมป์ระบุจะพบคิม จอง-อึน อีกครั้งในช่วงปลายปี 2026 ซึ่งจะเป็นการพบกันครั้งแรกในวาระประธานาธิบดีสมัยที่สองของทรัมป์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวานนี้ (19 สิงหาคม) ว่าเขาจะพบกับ “คิม จอง-อึน” ผู้นำเกาหลีเหนือในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะเป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างผู้นำทั้งสองนับตั้งแต่ทรัมป์เริ่มดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง

ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า เกาหลีเหนือมีอาวุธนิวเคลียร์ที่ “ทรงพลังมาก” จำนวน 57 ลูก ซึ่งถือเป็นการประเมินขนาดคลังอาวุธนิวเคลียร์ของคิม จอง-อึน ที่มีความเฉพาะเจาะจงและพบได้ไม่บ่อยนักจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เขามีแผนจะพบกับคิมในช่วงปลายปี 2026 หรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ใช่ เขาจะพบ” ระหว่างการพานักข่าวชมลานจอดเฮลิคอปเตอร์แห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้างบริเวณทำเนียบขาว

ทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม แต่หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานว่า ทรัมป์กำลังพิจารณาพบกับคิมระหว่างการเดินทางเยือนจีนเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือ APEC ในเดือนพฤศจิกายน

ทรัมป์ยังปกป้องแผนการพบกับคิม แม้ในเวลาเดียวกันสหรัฐฯ กำลังทำสงครามกับอิหร่าน ซึ่งทรัมป์ให้เหตุผลสนับสนุนการทำสงครามโดยอ้างถึงความจำเป็นในการป้องกันไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์

การประกาศของทรัมป์เกิดขึ้นเพียงสองวันหลังจากที่เขาสั่งให้สหรัฐฯ ลดระดับการซ้อมรบร่วมทางทหารกับเกาหลีใต้ ซึ่งเขาเรียกว่าเป็นการลดการซ้อมรบที่ “ไม่เหมาะสมและเป็นปฏิปักษ์”ผู้นำสหรัฐฯ อ้างถึง “ความสัมพันธ์ที่ดี” ของเขากับคิมเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งในการตัดสินใจดังกล่าว

ทรัมป์และคิมพบกันมาแล้ว 3 ครั้งในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก โดยในเวลานั้นทรัมป์เคยกล่าวว่าทั้งคู่ “ตกหลุมรักกัน” หลังจากแลกเปลี่ยนจดหมายที่ “งดงาม” ต่อกัน อย่างไรก็ตาม ทั้งสองยังไม่ได้พบกันเลยในช่วงการดำรงตำแหน่งสมัยที่สองของทรัมป์

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทรัมป์ส่งสัญญาณมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าอาจมีการติดต่อสื่อสารกับคิม แต่เมื่อวันพุธเขายังไม่ยืนยันว่าทั้งสองกำลังแลกเปลี่ยนจดหมายกันอยู่หรือไม่

ด้านคิม โย จอง น้องสาวผู้ทรงอิทธิพลของคิม จอง-อึน กล่าวเมื่อวันพุธว่า เธอ “ไม่ทราบ” ถึงรายงานข่าวเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารระหว่างพี่ชายของเธอกับทรัมป์ แต่ระบุว่าความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำทั้งสองยังคง “ยอดเยี่ยม”

คิม โย-จอง กล่าวอีกว่า นโยบายของสหรัฐฯ ที่มีต่อเกาหลีเหนือยังคงเป็นปฏิปักษ์ แม้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะมีคำสั่งให้ลดการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ ในการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ลงอย่างมากก็ตาม

ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าว KCNA ของรัฐบาลเกาหลีเหนือ คิม โย จอง กล่าวว่า เกาหลีเหนือ “ไม่เห็นคุณค่า” ที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับการลดขนาดการซ้อมรบดังกล่าว และไม่มีความสนใจต่อการเปลี่ยนแปลงนี้

เธอกล่าวว่า การลดขนาดหรือระยะเวลาของการซ้อมรบไม่ได้เปลี่ยนแปลง “ลักษณะที่ยั่วยุและเป็นปฏิปักษ์” ของการซ้อมรบทางทหารดังกล่าว

เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือจะ “ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง” แต่รัฐบาลสหรัฐฯยังคงจัดการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ และยังคงคุกคามความมั่นคงของเกาหลีเหนือ

นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเกาหลีเหนือได้ส่งกำลังทหารเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนสงครามในยูเครน โดยเรียกข้อกล่าวหาดังกล่าวว่าเป็น “เรื่องที่ยูเครนกุขึ้นมาโดยไม่มีมูลความจริงโดยสิ้นเชิง”



ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : AFP