
สหรัฐอเมริกาประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้ารอบใหม่จากประเทศคู่ค้า 60 ประเทศ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกือบทั้งหมดของสินค้านำเข้าของสหรัฐฯ โดยให้เหตุผลว่า ประเทศเหล่านี้ยังดำเนินมาตรการไม่เพียงพอในการป้องกันการนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วย แรงงานบังคับ (Forced Labour)
มาตรการดังกล่าวกำหนดอัตราภาษีระหว่าง 10-12.5% ครอบคลุมคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐฯ ได้แก่ สหราชอาณาจักร จีน สหภาพยุโรป (EU) แคนาดา ญี่ปุ่น และอินเดีย โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันนี้ (24 ก.ค.) หลังมาตรการภาษีนำเข้าชั่วคราวอัตรา 10% ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้กับสินค้าต่างประเทศมาตั้งแต่ต้นปีสิ้นสุดลง
“ประเทศไทย” อยู่ในกลุ่มที่จะถูกเก็บภาษีนำเข้าอัตรา 12.5% ยกเว้นบางรายการ ส่วนกลุ่มประเทศอาเซียนที่ถูกเก็บอัตราภาษีเท่ากับไทย คือ เวียดนาม สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ขณะที่มาเลเซีย กัมพูชา และอินโดนีเซียถูกเก็บที่อัตรา 10% ด้านจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ถูกเก็บในอัตรา 12.5%
สรุปข่าว
สหรัฐอเมริกาประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้ารอบใหม่จากประเทศคู่ค้า 60 ประเทศ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกือบทั้งหมดของสินค้านำเข้าของสหรัฐฯ โดยให้เหตุผลว่า ประเทศเหล่านี้ยังดำเนินมาตรการไม่เพียงพอในการป้องกันการนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วย แรงงานบังคับ (Forced Labour)
มาตรการดังกล่าวกำหนดอัตราภาษีระหว่าง 10-12.5% ครอบคลุมคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐฯ ได้แก่ สหราชอาณาจักร จีน สหภาพยุโรป (EU) แคนาดา ญี่ปุ่น และอินเดีย โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันนี้ (24 ก.ค.) หลังมาตรการภาษีนำเข้าชั่วคราวอัตรา 10% ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้กับสินค้าต่างประเทศมาตั้งแต่ต้นปีสิ้นสุดลง
“ประเทศไทย” อยู่ในกลุ่มที่จะถูกเก็บภาษีนำเข้าอัตรา 12.5% ยกเว้นบางรายการ ส่วนกลุ่มประเทศอาเซียนที่ถูกเก็บอัตราภาษีเท่ากับไทย คือ เวียดนาม สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ขณะที่มาเลเซีย กัมพูชา และอินโดนีเซียถูกเก็บที่อัตรา 10% ด้านจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ถูกเก็บในอัตรา 12.5%
การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของสงครามการค้าที่กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งผลักดันนโยบายภาษีศุลกากรอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่กลับเข้าสู่ทำเนียบขาว
ก่อนหน้านี้ ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยว่าภาษีนำเข้าหลายรายการที่รัฐบาลทรัมป์เคยประกาศใช้ภายใต้อำนาจฉุกเฉินนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากประธานาธิบดีใช้อำนาจเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด หลังคำตัดสินดังกล่าว ทำเนียบขาวจึงหาช่องทางทางกฎหมายอื่นเพื่อเดินหน้าผลักดันนโยบายภาษี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนโยบายเศรษฐกิจสำคัญของทรัมป์
เมื่อเดือนที่แล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เสนอแนวคิดเรียกเก็บภาษีในอัตรา 10-12.5% กับสินค้านำเข้าจากหลายประเทศ โดยอ้างว่าประเทศเหล่านั้นยังไม่ดำเนินการอย่างจริงจังในการป้องกันการใช้แรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทาน
เจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระบุว่า มาตรการนี้จะช่วยแก้ไขทั้งปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและแนวปฏิบัติทางการค้าที่บิดเบือนการแข่งขัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานทั่วโลก โดยกรีเออร์อาศัยอำนาจตาม มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 (Trade Act of 1974) ซึ่งเปิดทางให้รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้มาตรการตอบโต้ประเทศที่ดำเนินนโยบายทางการค้าซึ่งสร้างภาระหรือจำกัดการค้าของสหรัฐฯ
ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วัน รัฐบาลทรัมป์ยังได้ใช้อีกกฎหมายหนึ่ง คือ มาตรา 338 ของกฎหมายภาษีศุลกากรปี 1930 (Tariff Act of 1930) เพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาในอัตราสูงถึง 50%
ภาษีดังกล่าวจะครอบคลุม 60 ประเทศคู่ค้าหลัก ซึ่งรวมกันคิดเป็น 99.4% ของสินค้านำเข้าทั้งหมดของสหรัฐฯ รัฐบาลทรัมป์ยังระบุว่า การห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับถือเป็นเงื่อนไขสำคัญ ของข้อตกลงการค้าแบบต่างตอบแทน (Reciprocal Trade Agreements) ที่สหรัฐฯ ทำกับประเทศต่าง ๆ
จนถึงขณะนี้มี 10 ประเทศ ที่ตกลงจะออกกฎหมายลักษณะดังกล่าว ขณะที่อีกหลายประเทศได้เริ่มดำเนินมาตรการหลังถูกสหรัฐฯ ตรวจสอบในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศที่ให้คำมั่นว่าจะออกกฎหมายและบังคับใช้อย่างจริงจัง จะถูกเก็บภาษีในอัตรา 10% ส่วนประเทศที่ยังไม่ดำเนินการจะถูกเรียกเก็บในอัตรา 12.5%
ขณะที่หลายประเทศเริ่มแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยต่อมาตรการใหม่ของสหรัฐฯ โดยรัฐบาลบราซิลระบุว่า การขึ้นภาษีครั้งนี้เป็นมาตรการที่ "ไร้เหตุผล" และ "ใช้อำนาจตามอำเภอใจ"
บราซิลซึ่งถูกเก็บภาษีในอัตรา 12.5% ระบุว่าจะใช้มาตรการตอบโต้ภายใต้กฎหมาย "Reciprocity Law" หรือกฎหมายตอบโต้ทางการค้า พร้อมทั้งมองหาความร่วมมือกับประเทศคู่ค้าอื่นเพิ่มเติม
ก่อนหน้านี้ในเดือนเดียวกัน สหรัฐฯ ยังได้เรียกเก็บภาษี 25% กับสินค้าหลายประเภทจากบราซิล เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องจักร และน้ำตาล ขณะที่สินค้าบางรายการ เช่น เนื้อวัวและกาแฟ ยังคงได้รับการยกเว้น
ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นแสดงความ "เสียใจ" ต่อมาตรการดังกล่าว พร้อมย้ำว่าการค้าของญี่ปุ่นดำเนินไปตามกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศ
ขณะที่รัฐมนตรีการค้าของออสเตรเลีย ระบุว่าภาษีชุดใหม่นั้น "ไม่มีเหตุผลโดยสิ้นเชิง" และยืนยันว่าจะเดินหน้าผลักดันให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการภาษีทั้งหมดที่ใช้กับสินค้าของออสเตรเลีย
- เงินจีนกำลังไหลมา! เปิดแผน 4 บิ๊กเทคสัญชาติจีน ลงทุน-จ้างงานคนไทยเพิ่มในสิ้นปี
- ทำไม "ฮอลลีวูด" เลือกไทย? กองถ่ายทั่วโลกแห่เข้าประเทศ เงินสะพัดกว่าพันล้านบาท
- ต้องเห็นผลจริง! นายกฯ สั่งด่วน ทุกหน่วยงานเร่งทำ Action Plan "15 ข้อตกลงไทย-จีน"
- คิดจากเงินเดือนทั้งชีวิต? คนทำงานต้องรู้! สูตร CARE คำนวณบำนาญชราภาพ "ประกันสังคม"
- สานมิตรภาพร่วมมือ "ไทย–จีน" ปีที่ 51 นายกฯหารือประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน
ที่มาข้อมูล : BBC, Reuters
ที่มารูปภาพ : AFP
