Kiki Matcha ปั้นแบรนด์มัจฉะไทย วางกลยุทธ์ Product Ladder สู่ Global Brand

คุณพิชญภัสร์ พรภักดีวัฒนา ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน (Co-Founder and Finance Director) และคุณศุภิกา พัฒน์ธนันภุ ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด (Co-Founder and Marketing Director) บริษัท ซันออร่า ไพรม์ จำกัด เจ้าของแบรนด์ Kiki Matcha เปิดเผยกับ TNN Wealth ว่า จุดเริ่มต้นของธุรกิจมาจากความชื่นชอบส่วนตัวในการดื่มมัจฉะ และความประทับใจในผลลัพธ์จากการดื่มมัจฉะที่แตกต่างจากการดื่มกาแฟ ประกอบกับกระแสการดูแลสุขภาพที่กลายเป็น Mega Trend ในปัจจุบัน จึงเป็นโอกาสในการพัฒนาแบรนด์มัจฉะเพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภค
ชูกลิ่นหอมเฉพาะตัว วางกลยุทธ์ Product Ladder ครอบคลุมหลายระดับราคา
จุดเด่นของ Kiki Matcha คือกลิ่นหอมเฉพาะตัวของมัจฉะ (Aromatic) พร้อมความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และระดับราคา ตั้งแต่ราคาเริ่มต้น 65 บาท ไปจนถึงมากกว่า 800 บาท โดยแบรนด์วางกลยุทธ์ Product Ladder เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าเริ่มต้นทดลองชิมผลิตภัณฑ์ในระดับราคาที่เข้าถึงได้ ก่อนต่อยอดไปสู่กลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้นในตลาดที่มีขนาดใหญ่
กลยุทธ์ดังกล่าวเป็นแนวทางในการเข้าถึงผู้บริโภคหลายกลุ่ม ผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีระดับราคาแตกต่างกัน เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มโอกาสในการเติบโตของแบรนด์
ต่อยอดแบรนด์ไทยผ่านโอกาสและคำแนะนำจากเครือ CP
การเข้าร่วมโครงการและการได้ทำงานร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญของ Kiki Matcha โดยผู้ก่อตั้งระบุว่า การได้รับการสนับสนุนจากองค์กรขนาดใหญ่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโอกาสทางธุรกิจ แต่ยังรวมถึงการได้รับคำแนะนำจากโค้ชและพันธมิตร ตลอดจนวิสัยทัศน์และมุมมองในการพัฒนาธุรกิจ
สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์สามารถนำแนวคิดไปต่อยอดและพัฒนาแบรนด์มัจฉะสัญชาติไทยให้มีเป้าหมายก้าวสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลก (Global Brand)
สรุปข่าว
คุณพิชญภัสร์ พรภักดีวัฒนา ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน (Co-Founder and Finance Director) และคุณศุภิกา พัฒน์ธนันภุ ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด (Co-Founder and Marketing Director) บริษัท ซันออร่า ไพรม์ จำกัด เจ้าของแบรนด์ Kiki Matcha เปิดเผยกับ TNN Wealth ว่า จุดเริ่มต้นของธุรกิจมาจากความชื่นชอบส่วนตัวในการดื่มมัจฉะ และความประทับใจในผลลัพธ์จากการดื่มมัจฉะที่แตกต่างจากการดื่มกาแฟ ประกอบกับกระแสการดูแลสุขภาพที่กลายเป็น Mega Trend ในปัจจุบัน จึงเป็นโอกาสในการพัฒนาแบรนด์มัจฉะเพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภค
ชูกลิ่นหอมเฉพาะตัว วางกลยุทธ์ Product Ladder ครอบคลุมหลายระดับราคา
จุดเด่นของ Kiki Matcha คือกลิ่นหอมเฉพาะตัวของมัจฉะ (Aromatic) พร้อมความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และระดับราคา ตั้งแต่ราคาเริ่มต้น 65 บาท ไปจนถึงมากกว่า 800 บาท โดยแบรนด์วางกลยุทธ์ Product Ladder เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าเริ่มต้นทดลองชิมผลิตภัณฑ์ในระดับราคาที่เข้าถึงได้ ก่อนต่อยอดไปสู่กลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้นในตลาดที่มีขนาดใหญ่
กลยุทธ์ดังกล่าวเป็นแนวทางในการเข้าถึงผู้บริโภคหลายกลุ่ม ผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีระดับราคาแตกต่างกัน เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มโอกาสในการเติบโตของแบรนด์
ต่อยอดแบรนด์ไทยผ่านโอกาสและคำแนะนำจากเครือ CP
การเข้าร่วมโครงการและการได้ทำงานร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญของ Kiki Matcha โดยผู้ก่อตั้งระบุว่า การได้รับการสนับสนุนจากองค์กรขนาดใหญ่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโอกาสทางธุรกิจ แต่ยังรวมถึงการได้รับคำแนะนำจากโค้ชและพันธมิตร ตลอดจนวิสัยทัศน์และมุมมองในการพัฒนาธุรกิจ
สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์สามารถนำแนวคิดไปต่อยอดและพัฒนาแบรนด์มัจฉะสัญชาติไทยให้มีเป้าหมายก้าวสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลก (Global Brand)
วางแผนขยายตลาด 3 เฟส จากกรุงเทพฯ สู่ต่างประเทศ
สำหรับแผนการขยายตลาด Kiki Matcha แบ่งการเติบโตออกเป็น 3 เฟส โดยเฟสแรกมุ่งขยายตลาดให้ครอบคลุมกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งปัจจุบันดำเนินการสำเร็จแล้ว ขณะที่เฟส 2 กำลังเข้าสู่การขยายตลาดตามหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศไทย และเฟส 3 คือการเตรียมขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ
แผนการเติบโตดังกล่าวสะท้อนทิศทางของแบรนด์ที่ต้องการขยายฐานลูกค้าจากตลาดในประเทศ ก่อนต่อยอดไปสู่ตลาดต่างประเทศในระยะต่อไป
มองตลาด F&B แข่งขันสูง แต่ยังมีโอกาสเติบโต
สำหรับความท้าทายในตลาดอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage: F&B) ผู้ก่อตั้งมองว่าเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง หรือ Red Ocean แต่ในอีกมุมหนึ่ง การแข่งขันดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าตลาดมีขนาดใหญ่และเติบโตขึ้นทุกปี จึงยังเปิดโอกาสให้ธุรกิจสามารถเติบโตไปพร้อมกับตลาดได้
ตั้งเป้าเป็น Global Brand ดันมัจฉะสู่ Next Wave ของ Wellness Drink
ในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า Kiki Matcha ตั้งเป้าพัฒนาแบรนด์มัจฉะไทยให้เป็น Global Brand ที่ผู้บริโภคทั่วโลกรู้จัก พร้อมมุ่งสู่การเป็นแบรนด์มัจฉะที่เป็น Next Wave ของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ (Wellness Drink) โดยมีเป้าหมายสร้างการเติบโตในลักษณะเดียวกับแบรนด์กาแฟชั้นนำที่เป็นที่รู้จักในระดับสากล เช่น True Coffee และ Starbucks
- Hillkoff พลิกเกมกาแฟไทย ชู CoffoGenicโมเดลธุรกิจใหม่ เจาะตลาดสากล
- “ข้าวปลาวาฬ” 0 Carbs ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ พร้อมต่อยอดสู่ตลาดโลก
- CP ชูแนวคิด “6+6” สร้างนวัตกรยุค AI ได้ผลงานควบคู่การสร้างผู้นำ ขับเคลื่อนองค์กรเติบโตอย่ายั่งยืน
- CP ชู AI ผสานพลังงานสะอาด ลดต้นทุนการผลิต มุ่งสู่โรงงานยั่งยืน
- ซีพี โดย CP COE ผนึก 30 พันธมิตรเทคโนโลยี สร้างระบบนิเวศนวัตกรรม
ที่มาข้อมูล : TNN WEALTH
ที่มารูปภาพ : TNN WEALTH
