Kiki Matcha ปั้นแบรนด์มัจฉะไทย วางกลยุทธ์ Product Ladder สู่ Global Brand

Share on Line Share on Facebook Share on X
Kiki Matcha ปั้นแบรนด์มัจฉะไทย  วางกลยุทธ์ Product Ladder  สู่ Global Brand

คุณพิชญภัสร์ พรภักดีวัฒนา ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน (Co-Founder and Finance Director) และคุณศุภิกา พัฒน์ธนันภุ ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด (Co-Founder and Marketing Director) บริษัท ซันออร่า ไพรม์ จำกัด เจ้าของแบรนด์ Kiki Matcha เปิดเผยกับ TNN Wealth ว่า จุดเริ่มต้นของธุรกิจมาจากความชื่นชอบส่วนตัวในการดื่มมัจฉะ และความประทับใจในผลลัพธ์จากการดื่มมัจฉะที่แตกต่างจากการดื่มกาแฟ ประกอบกับกระแสการดูแลสุขภาพที่กลายเป็น Mega Trend ในปัจจุบัน จึงเป็นโอกาสในการพัฒนาแบรนด์มัจฉะเพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภค

 

ชูกลิ่นหอมเฉพาะตัว วางกลยุทธ์ Product Ladder ครอบคลุมหลายระดับราคา

 

จุดเด่นของ Kiki Matcha คือกลิ่นหอมเฉพาะตัวของมัจฉะ (Aromatic) พร้อมความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และระดับราคา ตั้งแต่ราคาเริ่มต้น 65 บาท ไปจนถึงมากกว่า 800 บาท โดยแบรนด์วางกลยุทธ์ Product Ladder เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าเริ่มต้นทดลองชิมผลิตภัณฑ์ในระดับราคาที่เข้าถึงได้ ก่อนต่อยอดไปสู่กลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้นในตลาดที่มีขนาดใหญ่

 

กลยุทธ์ดังกล่าวเป็นแนวทางในการเข้าถึงผู้บริโภคหลายกลุ่ม ผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีระดับราคาแตกต่างกัน เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มโอกาสในการเติบโตของแบรนด์

 

ต่อยอดแบรนด์ไทยผ่านโอกาสและคำแนะนำจากเครือ CP

 

การเข้าร่วมโครงการและการได้ทำงานร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญของ Kiki Matcha โดยผู้ก่อตั้งระบุว่า การได้รับการสนับสนุนจากองค์กรขนาดใหญ่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโอกาสทางธุรกิจ แต่ยังรวมถึงการได้รับคำแนะนำจากโค้ชและพันธมิตร ตลอดจนวิสัยทัศน์และมุมมองในการพัฒนาธุรกิจ

 

สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์สามารถนำแนวคิดไปต่อยอดและพัฒนาแบรนด์มัจฉะสัญชาติไทยให้มีเป้าหมายก้าวสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลก (Global Brand)

สรุปข่าว

Kiki Matcha แบรนด์มัจฉะจากบริษัท ซันออร่า ไพรม์ จำกัด ชูกลยุทธ์ Product Ladder ครอบคลุมราคาตั้งแต่ 65 บาทถึงกว่า 800 บาท เพื่อขยายฐานลูกค้าหลากหลายกลุ่ม พร้อมเดินหน้าขยายตลาดจากกรุงเทพฯ และปริมณฑลสู่หัวเมืองใหญ่ทั่วไทย ก่อนบุกตลาดต่างประเทศ ตั้งเป้าปั้นแบรนด์มัจฉะไทยสู่ Global Brand และเป็นผู้นำเทรนด์ Wellness Drink ในระดับสากล

คุณพิชญภัสร์ พรภักดีวัฒนา ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน (Co-Founder and Finance Director) และคุณศุภิกา พัฒน์ธนันภุ ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด (Co-Founder and Marketing Director) บริษัท ซันออร่า ไพรม์ จำกัด เจ้าของแบรนด์ Kiki Matcha เปิดเผยกับ TNN Wealth ว่า จุดเริ่มต้นของธุรกิจมาจากความชื่นชอบส่วนตัวในการดื่มมัจฉะ และความประทับใจในผลลัพธ์จากการดื่มมัจฉะที่แตกต่างจากการดื่มกาแฟ ประกอบกับกระแสการดูแลสุขภาพที่กลายเป็น Mega Trend ในปัจจุบัน จึงเป็นโอกาสในการพัฒนาแบรนด์มัจฉะเพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภค

 

ชูกลิ่นหอมเฉพาะตัว วางกลยุทธ์ Product Ladder ครอบคลุมหลายระดับราคา

 

จุดเด่นของ Kiki Matcha คือกลิ่นหอมเฉพาะตัวของมัจฉะ (Aromatic) พร้อมความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และระดับราคา ตั้งแต่ราคาเริ่มต้น 65 บาท ไปจนถึงมากกว่า 800 บาท โดยแบรนด์วางกลยุทธ์ Product Ladder เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าเริ่มต้นทดลองชิมผลิตภัณฑ์ในระดับราคาที่เข้าถึงได้ ก่อนต่อยอดไปสู่กลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้นในตลาดที่มีขนาดใหญ่

 

กลยุทธ์ดังกล่าวเป็นแนวทางในการเข้าถึงผู้บริโภคหลายกลุ่ม ผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีระดับราคาแตกต่างกัน เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มโอกาสในการเติบโตของแบรนด์

 

ต่อยอดแบรนด์ไทยผ่านโอกาสและคำแนะนำจากเครือ CP

 

การเข้าร่วมโครงการและการได้ทำงานร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญของ Kiki Matcha โดยผู้ก่อตั้งระบุว่า การได้รับการสนับสนุนจากองค์กรขนาดใหญ่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโอกาสทางธุรกิจ แต่ยังรวมถึงการได้รับคำแนะนำจากโค้ชและพันธมิตร ตลอดจนวิสัยทัศน์และมุมมองในการพัฒนาธุรกิจ

 

สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์สามารถนำแนวคิดไปต่อยอดและพัฒนาแบรนด์มัจฉะสัญชาติไทยให้มีเป้าหมายก้าวสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลก (Global Brand)

วางแผนขยายตลาด 3 เฟส จากกรุงเทพฯ สู่ต่างประเทศ

 

สำหรับแผนการขยายตลาด Kiki Matcha แบ่งการเติบโตออกเป็น 3 เฟส โดยเฟสแรกมุ่งขยายตลาดให้ครอบคลุมกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งปัจจุบันดำเนินการสำเร็จแล้ว ขณะที่เฟส 2 กำลังเข้าสู่การขยายตลาดตามหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศไทย และเฟส 3 คือการเตรียมขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ

 

แผนการเติบโตดังกล่าวสะท้อนทิศทางของแบรนด์ที่ต้องการขยายฐานลูกค้าจากตลาดในประเทศ ก่อนต่อยอดไปสู่ตลาดต่างประเทศในระยะต่อไป

มองตลาด F&B แข่งขันสูง แต่ยังมีโอกาสเติบโต

 

สำหรับความท้าทายในตลาดอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage: F&B) ผู้ก่อตั้งมองว่าเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง หรือ Red Ocean แต่ในอีกมุมหนึ่ง การแข่งขันดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าตลาดมีขนาดใหญ่และเติบโตขึ้นทุกปี จึงยังเปิดโอกาสให้ธุรกิจสามารถเติบโตไปพร้อมกับตลาดได้

 

ตั้งเป้าเป็น Global Brand ดันมัจฉะสู่ Next Wave ของ Wellness Drink

 

ในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า Kiki Matcha ตั้งเป้าพัฒนาแบรนด์มัจฉะไทยให้เป็น Global Brand ที่ผู้บริโภคทั่วโลกรู้จัก พร้อมมุ่งสู่การเป็นแบรนด์มัจฉะที่เป็น Next Wave ของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ (Wellness Drink) โดยมีเป้าหมายสร้างการเติบโตในลักษณะเดียวกับแบรนด์กาแฟชั้นนำที่เป็นที่รู้จักในระดับสากล เช่น True Coffee และ Starbucks

 

ที่มาข้อมูล : TNN WEALTH

ที่มารูปภาพ : TNN WEALTH

แท็กบทความ