Hillkoff พลิกเกมกาแฟไทย ชู CoffoGenicโมเดลธุรกิจใหม่ เจาะตลาดสากล

คุณนฤมล ทักษอุดม ผู้ก่อตั้งบริษัท กาแฟชาวไทยภูเขา จำกัด หรือ ฮิลล์คอฟฟ์ (Hillkoff) เปิดเผยกับ TNN Wealth ว่า ธุรกิจฮิลล์คอฟฟ์ดำเนินงานส่งเสริมการปลูกกาแฟอาราบิกาบนพื้นที่สูงในภาคเหนือของประเทศไทยมานานกว่า 50 ปี โดยเริ่มต้นตั้งแต่ยุคการปลูกฝิ่น ด้วยการนำกาแฟเข้ามาปลูกทดแทนพืชเสพติด เพื่อแก้ไขปัญหาภูเขาหัวโล้นและความยากจนของเกษตรกรในพื้นที่
แม้การดำเนินธุรกิจในอดีตจะต้องเผชิญกับความยากลำบากและล้มลุกคลุกคลานมาจนถึงรุ่นที่ 2 แต่กาแฟซึ่งเคยเป็นเพียง “พืชความหวัง” ที่เริ่มต้นจากความต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ได้พัฒนามาเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่เกษตรกรหลายครัวเรือนและหลายหมู่บ้านบนพื้นที่สูงฝากความหวังไว้
ชูจุดเด่นกาแฟไทย มุ่งเกษตรยั่งยืนและลดก๊าซเรือนกระจก
จุดเด่นของกาแฟอาราบิกาจากฮิลล์คอฟฟ์ คือการส่งเสริมกาแฟจากเกษตรกรไทยที่ปลูกภายใต้ระบบวนเกษตร พร้อมทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnership: PPP) ควบคู่กับการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
แนวทางดังกล่าวนำไปสู่ผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ของบริษัท คือ กาแฟปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ หรือ Carbon Coffee ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟควบคู่กับการให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม
สรุปข่าว
คุณนฤมล ทักษอุดม ผู้ก่อตั้งบริษัท กาแฟชาวไทยภูเขา จำกัด หรือ ฮิลล์คอฟฟ์ (Hillkoff) เปิดเผยกับ TNN Wealth ว่า ธุรกิจฮิลล์คอฟฟ์ดำเนินงานส่งเสริมการปลูกกาแฟอาราบิกาบนพื้นที่สูงในภาคเหนือของประเทศไทยมานานกว่า 50 ปี โดยเริ่มต้นตั้งแต่ยุคการปลูกฝิ่น ด้วยการนำกาแฟเข้ามาปลูกทดแทนพืชเสพติด เพื่อแก้ไขปัญหาภูเขาหัวโล้นและความยากจนของเกษตรกรในพื้นที่
แม้การดำเนินธุรกิจในอดีตจะต้องเผชิญกับความยากลำบากและล้มลุกคลุกคลานมาจนถึงรุ่นที่ 2 แต่กาแฟซึ่งเคยเป็นเพียง “พืชความหวัง” ที่เริ่มต้นจากความต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ได้พัฒนามาเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่เกษตรกรหลายครัวเรือนและหลายหมู่บ้านบนพื้นที่สูงฝากความหวังไว้
ชูจุดเด่นกาแฟไทย มุ่งเกษตรยั่งยืนและลดก๊าซเรือนกระจก
จุดเด่นของกาแฟอาราบิกาจากฮิลล์คอฟฟ์ คือการส่งเสริมกาแฟจากเกษตรกรไทยที่ปลูกภายใต้ระบบวนเกษตร พร้อมทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnership: PPP) ควบคู่กับการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
แนวทางดังกล่าวนำไปสู่ผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ของบริษัท คือ กาแฟปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ หรือ Carbon Coffee ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟควบคู่กับการให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม
ต่อยอดนวัตกรรมผ่านเครือ CP เพิ่มโอกาสขยายตลาด
การเข้าร่วมโครงการ Healthylicious Pitching ภายในงาน CP Innovation Exposition 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญของฮิลล์คอฟฟ์ โดยคุณนฤมลระบุว่า บริษัทให้ความสำคัญกับงานวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) มาโดยตลอด การได้ร่วมมือกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ซึ่งให้ความสำคัญกับนวัตกรรมที่ส่งผลต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม จึงเป็นโอกาสในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่อผู้บริหารของเครือ
นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการต่อยอดธุรกิจผ่านแบรนด์และช่องทางจัดจำหน่ายของเครือ CP ซึ่งจะช่วยให้นวัตกรรมที่มีต้นทุนสูงในช่วงเริ่มต้นสามารถขยายขนาดธุรกิจ (Scale) ได้รวดเร็วขึ้น เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น และสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้บริโภคในวงกว้าง
รับมือข้อจำกัดพื้นที่ปลูก ใช้นวัตกรรมเพิ่มมูลค่ากาแฟ
สำหรับความท้าทายของธุรกิจกาแฟและเครื่องดื่มในปัจจุบัน คุณนฤมลระบุว่า กาแฟเป็นพืชที่มีความอ่อนไหวต่อสภาพภูมิอากาศสูง ขณะที่พื้นที่ปลูกกาแฟบนภูเขาสูงในภาคเหนือของประเทศไทยไม่สามารถขยายเพิ่มได้อีกแล้ว โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การเพิ่มมูลค่าให้กับเมล็ดกาแฟที่มีอยู่ โดยไม่จำเป็นต้องขยายพื้นที่เพาะปลูก
บริษัทจึงมุ่งนำนวัตกรรมมาสร้างประโยชน์จากกาแฟทั้งลูก ซึ่งมองว่าเป็นโอกาสในการสร้างธุรกิจใหม่ หรือ S-Curve ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) สามารถเติบโตและสร้างรายได้ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้นในปัจจุบัน
ดัน CoffoGenic สู่ตลาดสากล มุ่งสร้างธุรกิจ Licensing และขายองค์ความรู้
สำหรับเป้าหมายการเติบโตในอนาคต ฮิลล์คอฟฟ์ได้นำเสนอนวัตกรรม CoffoGenic (คอฟโฟฟีเจนนิค) ซึ่งได้จดสิทธิบัตรกับองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization: WIPO) เรียบร้อยแล้ว โดยตั้งเป้าขยายผลิตภัณฑ์ร่วมกับเครือ CP เพื่อเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ
นอกจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แล้ว บริษัทยังต้องการต่อยอดสู่ธุรกิจอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensing Business) และการขายองค์ความรู้ (Knowledge) เพื่อสร้างรูปแบบธุรกิจกาแฟใหม่ในระดับโลก
- “ข้าวปลาวาฬ” 0 Carbs ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ พร้อมต่อยอดสู่ตลาดโลก
- CP ชูแนวคิด “6+6” สร้างนวัตกรยุค AI ได้ผลงานควบคู่การสร้างผู้นำ ขับเคลื่อนองค์กรเติบโตอย่ายั่งยืน
- CP ชู AI ผสานพลังงานสะอาด ลดต้นทุนการผลิต มุ่งสู่โรงงานยั่งยืน
- ซีพี โดย CP COE ผนึก 30 พันธมิตรเทคโนโลยี สร้างระบบนิเวศนวัตกรรม
- เมื่อ AI กลายเป็น “เพื่อนร่วมงาน” แต่มนุษย์ต้องกำกับ “ความปลอดภัย” ของ AI
ที่มาข้อมูล : TNN WEALTH
ที่มารูปภาพ : TNN WEALTH
