ต่างชาติขาย 3 พันล้าน แต่หุ้นไทยยังยืนเหนือ 1,600 จุด

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ประเมินทิศทางการลงทุนในช่วงเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี โดยระบุว่าแม้แรงขายจากนักลงทุนต่างชาติจะออกมาค่อนข้างมาก แต่ภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังไม่น่ากังวล

แรงขายต่างชาติ 3,000 ล้านบาท แต่ SET ยังยืนได้ดีกว่าภูมิภาค

นายประกิตระบุว่า นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิราว 3,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างเยอะ อย่างไรก็ตาม ดัชนี SET ยังเคลื่อนไหวได้แข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชีย ขณะที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังมีทิศทางที่ดี จึงประเมินว่าสถานการณ์โดยรวมยังไม่น่ากังวล

ช่องแคบฮอร์มุซ ตัวแปรชี้ขาดความคึกคักไตรมาสสุดท้าย

นายประกิตมองว่า สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดความคึกคักของตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้าย หากสถานการณ์คลี่คลาย ไม่ว่าจะเป็นการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หรือการเปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ของซาอุดีอาระเบีย จะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นและต่อการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจต่าง ๆ นอกจากนี้ การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ยังเป็นอีกปัจจัยที่อาจมีผลต่อการผลักดันดัชนีหุ้นในระยะถัดไป

สรุปข่าว

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ ประเมินว่าแม้ต่างชาติจะขายสุทธิราว 3,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าค่อนข้างเยอะ แต่ตลาดหุ้นไทยยังไม่แสดงอาการวิตกกังวล เพราะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังทรงตัวถึงปรับขึ้นได้ และกระแสเงินทุนของไทยเดือนนี้ยังดูดีกว่าประเทศอื่นในเอเชีย โดยมีสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซเป็นตัวแปรสำคัญที่จะชี้ว่าตลาดไตรมาสสุดท้ายจะคึกคักหรือไม่ หากคลี่คลายพร้อมการเปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ของซาอุดีอาระเบีย จะเป็นบวกต่อตลาดการเงินโดยรวม ขณะที่ฝั่งพันธบัตรเริ่มคลายกังวลจากสเปรด MBS–Treasury ที่หดตัว ส่วนค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่ากดดันทองคำอยู่ในขณะนี้ แต่คาดว่าจะเกิด "Game Change" ช่วงพฤหัสบดี–ศุกร์นี้ ซึ่งอาจหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวได้

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ประเมินทิศทางการลงทุนในช่วงเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี โดยระบุว่าแม้แรงขายจากนักลงทุนต่างชาติจะออกมาค่อนข้างมาก แต่ภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังไม่น่ากังวล

แรงขายต่างชาติ 3,000 ล้านบาท แต่ SET ยังยืนได้ดีกว่าภูมิภาค

นายประกิตระบุว่า นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิราว 3,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างเยอะ อย่างไรก็ตาม ดัชนี SET ยังเคลื่อนไหวได้แข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชีย ขณะที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังมีทิศทางที่ดี จึงประเมินว่าสถานการณ์โดยรวมยังไม่น่ากังวล

ช่องแคบฮอร์มุซ ตัวแปรชี้ขาดความคึกคักไตรมาสสุดท้าย

นายประกิตมองว่า สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดความคึกคักของตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้าย หากสถานการณ์คลี่คลาย ไม่ว่าจะเป็นการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หรือการเปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ของซาอุดีอาระเบีย จะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นและต่อการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจต่าง ๆ นอกจากนี้ การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ยังเป็นอีกปัจจัยที่อาจมีผลต่อการผลักดันดัชนีหุ้นในระยะถัดไป

ตลาดพันธบัตรเริ่มคลายกังวล สเปรด MBS–Treasury หดตัว

ในฝั่งตลาดตราสารหนี้ นายประกิตชี้ว่า ส่วนต่างอัตราผลตอบแทน (สเปรด) ระหว่าง MBS กับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury) หดตัวลง สะท้อนว่าตลาดเริ่มคลายความวิตกกังวล ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นที่ปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนว่าแรงขายในพันธบัตรระยะยาวเริ่มซาลงแล้ว

ดอลลาร์แข็ง–บาทอ่อน กดทองคำ จับตา "Game Change" พฤหัส–ศุกร์

ด้านตลาดค่าเงิน นายประกิตระบุว่า ในระยะสั้นเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่า ขณะที่เงินเยนและเงินบาทอ่อนค่า ส่งผลกดดันราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม เขาคาดการณ์ว่าอาจเกิด "Game Change" ในช่วงวันพฤหัสบดีถึงวันศุกร์ ซึ่งอาจทำให้ทิศทางค่าเงินปรับตัวดีขึ้น และเปิดทางให้ราคาทองคำฟื้นตัวได้

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน