ประกิต แนะเน้นหุ้นเทคสหรัฐ-เอเชีย รับงบ Q3

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ถึงทิศทางการลงทุนในช่วงปลายไตรมาส 3 โดยระบุว่าตลาดเริ่มคลายความกังวลต่อทิศทางดอกเบี้ยแล้ว และแนะนำให้น้ำหนักการลงทุนไปที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่สินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำและบิตคอยน์ยังต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

ตลาดคลายกังวลบอนด์ยีลด์ หลังส่วนต่าง 10 ปี/2 ปี แคบลง

นายประกิต อธิบายว่า การปรับขึ้นของดอกเบี้ยที่ผ่านมาไม่ได้มาจากปัจจัยเงินเฟ้อและราคาน้ำมันเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ การแย่งชิงเงินทุน (Competition of Capital) และสถานการณ์สงคราม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตลาดเริ่มคลายความกังวลเรื่องบอนด์ยีลด์ลงแล้ว สะท้อนจากส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี และ 2 ปี ที่แคบลง

ราคาน้ำมันยังถูกกดดัน จับตาเจรจาสหรัฐฯ-จีน หนุนเซนทิเมนต์

ด้านราคาน้ำมัน ข่าวสารโดยรวมยังคงเป็นเชิงลบ จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและสงครามรัสเซีย-ยูเครน แม้จะมีข่าวอิหร่านเสนอข้อเรียกร้องต่อสหรัฐฯ แต่ยังไม่มีสัญญาณบวกที่ชัดเจน ขณะเดียวกัน การหารือระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ และนายสี จิ้นผิง ในประเด็นการค้าและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถูกคาดการณ์ว่าอาจเป็นปัจจัยหนุนบรรยากาศการลงทุนได้

สรุปข่าว

ประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บล.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ มองตลาดเริ่มคลายกังวลบอนด์ยีลด์ หลังส่วนต่างพันธบัตร 10 ปี/2 ปี แคบลง พร้อมจับตาการหารือสหรัฐฯ-จีน ด้านการค้าและ AI เป็นปัจจัยหนุนบรรยากาศลงทุน ขณะที่ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและสงครามรัสเซีย-ยูเครน กลยุทธ์ปลายไตรมาส 3 แนะเน้นหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ และเอเชีย รับความคาดหวังผลประกอบการ Q3 ของ S&P 500 แต่ให้ระวังทองคำและบิตคอยน์จากดอลลาร์แข็งค่าและ Real Yield ที่ยังสูง

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ถึงทิศทางการลงทุนในช่วงปลายไตรมาส 3 โดยระบุว่าตลาดเริ่มคลายความกังวลต่อทิศทางดอกเบี้ยแล้ว และแนะนำให้น้ำหนักการลงทุนไปที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่สินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำและบิตคอยน์ยังต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

ตลาดคลายกังวลบอนด์ยีลด์ หลังส่วนต่าง 10 ปี/2 ปี แคบลง

นายประกิต อธิบายว่า การปรับขึ้นของดอกเบี้ยที่ผ่านมาไม่ได้มาจากปัจจัยเงินเฟ้อและราคาน้ำมันเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ การแย่งชิงเงินทุน (Competition of Capital) และสถานการณ์สงคราม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตลาดเริ่มคลายความกังวลเรื่องบอนด์ยีลด์ลงแล้ว สะท้อนจากส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี และ 2 ปี ที่แคบลง

ราคาน้ำมันยังถูกกดดัน จับตาเจรจาสหรัฐฯ-จีน หนุนเซนทิเมนต์

ด้านราคาน้ำมัน ข่าวสารโดยรวมยังคงเป็นเชิงลบ จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและสงครามรัสเซีย-ยูเครน แม้จะมีข่าวอิหร่านเสนอข้อเรียกร้องต่อสหรัฐฯ แต่ยังไม่มีสัญญาณบวกที่ชัดเจน ขณะเดียวกัน การหารือระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ และนายสี จิ้นผิง ในประเด็นการค้าและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถูกคาดการณ์ว่าอาจเป็นปัจจัยหนุนบรรยากาศการลงทุนได้

ชูหุ้นเทคฯ สหรัฐ-เอเชีย รับความคาดหวังผลประกอบการไตรมาส 3

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน นายประกิตแนะนำให้เน้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั้งในสหรัฐฯ และเอเชีย เนื่องจากตลาดรับรู้ทิศทางของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ไปแล้ว ประกอบกับคาดการณ์ว่าผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทในดัชนี S&P 500 มีโอกาสเติบโต

เตือนระวังทองคำ-บิตคอยน์ จากดอลลาร์แข็งค่าและ Real Yield สูง

ส่วนสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำและบิตคอยน์ ควรระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงปลายไตรมาส 3 โดยทองคำมีปัจจัยกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่อาจแข็งค่าขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากแนวโน้มการอ่อนค่าของเงินเยนในช่วงวันหยุดและท่าทีของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) รวมถึงอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield) ที่ยังอยู่ในระดับสูง

หุ้นไทยจับตากลุ่มรับงานภาครัฐ รับอานิสงส์ปิดปีงบประมาณ

ในส่วนของตลาดหุ้นไทย นายประกิตมองว่าหุ้นที่ทำธุรกิจกับภาครัฐ เช่น TASCO และ AIT อาจได้รับอานิสงส์จากการเร่งรับรู้รายได้หรือปิดงานในช่วงสิ้นปีงบประมาณ

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน