นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บล.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยผ่านรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ชี้ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มในลักษณะไซด์เวย์ (Sideways) พร้อมแนะกลยุทธ์สลับกลุ่มลงทุน เน้นหุ้นกลุ่มปลอดภัย และระมัดระวังกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น
ปัจจัยหนุนจากต่างประเทศและกระแสเงินทุน
นายประกิต เปิดเผยถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางว่า แม้จะมีความตึงเครียดแต่ยังไม่ถึงขั้นแตกหักรุนแรง โดยจากสถิติที่ผ่านมามักจะมีการเจรจากันได้ในท้ายที่สุด ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทย นอกจากนี้ การที่สหรัฐฯ และญี่ปุ่นร่วมกันแทรกแซงค่าเงินเยน ส่งผลให้เงินบาทของไทยปรับตัวแข็งค่าขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงดูดให้กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ยังคงอยู่ในประเทศ สะท้อนได้จากแรงซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ภาพรวมของดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) จึงอยู่ในลักษณะการประคองตัว ขึ้นลงในกรอบจำกัด ไม่ได้ปรับตัวขึ้นแรง แต่บรรยากาศการลงทุนถือว่าฟื้นตัวได้ดีกว่าช่วงกลางสัปดาห์ก่อนหน้า โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีแรงซื้อกลับเข้ามาจนราคาปรับตัวสูงขึ้นในวันศุกร์
สรุปข่าว
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บล.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยผ่านรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ชี้ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มในลักษณะไซด์เวย์ (Sideways) พร้อมแนะกลยุทธ์สลับกลุ่มลงทุน เน้นหุ้นกลุ่มปลอดภัย และระมัดระวังกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น
ปัจจัยหนุนจากต่างประเทศและกระแสเงินทุน
นายประกิต เปิดเผยถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางว่า แม้จะมีความตึงเครียดแต่ยังไม่ถึงขั้นแตกหักรุนแรง โดยจากสถิติที่ผ่านมามักจะมีการเจรจากันได้ในท้ายที่สุด ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทย นอกจากนี้ การที่สหรัฐฯ และญี่ปุ่นร่วมกันแทรกแซงค่าเงินเยน ส่งผลให้เงินบาทของไทยปรับตัวแข็งค่าขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงดูดให้กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ยังคงอยู่ในประเทศ สะท้อนได้จากแรงซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ภาพรวมของดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) จึงอยู่ในลักษณะการประคองตัว ขึ้นลงในกรอบจำกัด ไม่ได้ปรับตัวขึ้นแรง แต่บรรยากาศการลงทุนถือว่าฟื้นตัวได้ดีกว่าช่วงกลางสัปดาห์ก่อนหน้า โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีแรงซื้อกลับเข้ามาจนราคาปรับตัวสูงขึ้นในวันศุกร์
ทิศทางราคาน้ำมันและอัตราดอกเบี้ย
สำหรับทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก นายประกิตประเมินว่ามีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับสูง โดยได้รับแรงหนุนจากประเด็นช่องแคบฮอร์มุซและกระแสข่าวการเมืองสหรัฐฯ ซึ่งล่าสุด โกลด์แมน แซคส์ ได้ปรับคาดการณ์ราคาน้ำมันเฉลี่ยในไตรมาสที่ 4 ขึ้นเป็น 86 ดอลลาร์สหรัฐฯ
ในส่วนของทิศทางอัตราดอกเบี้ย คาดว่าดอกเบี้ยนโยบายจะยังคงทรงตัว แต่สิ่งที่น่ากังวลคือทิศทางของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ที่มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากการระดมทุนและการกู้ยืมเงินที่อยู่ในระดับสูงทั่วโลก
กลยุทธ์การลงทุนและกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจ
จากสภาวะตลาดที่แกว่งตัวในกรอบ นายประกิตแนะนำกลยุทธ์การลงทุนแบบสลับกลุ่มเล่น (Rotation) โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้
กลุ่มที่แนะนำให้ทยอยสะสม เน้นหุ้นในกลุ่มที่มีความปลอดภัยและพึ่งพาได้ ได้แก่ กลุ่มการเงิน, กลุ่มโรงไฟฟ้า, กลุ่มสื่อสาร และกลุ่มค้าปลีกบางบริษัท (เช่น CPN) รวมถึง ท่าอากาศยานไทย (AOT) ที่ราคาอยู่ในช่วงไซด์เวย์และเป็นจุดที่น่าสนใจในการทยอยเก็บสะสมจากทิศทางตัวเลขนักท่องเที่ยว
กลุ่มที่ต้องระมัดระวัง แนะนำให้ระมัดระวังหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวในภาพรวม เนื่องจากคาดการณ์ว่างบการเงินในไตรมาส 2 และ 3 จะยังไม่โดดเด่น ประกอบกับมีประเด็นข่าวด้านอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวรัสเซีย รวมถึงกลุ่มสายการบินที่ยังคงถูกกดดันจากต้นทุนราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง และกลุ่มภาคการผลิต ที่ต้องแบกรับภาระต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามดัชนีราคาผู้ผลิต
ที่มาข้อมูล : ประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บล.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด
ที่มารูปภาพ : รายการ WEALTH LIVE วันที่ 3 สิงหาคม 2569
จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน
