ยกระดับ "ข้าวไทย" เรื่องนี้คือเรื่องใหญ่ ที่ไทยเราตั้งความหวังไว้สูงอย่างมาก เพราะการขายข้าวในโลกยุคใหม่ ไม่ใช่การเร่งปลูกข้าวมากๆอีกต่อไปแต่หมายถึงการปลูกออกมาแล้วต้องคุ้มค่าทำให้ได้ราคาที่ดีที่สุด ข้าวสารทุกๆหนึ่งกิโลกรัมที่ผลิตออก ต้องมีมูลค่าสูงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัวให้ได้
เพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นตาม คือรายได้ของชาวนาที่มากขึ้น ความผันผวนของราคาก็จะลดลง จากอำนาจการต่อรอง ด้วยคุณภาพและความแตกต่าง เป็นสินค้าที่ไม่เหมือนใคร ไม่เพียงแค่การขายข้าวธรรมดาๆ ในฐานะสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) เพียงเท่านั้น
สรุปข่าว
ยกระดับ "ข้าวไทย" เรื่องนี้คือเรื่องใหญ่ ที่ไทยเราตั้งความหวังไว้สูงอย่างมาก เพราะการขายข้าวในโลกยุคใหม่ ไม่ใช่การเร่งปลูกข้าวมากๆอีกต่อไปแต่หมายถึงการปลูกออกมาแล้วต้องคุ้มค่าทำให้ได้ราคาที่ดีที่สุด ข้าวสารทุกๆหนึ่งกิโลกรัมที่ผลิตออก ต้องมีมูลค่าสูงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัวให้ได้
เพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นตาม คือรายได้ของชาวนาที่มากขึ้น ความผันผวนของราคาก็จะลดลง จากอำนาจการต่อรอง ด้วยคุณภาพและความแตกต่าง เป็นสินค้าที่ไม่เหมือนใคร ไม่เพียงแค่การขายข้าวธรรมดาๆ ในฐานะสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) เพียงเท่านั้น
ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ กำลังผลักดันการเปลี่ยนผ่านข้าวไทย จากสมัยก่อน เราให้ชาวนาปลูกแล้วค่อยหาตลาด แต่วันนี้เรามีตลาดแล้วให้ชาวนาปลูกข้าวตามสั่ง และปลูกเจาะจงตามที่ต้องการ ราคาก็จะดีขึ้น และยั่งยืนขึ้น
นโยบาย "ข้าวประณีต" คือการเปลี่ยนจาก "ขายปริมาณ" ไปสู่ "ขายคุณค่า" และใช้กลไกตลาดนำการผลิต (Demand-Driven) เป็นตัวกำหนดว่า ประเทศไทยควรปลูกข้าวแบบใด เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน
หากมองในภาพใหญ่ เรื่องนี้มีความสำคัญกับเศรษฐกิจไทยมากกว่าที่คิด เพราะประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกข้าวถึง 74.7 ล้านไร่ คิดเป็น 43.3% ของพื้นที่เกษตรทั้งหมด และมีครัวเรือนปลูกข้าวกว่า 4.6 ล้านครัวเรือน หรือประมาณ 60% ของครัวเรือนเกษตรทั้งประเทศ
นั่นหมายความว่า หากรายได้ของชาวนาเพิ่มขึ้นเพียง 10-20% ก็จะเกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจ ระดับแสนล้านบาท ทั้งการบริโภคในชนบท การลงทุน การจ้างงาน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ โรงสี ผู้ส่งออก ไปจนถึงภาคค้าปลีก
ที่มาข้อมูล : TNN WEALTH
ที่มารูปภาพ : canva
Producer TNN WEALTH
