กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ระบุว่า ไทยอยู่ในกลุ่ม 4 ประเทศ ผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI รายใหญ่ที่สุดของโลก ร่วมกับไต้หวัน มาเลเซีย และเกาหลีใต้
หมายความว่า ประเทศไทย กำลังถูกรวมกลุ่ม ดึงเข้าไปอยู่ใน ห่วงโซ่อุปทานของเศรษฐกิจ AI โลก มูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์
คำถามสำคัญ คือ เรากำลังจะกลายเป็น “ผู้เล่นหลัก” ได้อย่างแท้จริง หรือเป็นเพียง “ฐานประกอบ” อีกครั้ง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต กับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
สรุปข่าว
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ระบุว่า ไทยอยู่ในกลุ่ม 4 ประเทศ ผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI รายใหญ่ที่สุดของโลก ร่วมกับไต้หวัน มาเลเซีย และเกาหลีใต้
หมายความว่า ประเทศไทย กำลังถูกรวมกลุ่ม ดึงเข้าไปอยู่ใน ห่วงโซ่อุปทานของเศรษฐกิจ AI โลก มูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์
คำถามสำคัญ คือ เรากำลังจะกลายเป็น “ผู้เล่นหลัก” ได้อย่างแท้จริง หรือเป็นเพียง “ฐานประกอบ” อีกครั้ง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต กับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โลกเกิดกระแส AI Investment Boom บริษัทเทคโนโลยีตั้งแต่ NVIDIA Microsoft Amazon ไปจนถึง Google ต่างแข่งขันลงทุนในศูนย์ข้อมูล ชิปประมวลผล และโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างมหาศาล
เมื่อความต้องการชิปเพิ่มขึ้น ประเทศที่มีฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์เดิม จึงกลายเป็น “ตัวเลือกสำคัญ” ของนักลงทุน และไทยเป็นหนึ่งในนั้น
สำนักวิจัยกสิกรไทยประเมินว่า กำลังการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย อาจขยายตัวเฉลี่ย เกือบ 60% ต่อปี ในช่วงปี 2569-2571 ซึ่งถือว่าเร็วที่สุดช่วงหนึ่งในภูมิภาค
นั่นหมายความว่า การเติบโตของ AI ไม่ได้สร้างแค่ “ชิป” แต่ยังสร้างความต้องการ
* ไฟฟ้า
* ระบบส่งกำลัง
* น้ำหล่อเย็น
* อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
* วิศวกรและโปรแกรมเมอร์
* บริการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์
ผลกระทบจึงกระจายไปทั้งระบบเศรษฐกิจ
ที่มาข้อมูล : TNN WEALTH
ที่มารูปภาพ : canva
Producer TNN WEALTH
