ทำไมโลกเลือกไทย? ติด TOP 4 ส่งออก อุตสาหกรรม AI

Share on Line Share on Facebook Share on X

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ระบุว่า ไทยอยู่ในกลุ่ม 4 ประเทศ ผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI รายใหญ่ที่สุดของโลก ร่วมกับไต้หวัน มาเลเซีย และเกาหลีใต้ 

หมายความว่า ประเทศไทย กำลังถูกรวมกลุ่ม ดึงเข้าไปอยู่ใน ห่วงโซ่อุปทานของเศรษฐกิจ AI โลก มูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์

คำถามสำคัญ คือ เรากำลังจะกลายเป็น “ผู้เล่นหลัก” ได้อย่างแท้จริง หรือเป็นเพียง “ฐานประกอบ” อีกครั้ง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต กับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

สรุปข่าว

ข่าวดี "IMF" จัดไทยติด 1 ใน 4 ผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI รายใหญ่ของโลก ร่วมกับไต้หวัน มาเลเซีย และเกาหลีใต้ ข่าวนี้ คือ โอกาสและความท้าทายอย่างไร? สำหรับคนไทยและเศรษฐกิจไทย

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ระบุว่า ไทยอยู่ในกลุ่ม 4 ประเทศ ผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI รายใหญ่ที่สุดของโลก ร่วมกับไต้หวัน มาเลเซีย และเกาหลีใต้ 

หมายความว่า ประเทศไทย กำลังถูกรวมกลุ่ม ดึงเข้าไปอยู่ใน ห่วงโซ่อุปทานของเศรษฐกิจ AI โลก มูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์

คำถามสำคัญ คือ เรากำลังจะกลายเป็น “ผู้เล่นหลัก” ได้อย่างแท้จริง หรือเป็นเพียง “ฐานประกอบ” อีกครั้ง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต กับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โลกเกิดกระแส AI Investment Boom บริษัทเทคโนโลยีตั้งแต่ NVIDIA Microsoft Amazon ไปจนถึง Google ต่างแข่งขันลงทุนในศูนย์ข้อมูล ชิปประมวลผล และโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างมหาศาล

 เมื่อความต้องการชิปเพิ่มขึ้น ประเทศที่มีฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์เดิม จึงกลายเป็น “ตัวเลือกสำคัญ” ของนักลงทุน และไทยเป็นหนึ่งในนั้น

สำนักวิจัยกสิกรไทยประเมินว่า กำลังการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย อาจขยายตัวเฉลี่ย เกือบ 60% ต่อปี  ในช่วงปี 2569-2571 ซึ่งถือว่าเร็วที่สุดช่วงหนึ่งในภูมิภาค

นั่นหมายความว่า การเติบโตของ AI  ไม่ได้สร้างแค่ “ชิป” แต่ยังสร้างความต้องการ  

* ไฟฟ้า

* ระบบส่งกำลัง

* น้ำหล่อเย็น

* อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

* วิศวกรและโปรแกรมเมอร์

* บริการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์

ผลกระทบจึงกระจายไปทั้งระบบเศรษฐกิจ

ที่มาข้อมูล : TNN WEALTH

ที่มารูปภาพ : canva

แท็กบทความ