
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ระบุว่า กระทรวงการคลัง ให้ความสำคัญกับการสร้างความโปร่งใส และความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทย ซึ่งหากพบจุดอ่อนหรือช่องโหว่ในระบบ จะต้องเร่งตรวจสอบและแก้ไข เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน และประชาชน
สรุปข่าว
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ระบุว่า กระทรวงการคลัง ให้ความสำคัญกับการสร้างความโปร่งใส และความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทย ซึ่งหากพบจุดอ่อนหรือช่องโหว่ในระบบ จะต้องเร่งตรวจสอบและแก้ไข เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน และประชาชน
โดยเฉพาะกรณีการใช้บุคคล หรือการนำข้อมูลบุคคลไปเป็นนอมินีในตลาดทุน เช่น ในกรณีของ สุภาพร พิมพงษ์ ที่พบว่ามีการนำชื่อไปเกี่ยวข้องกับข้อมูลการซื้อขายหลักทรัพย์ของหลายบริษัท ผ่านแบบรายงาน 246-2 ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยมีข้อสงสัยว่าบุคคลดังกล่าว เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกรรมดังกล่าวจริงหรือไม่ หรืออาจถูกนำข้อมูลไปใช้ โดยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง
จะนำประเด็นดังกล่าว ไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากเลขาธิการ ก.ล.ต. ซึ่งเข้าร่วมประชุมคณะทำงาน Connect the Dots เพื่อให้เกิดความชัดเจน และตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป เนื่องจากการตรวจสอบประเด็นดังกล่าว มีความสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทย โดยกระทรวงการคลัง ให้ความสำคัญกับการยกระดับความโปร่งใส และธรรมาภิบาลในระบบตลาดทุน ซึ่งได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากพบจุดอ่อนหรือช่องโหว่ในระบบ จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไข และปิดช่องโหว่โดยเร็ว รองนายกฯ และรมว.คลัง ระบุ
โดยช่วงบ่ายวันนี้ นายเอกนิติ เป็นประธานการประชุมคณะทำงาน Connect the Dots เพื่อติดตามความคืบหน้าการจัดทำระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามธุรกรรมการเงิน ปิดช่องโหว่เส้นทางเงินสีเทา และยกระดับการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน โดยเฉพาะปัญหาสแกมเมอร์ข้ามชาติ
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะทำงาน Connect the Dots จะหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงแนวทางด้านภาษีสำหรับธุรกิจบางประเภท โดยเฉพาะการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการซื้อขายทองคำ ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียด และประเมินผลกระทบที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษก ก.ล.ต. เปิดเผยว่า จากประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสาธารณะกรณีผู้รายงานแบบ 246-2 รายนางสาวสุภาพร พิมพงษ์ รวมทั้ง สื่อมวลชนได้ติดตามถึงสถานะความคืบหน้าการดำเนินการของ ก.ล.ต. ในกรณีดังกล่าว จึงขอให้ข้อมูลเป็น 2 ประเด็นหลัก ดังนี้
ประเด็นแรก ก.ล.ต. ดำเนินการจัดการข้อมูลแบบ 246-2 ที่เผยแพร่สู่สาธารณะ โดยมีรายละเอียดเป็นไปตามที่ให้ข้อมูลเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สรุปได้ว่า ก.ล.ต. ได้นำข้อมูลดังกล่าวออกจากระบบแล้ว ซึ่งก่อนหน้าได้มีการขึ้นคำเตือนมาเป็นระยะ
ประเด็นที่สอง กรณี ก.ล.ต. ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้รายงานข้อมูลเท็จในระบบ เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและลดทอนความสับสนของผู้ลงทุน เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นั้น ก.ล.ต. ได้เผยแพร่ข้อเท็จจริงแก่สาธารณะว่า ก.ล.ต. ได้ดำเนินการร่วมกับ บก.ปอศ. ในการยืนยันตัวตนและเชิญให้ผู้รายงานมาให้ถ้อยคำ ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการขั้นตอนการให้สิทธิในการชี้แจงที่ต้องเป็นไปตามกระบวนการบังคับใช้กฎหมายอย่างรัดกุม (Due Process of Law) โดย ก.ล.ต. จะเปิดเผยรายละเอียดเมื่อได้ข้อสรุปการดำเนินการในไม่ช้านี้
ก.ล.ต. ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภายใต้การดำเนินการที่ผ่านมา ก.ล.ต. ติดตาม รับฟังข้อมูลความคิดเห็นในด้านต่าง ๆ พร้อมชี้แจงการดำเนินการ เพื่อป้องกันการสับสนจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้องที่มีการเผยแพร่ และพร้อมรับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับมาตรการเพิ่มเติม เพื่อนำมาศึกษาผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินการร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและป้องปรามเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว เพื่อให้เกิดความมั่นใจในข้อมูลที่เป็นสารสนเทศที่ถูกต้องในตลาดทุนต่อไป
- "ก.ล.ต." ไขปม ประเด็น ซื้อหุ้นทิพย์ ตรวจสอบรัดกุม สร้างความเชื่อมั่น
- ก.ล.ต.เร่งเอาผิด "สุภาพร"แจงข้อมูลถือหุ้นทิพย์ใน 6 หลักทรัพย์
- กลต. สอบพบ"สุภาพร" รายงาน 246-2 เป็นเท็จ ผิด พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ
- ก.ล.ต. ตรวจสอบ "สุภาพร" ถือหุ้น TRUE พร้อมดำเนินตามกฎหมาย หากพบพิรุธ
- ก.ล.ต. ลุยปราบปั่นหุ้น-หลอกลงทุน 5 เดือน ยึดทรัพย์กว่า 1.1 พันล้านบาท
ที่มาข้อมูล : กระทรวงการคลัง, ก.ล.ต.
ที่มารูปภาพ : TNN
Content สายการเงินตัวจริง รอบด้าน ด้วยประสบการณ์แนะนำการลงทุนบล.ชั้นนำ รู้ลึกด้วย Certificate วางแผนการเงิน และวิเคราะห์การลงทุน
