ก.ล.ต. ลุยปราบปั่นหุ้น-หลอกลงทุน 5 เดือน ยึดทรัพย์กว่า 1.1 พันล้านบาท

Share on Line Share on Facebook Share on X
ก.ล.ต. ลุยปราบปั่นหุ้น-หลอกลงทุน 5 เดือน ยึดทรัพย์กว่า 1.1 พันล้านบาท

รัฐบาลเดินหน้ายกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการการบังคับใช้กฎหมาย การป้องกันการหลอกลวงออนไลน์ และการตัดวงจรทางการเงินของเครือข่ายมิจฉาชีพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานผลการดำเนินงานในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 สามารถดำเนินคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับการปั่นหุ้น การทุจริต การเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ และการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต รวม 8 คดี มีผู้ถูกกล่าวโทษทั้งสิ้น 43 ราย

สรุปข่าว

รัฐบาลเผยผลดำเนินงาน ก.ล.ต. ช่วง 5 เดือนแรกปี 2569 ดำเนินคดีปั่นหุ้นและหลอกลงทุน 8 คดี ผู้ถูกกล่าวหา 43 ราย เรียกคืนผลประโยชน์และค่าปรับรวมกว่า 1.1 พันล้านบาท พร้อมปิดกั้นบัญชีหลอกลงทุน 368 บัญชี และระงับบัญชีม้าสะสมกว่า 58,000 บัญชี

รัฐบาลเดินหน้ายกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการการบังคับใช้กฎหมาย การป้องกันการหลอกลวงออนไลน์ และการตัดวงจรทางการเงินของเครือข่ายมิจฉาชีพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานผลการดำเนินงานในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 สามารถดำเนินคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับการปั่นหุ้น การทุจริต การเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ และการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต รวม 8 คดี มีผู้ถูกกล่าวโทษทั้งสิ้น 43 ราย

ขณะเดียวกัน มาตรการลงโทษทางแพ่งสามารถเรียกคืนผลประโยชน์และค่าปรับรวมกว่า 1,181 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าปรับทางแพ่ง 662 ล้านบาท และเงินชดใช้ผลประโยชน์อีก 519 ล้านบาท ซึ่งได้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินเรียบร้อยแล้ว

ด้านการปราบปรามภัยหลอกลงทุนออนไลน์ ก.ล.ต. สามารถปิดกั้นบัญชีและช่องทางที่ใช้กระทำความผิดได้แล้ว 368 บัญชี โดยใช้เวลาดำเนินการเพียง 7-48 ชั่วโมงหลังได้รับแจ้ง ช่วยลดความเสียหายแก่ประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเร่งสกัดเส้นทางการฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเข้มงวด โดยมีการระงับบัญชีม้าสะสมแล้ว 58,006 บัญชี เพิ่มขึ้นกว่า 10,000 บัญชีเมื่อเทียบกับช่วงปลายปี 2568 สะท้อนถึงการบังคับใช้กฎหมายเชิงรุกและการเฝ้าระวังธุรกรรมผิดปกติอย่างต่อเนื่อง

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ผลการดำเนินงานดังกล่าวเป็นผลจากมาตรการเชิงรุกของรัฐบาลที่มุ่งลดความเสียหายจากอาชญากรรมทางการเงิน ทั้งการดำเนินคดีผู้กระทำผิด การปิดกั้นช่องทางหลอกลงทุน การติดตามคืนผลประโยชน์ และการกวาดล้างบัญชีม้าที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

พร้อมกันนี้ สภาผู้แทนราษฎรยังมีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อรองรับธุรกรรมหลักทรัพย์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแล และยกระดับการคุ้มครองนักลงทุน อันจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนไทยในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์