หุ้นไทยรับฟันด์โฟลว์ต่างชาติ-ประเมินทิศทางทองคำเผชิญแรงกดดัน

Share on Line Share on Facebook Share on X

เจาะลึกทิศทางตลาดทุนและกลยุทธ์การลงทุน จากบทสัมภาษณ์ นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บล.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ในรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 13 ก.ค. 69

หุ้นไทยขึ้นแท่น Safe Haven ดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติ

ทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้มีโอกาสปรับตัวไปต่อได้ โดยประเมินเป้าหมายดัชนี (SET Index) ไว้ที่ระดับ 1,644 จุด ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการที่ตลาดหุ้นไทยมีภาพลักษณ์เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ส่งผลให้มีกระแสเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติไหลเข้าซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่อง

หุ้นพลังงานรับอานิสงส์น้ำมันฟื้น แนะเก็บ PTTEP และ TOP

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ยังคงไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่องและเข้าใกล้บริเวณ 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลบวกโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มน้ำมัน สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำหุ้นที่มีผลประกอบการโดดเด่น ได้แก่:

  • PTTEP เป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ เนื่องจากผลประกอบการยังมีความน่าเชื่อถือและพึ่งพาได้

  • TOP แม้คาดการณ์ผลประกอบการอาจปรับลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แต่ภาพรวมเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ยังคงเติบโต ทำให้ยังสามารถเลือกลงทุนได้

ขณะที่หุ้นกลุ่มการเงิน เช่น KTC และ MTC ยังคงแนะนำให้ถือครองต่อไป (Hold)

ชะลอเก็งกำไร DR SpaceX ชี้ราคาแพงเกินจริง

สำหรับนักลงทุนที่สนใจลงทุนใน DR ของบริษัท SpaceX ปัจจุบันยังไม่แนะนำให้เข้าลงทุน เนื่องจากมองว่าราคาปรับตัวสูงเกินมูลค่าพื้นฐานไปมาก (Overvalued) แม้ราคาเทรดในกระดานจะต่ำกว่าราคาวันแรกที่เข้าเทรดซึ่งดูน่าสนใจตามหลักการ แต่ในมุมมองส่วนตัวยังไม่ชื่นชอบ หากต้องการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ แนะนำให้เลือกลงทุนในกลุ่มที่ปลอดภัยและมีความมั่นคงกว่า

สรุปข่าว

ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับ 1,644 จุด รับอานิสงส์จากการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติให้ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง โดยแนะนำกลยุทธ์เข้าสะสมหุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง PTTEP และ TOP ที่ได้รับผลบวกจากราคาน้ำมันโลกจ่อแตะ 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ด้านการลงทุนต่างประเทศแนะชะลอเก็งกำไร DR ของ SpaceX เนื่องจากราคาแพงเกินมูลค่าพื้นฐาน และให้หันไปเน้นหุ้นกลุ่มที่ปลอดภัยอย่างการเงินหรือเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งแทน ขณะที่ทิศทางราคาทองคำกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้นจนเอาชนะเงินเฟ้อได้ ทำให้นักลงทุนเลือกโยกเงินไปพักในสินทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ยซึ่งมีความน่าสนใจมากกว่าการถือครองทองคำ

เจาะลึกทิศทางตลาดทุนและกลยุทธ์การลงทุน จากบทสัมภาษณ์ นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บล.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ในรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 13 ก.ค. 69

หุ้นไทยขึ้นแท่น Safe Haven ดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติ

ทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้มีโอกาสปรับตัวไปต่อได้ โดยประเมินเป้าหมายดัชนี (SET Index) ไว้ที่ระดับ 1,644 จุด ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการที่ตลาดหุ้นไทยมีภาพลักษณ์เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ส่งผลให้มีกระแสเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติไหลเข้าซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่อง

หุ้นพลังงานรับอานิสงส์น้ำมันฟื้น แนะเก็บ PTTEP และ TOP

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ยังคงไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่องและเข้าใกล้บริเวณ 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลบวกโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มน้ำมัน สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำหุ้นที่มีผลประกอบการโดดเด่น ได้แก่:

  • PTTEP เป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ เนื่องจากผลประกอบการยังมีความน่าเชื่อถือและพึ่งพาได้

  • TOP แม้คาดการณ์ผลประกอบการอาจปรับลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แต่ภาพรวมเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ยังคงเติบโต ทำให้ยังสามารถเลือกลงทุนได้

ขณะที่หุ้นกลุ่มการเงิน เช่น KTC และ MTC ยังคงแนะนำให้ถือครองต่อไป (Hold)

ชะลอเก็งกำไร DR SpaceX ชี้ราคาแพงเกินจริง

สำหรับนักลงทุนที่สนใจลงทุนใน DR ของบริษัท SpaceX ปัจจุบันยังไม่แนะนำให้เข้าลงทุน เนื่องจากมองว่าราคาปรับตัวสูงเกินมูลค่าพื้นฐานไปมาก (Overvalued) แม้ราคาเทรดในกระดานจะต่ำกว่าราคาวันแรกที่เข้าเทรดซึ่งดูน่าสนใจตามหลักการ แต่ในมุมมองส่วนตัวยังไม่ชื่นชอบ หากต้องการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ แนะนำให้เลือกลงทุนในกลุ่มที่ปลอดภัยและมีความมั่นคงกว่า

ราคาทองคำเจอแรงกดดัน เหตุผลตอบแทนดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น

แม้ราคาทองคำในปัจจุบันจะยังทรงตัวในระดับที่ดี แต่นักลงทุนควรระมัดระวัง เนื่องจากทองคำกำลังเผชิญแรงกดดันสำคัญจาก "อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง" (Real Yield) ที่ปรับตัวกว้างขึ้นและสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ภาวะดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวลดลง สวนทางกับอัตราดอกเบี้ยผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปกติ (Nominal Yield) ที่ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ส่วนต่างผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับ (Real Yield) สูงขึ้นตามไปด้วย

สถานการณ์เช่นนี้ทำให้นักลงทุนและกระแสเงินทุน หันไปถือครองพันธบัตรรัฐบาล หรือพักเงินไว้ในกองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) มากขึ้น เนื่องจากเป็นแหล่งพักเงินที่ปลอดภัยและให้ผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อได้อย่างชัดเจน ส่งผลให้ความน่าสนใจของการลงทุนในทองคำลดลง เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ยรับ (Yield)

นอกจากนี้ การที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว (เช่น รุ่น 10 ปี หรือ 30 ปี) ปรับเพิ่มขึ้นเร็วกว่าอัตราผลตอบแทนระยะสั้น ยังเป็นภาพสะท้อนว่า นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในอนาคตสูงมาก นำไปสู่การระดมทุนเพื่อขยายการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ ปัจจัยเชิงโครงสร้างเหล่านี้จึงเป็นตัวกดดันหลักที่ทำให้ทิศทางของราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้ค่อนข้างจำกัดในระยะนี้

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน