
เพียงการยื่นแบบรายงานการถือหุ้น ก็ทำให้ชื่อของ สุภาพร พิมพงษ์ ปรากฏเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในหลายบริษัทจดทะเบียน รวมมูลค่าตามข้อมูลที่แจ้งเฉียด 1 แสนล้านบาท จนกลายเป็นประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดทุนไทย และก่อให้เกิดคำถามถึงความน่าเชื่อถือของระบบการเปิดเผยข้อมูลผู้ถือหุ้น
จุดเริ่มต้นของประเด็นเกิดจากการที่หญิงรายดังกล่าวยื่นแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ระบุการถือหุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (TRUE) ในสัดส่วน 7.09% หรือกว่า 3,500 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าตามราคาขณะทำรายการกว่า 50,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม TRUE ได้ออกหนังสือชี้แจงทันทีว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง พร้อมระบุว่าแบบรายงานดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น และยังอยู่ระหว่างการสอบทานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
เมื่อตรวจสอบข้อมูลในระบบเปิดเผยข้อมูลของ ก.ล.ต. พบว่า สุภาพร พิมพงษ์ เคยยื่นแบบ 246-2 รวม 7 ครั้ง และปรากฏชื่อเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทจดทะเบียน 6 แห่ง หากอ้างอิงมูลค่าตลาดของหลักทรัพย์ตามราคาปัจจุบัน จะมีมูลค่ารวมกว่า 94,000 ล้านบาท
อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจ คือ แบบรายงานที่ปรากฏในระบบของ ก.ล.ต. ซึ่งสามารถสืบค้นย้อนหลังได้ตั้งแต่ปี 2566 ยังคงแสดงสถานะ "อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้อง" ทำให้กรณีดังกล่าวถูกจับตาในฐานะประเด็นที่อาจสะท้อนช่องว่างของระบบการรับและเปิดเผยข้อมูลในตลาดทุน
สรุปข่าว
เพียงการยื่นแบบรายงานการถือหุ้น ก็ทำให้ชื่อของ สุภาพร พิมพงษ์ ปรากฏเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในหลายบริษัทจดทะเบียน รวมมูลค่าตามข้อมูลที่แจ้งเฉียด 1 แสนล้านบาท จนกลายเป็นประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดทุนไทย และก่อให้เกิดคำถามถึงความน่าเชื่อถือของระบบการเปิดเผยข้อมูลผู้ถือหุ้น
จุดเริ่มต้นของประเด็นเกิดจากการที่หญิงรายดังกล่าวยื่นแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ระบุการถือหุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (TRUE) ในสัดส่วน 7.09% หรือกว่า 3,500 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าตามราคาขณะทำรายการกว่า 50,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม TRUE ได้ออกหนังสือชี้แจงทันทีว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง พร้อมระบุว่าแบบรายงานดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น และยังอยู่ระหว่างการสอบทานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
เมื่อตรวจสอบข้อมูลในระบบเปิดเผยข้อมูลของ ก.ล.ต. พบว่า สุภาพร พิมพงษ์ เคยยื่นแบบ 246-2 รวม 7 ครั้ง และปรากฏชื่อเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทจดทะเบียน 6 แห่ง หากอ้างอิงมูลค่าตลาดของหลักทรัพย์ตามราคาปัจจุบัน จะมีมูลค่ารวมกว่า 94,000 ล้านบาท
อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจ คือ แบบรายงานที่ปรากฏในระบบของ ก.ล.ต. ซึ่งสามารถสืบค้นย้อนหลังได้ตั้งแต่ปี 2566 ยังคงแสดงสถานะ "อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้อง" ทำให้กรณีดังกล่าวถูกจับตาในฐานะประเด็นที่อาจสะท้อนช่องว่างของระบบการรับและเปิดเผยข้อมูลในตลาดทุน
แบบรายงานที่ปรากฏในชื่อ "สุภาพร พิมพงษ์" มีหุ้นใดบ้าง
รายงานฉบับแรกที่ปรากฏในระบบ คือ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) (MAJOR) เมื่อปี 2564 ถือหุ้น 9.99% คิดเป็นมูลค่าตามราคาขณะทำรายการ 1,954 ล้านบาท
หุ้นตัวที่ 2 คือ บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) (GJS) มีการยื่นรายงาน 2 ครั้ง ในปี 2565 และ 2566 โดยสัดส่วนล่าสุดอยู่ที่ 48% คิดเป็นมูลค่าปัจจุบันกว่า 1,600 ล้านบาท
หุ้นตัวที่ 3 คือ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BBL) ยื่นในปี 2566 ถือหุ้น 5.01% มูลค่าขณะทำรายการ 15,643 ล้านบาท และหากอ้างอิงราคาหุ้นปัจจุบัน มีมูลค่าประมาณ 18,513 ล้านบาท
หุ้นตัวที่ 4 คือ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) (AAV) ยื่นช่วงปลายปี 2566 ถือหุ้น 5.3% มูลค่าขณะทำรายการ 761 ล้านบาท
หุ้นตัวที่ 5 คือ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK) ยื่นในปี 2568 ถือหุ้น 5.1% มูลค่าขณะทำรายการ 20,506 ล้านบาท และหากอ้างอิงราคาหุ้นปัจจุบัน มีมูลค่าราว 27,845 ล้านบาท
หุ้นตัวสุดท้าย คือ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (TRUE) ยื่นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2568 ถือหุ้น 7.09% หรือกว่า 3,500 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าขณะทำรายการ 51,456 ล้านบาท
หากคำนวณจากมูลค่าหุ้น ณ วันที่มีการยื่นแบบรายงานต่อ ก.ล.ต. ทั้ง 6 บริษัท จะมีมูลค่ารวมประมาณ 90,321 ล้านบาท และหากอ้างอิงราคาหุ้น ณ วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 มูลค่ารวมจะเพิ่มเป็นราว 94,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขทั้งหมดข้างต้นเป็นการอ้างอิงจากข้อมูลที่ปรากฏในแบบรายงานที่ยื่นต่อ ก.ล.ต. และการคำนวณตามราคาหุ้นในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่ใช่การยืนยันว่ามีการถือครองหุ้นดังกล่าวจริง
ปัจจุบันหลายบริษัทที่มีชื่อปรากฏในแบบรายงานได้ออกมาชี้แจงว่าข้อมูลดังกล่าวอาจมีความคลาดเคลื่อน ขณะที่ ก.ล.ต. อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและความถูกต้องของข้อมูลที่มีการยื่นไว้
กรณีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงประเด็นของบุคคลที่ปรากฏชื่อในเอกสารเท่านั้น แต่ยังสะท้อนคำถามสำคัญต่อระบบการเปิดเผยข้อมูลของตลาดทุน ว่ามีกลไกตรวจสอบที่รัดกุมเพียงพอหรือไม่ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของข้อมูลและความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทั้งนี้ ข้อสรุปของกรณียังต้องรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจาก ก.ล.ต.
- เจาะความแข็งแกร่งหุ้น TRUE กลางปม "หญิงนิรนาม" แอบอ้างถือหุ้นมหาศาลหลายบริษัท
- TRUE ยืนยันชัดเจน "สุภาพร" ไม่ได้ถือหุ้น ยื่นก.ล.ต.ตรวจสอบ ข้อมูลเท็จ
- จับตาแยกบัญชี ”ค่าไฟสาธารณะ” ช่วยลดภาระค่าไฟประชาชน 10,000 ล้านบาท/ปี
- "CGSI" เชียร์ซื้อ TRUE ราคาเป้าหมาย 18.30 บาท ARPU เพิ่ม คาดกำไรปี 69-71 โตแรง 3 ปีติด
- ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดผลประกอบการไตรมาส 1 ทำกำไรต่อเนื่อง
ที่มาข้อมูล : ก.ล.ต.
ที่มารูปภาพ : TNN Wealth
