เจาะความแข็งแกร่งหุ้น TRUE กลางปม "หญิงนิรนาม" แอบอ้างถือหุ้นมหาศาลหลายบริษัท

Share on Line Share on Facebook Share on X
เจาะความแข็งแกร่งหุ้น TRUE กลางปม "หญิงนิรนาม" แอบอ้างถือหุ้นมหาศาลหลายบริษัท

ปลายเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) สร้างความมั่นใจให้นักลงทุนครั้งใหญ่ จากผลการจัดอันดับ TIME World's Most Sustainable Companies 2026 ที่ให้ TRUE ก้าวกระโดดจากอันดับ 191 มาเป็นอันดับ 160 ของโลก ในฐานะบริษัทที่มีความยั่งยืนสูงสุด 

สะท้อนถึงการเติบโตทางธุรกิจ การขับเคลื่อนนวัตกรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่เดินหน้าไปพร้อมกัน ในห้วงเวลฃาที่ทรูกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ AI First Organization อย่างมีความรับผิดชอบ

กับเป้าหมายใหญ่ เสริมทักษะ AI แก่พนักงานและคนไทย 12 ล้านคนทั่วประเทศ

พื้นฐานหุ้น TRUE

เมื่อลงลึกถึงพื้นฐานของหุ้น TRUE ล่าสุด โบรกเกอร์หลายแห่งมองตรงกันว่า เป็นหุ้นที่แข็งแกร่ง

เอเซีย พลัส ชี้ในบทวิเคราะห์ว่า ข่าวการขายหุ้นของกลุ่มซีพี เมื่อไม่นานมานี้ เป็นการปรับโครงสร้างการถือหุ้น ไม่กระทบการดำเนินงาน และคาดการณ์กำไรปกติปี 2569 อยู่ที่กว่า 29,000 ล้านบาท ถือว่าเติบโต 49% แบบปีต่อปี ถือว่ามากกว่าหุ้นในธุรกิจเดียวกันที่เติบโตต่ำกว่าอย่างมาก

เอเซีย พลัส จึง แนะนำนักลงทุนว่า ยัง Buy หรือซื้อหุ้นได้ด้วยราคาเป้าหมาย 18.00 บาท

อ้างอิง https://mgronline.com/stockmarket/detail/9690000065516


สรุปข่าว

หุ้น TRUE แข็งแกร่งแค่ไหน รากฐานดีเพียงไร แล้วทำไมนักลงทุนไม่ควรให้ประเด็นการแอบอ้างถือหุ้น TRUE เกิน 5% ของหญิงนิรนามชื่อ “สุภาพร” มาเป็นปัจจัยตัดสินของหุ้น TRUE เรามาดูกัน

ปลายเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) สร้างความมั่นใจให้นักลงทุนครั้งใหญ่ จากผลการจัดอันดับ TIME World's Most Sustainable Companies 2026 ที่ให้ TRUE ก้าวกระโดดจากอันดับ 191 มาเป็นอันดับ 160 ของโลก ในฐานะบริษัทที่มีความยั่งยืนสูงสุด 

สะท้อนถึงการเติบโตทางธุรกิจ การขับเคลื่อนนวัตกรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่เดินหน้าไปพร้อมกัน ในห้วงเวลฃาที่ทรูกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ AI First Organization อย่างมีความรับผิดชอบ

กับเป้าหมายใหญ่ เสริมทักษะ AI แก่พนักงานและคนไทย 12 ล้านคนทั่วประเทศ

พื้นฐานหุ้น TRUE

เมื่อลงลึกถึงพื้นฐานของหุ้น TRUE ล่าสุด โบรกเกอร์หลายแห่งมองตรงกันว่า เป็นหุ้นที่แข็งแกร่ง

เอเซีย พลัส ชี้ในบทวิเคราะห์ว่า ข่าวการขายหุ้นของกลุ่มซีพี เมื่อไม่นานมานี้ เป็นการปรับโครงสร้างการถือหุ้น ไม่กระทบการดำเนินงาน และคาดการณ์กำไรปกติปี 2569 อยู่ที่กว่า 29,000 ล้านบาท ถือว่าเติบโต 49% แบบปีต่อปี ถือว่ามากกว่าหุ้นในธุรกิจเดียวกันที่เติบโตต่ำกว่าอย่างมาก

เอเซีย พลัส จึง แนะนำนักลงทุนว่า ยัง Buy หรือซื้อหุ้นได้ด้วยราคาเป้าหมาย 18.00 บาท

อ้างอิง https://mgronline.com/stockmarket/detail/9690000065516


ทิศทางไตรมาส 2

สำหรับไตรมาส 2 หลักทรัพย์กสิกรไทย คาดการณ์ว่า TRUE จะมีกำไรสุทธิราว 6,860 ล้านบาท ถือว่าเพิ่มขึ้นกว่า 77% แบบปีต่อปี จากต้นทุนคลื่นความถี่ที่ลดลง และเพิ่มขึ้น 7.2% แบบไตรมาสต่อไตรมาส ถือเป็นการทำกำไรเพิ่มติดต่อกันหลายไตรมาส

นี่ยังไม่นับผลกำไร EBITDA หรือ กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย ที่เพิ่มขึ้นด้วย หลังไตรมาสแรก EBITDA เพิ่มขึ้น 10.9% แบบปีต่อปี หรือ 0.7% แบบรายไตรมาส 

ทางหลักทรัพย์กสิกรไทย ระบุเมื่อ 28 มิถุนายน ว่า จากการกลับมาเติบโตของรายได้จากการให้บริการหลักและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ทำให้ หลักทรัพย์กสิกรไทย มองหุ้น TRUE ในด้านบวก เพราะตลาดให้ความสำคัญกับความสามารถของบริษัทในการกลับมาสร้างการเติบโตของรายได้จากการให้บริการหลัก และให้คำแนะนำ ซื้อ หุ้น TRUE ด้วยเป้าหมายราคาไม่ห่างจากที่ เอเซีย พลัส แนะนำไว้

ความแข็งแกร่งของหุ้น TRUE ไม่ใช่แค่ต้นทุนที่ลดลง แต่รวมถึงความสามารถในการแข่งขัน จากจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นกว่า 6 แสนหมายเลขในไตรมาส 1 ปี 2569 ทำให้ผู้ใช้งาน 5G แตะ 18.4 ล้านราย 

อินเทอร์เน็ตบ้านก็ยังแข็งแกร่ง ผู้ใช้เพิ่มหลายหมื่นคน เป็นกว่า 3.29 ล้านราย 

อีกทั้ง CAPEX หรืองบลงทุน ก็ใช้จ่ายในไตรมาสแรก เพียง 9% ของยอดขาย สะท้อนว่าโครงสร้างพื้นฐานของ TRUE ครอบคลุมและสมบูรณ์ในระดับหนึ่งแล้ว เงินลงทุนจึงไม่สูงเหมือนในอดีต กระแสเงินสดก็เพิ่มขึ้นมหาศาลไปในตัว 

อ่านเพิ่มเติม https://www.tnnthailand.com/wealth/investment/240285/

ปมหญิงนิรนาม ควรใส่ใจไหม

จากปัจจัยความแข็งแกร่งของหุ้น TRUE เหล่านี้ เมื่อมาดูถึงกระแสข่าวหญิงนิรนาม ชื่อ สุภาพร พิมพงษ์ ที่อ้างว่าถือครองหุ้น TRUE มากกว่า 7% ว่า จะพบว่า ปมหญิงนิรนามรายนี้ ทำไมไม่ควรกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ประการแรก ระบบเปิดเผยข้อมูลการถือหุ้นของ ก.ล.ต. ผ่านรายงาน 246-2 ที่ตัวนักลงทุนยื่นเอง แต่กลับขาดการตรวจสอบ ทำให้ตัวรายงานดังกล่าว ควรถูกตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือ

พิรุธอีกประการคือ สุภาพร รายเดียวกัน เคยยื่นแบบ 246-2 กับบริษัทจดทะเบียนอย่างน้อย 6 แห่ง นับแต่ปี 2561 ไม่ใช่เพียงแค่ TRUE เท่านั้น จึงควรตั้งคำถามถึงตัวระบบเปิดเผยข้อมูล ว่าตรวจสอบข้อเท็จจริงการอ้างถือหุ้นมหาศาลขนาดนี้แล้วหรือไม่ เพราะ TRUE ยืนกรานแล้วว่า ไม่พบข้อเท็จจริงการถือหุ้นของหญิงรายนี้ 

อ่านเพิ่มเติม https://www.tnnthailand.com/wealth/investment/240147/

ประการสำคัญ ข่าวหุ้นธุรกิจวิเคราะห์ว่า สุภาพร ไม่มีประวัติการทำงาน การลงทุนรายใหญ่ ไม่มีบทสัมภาษณ์และตัวตนในโลกออนไลน์ และที่แล้วมาที่เคยอ้างถือหุ้นบริษัทอื่นในสัดส่วนมหาศาล ก็ยังไม่มีหลักฐานพิสูจน์ชัด 

นี่จึงเป็นคำถามที่ตอนนี้ทาง TRUE ให้คำตอบแล้ว เหลือในส่วนของ ก.ล.ต. 

สำหรับความคืบหน้าฝั่ง ก.ล.ต. ระบุว่า ผู้รายงานได้มีการลงทะเบียนและระบบได้มีการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครองตามกระบวนการ และผู้รายงานได้รายงานผ่านระบบดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ ในส่วนของการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของผู้รายงานในกรณีดังกล่าว ก.ล.ต. อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบในเชิงลึก