"คมนาคม" สั่งเข้ม ห้ามลูกเรือรับหิ้ว! ยกระดับคุมสัมภาระ-เสริม K9 สกัดลอบขนยา

Share on Line Share on Facebook Share on X
"คมนาคม" สั่งเข้ม ห้ามลูกเรือรับหิ้ว! ยกระดับคุมสัมภาระ-เสริม K9 สกัดลอบขนยา


"คมนาคม" สั่งคุมเข้มสนามบินทั่วประเทศ หลังพบขบวนการพยายามหลบเลี่ยงการตรวจสอบ


นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมเตรียมยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในการตรวจสอบสัมภาระของผู้โดยสารและลูกเรือในสนามบินทั่วประเทศ โดยเฉพาะการออกมาตรการ ห้ามลูกเรือรับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของจากผู้อื่น เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกใช้เป็นช่องทางลักลอบขนยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมาย


นายสิริพงศ์ กล่าวว่า แม้ก่อนหน้านี้จะเกิดกรณีแอร์โฮสเตสชาวไทยถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย แต่ในความเป็นจริง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินมาตรการตรวจสอบสัมภาระตามมาตรฐานสากลมาอย่างต่อเนื่อง และมีการจับกุมผู้ลักลอบขนยาเสพติดผ่านสนามบินทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกอยู่เป็นระยะ


อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะมีการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบมากขึ้น เนื่องจากเชื่อว่าขบวนการลักลอบขนยาเสพติดมีการปรับเปลี่ยนวิธีการอยู่ตลอด และอาจศึกษากระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่เพื่อหาช่องทางหลบเลี่ยงการตรวจค้น


สำหรับมาตรการดูแลลูกเรือนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ปัจจุบันลูกเรือทุกคนต้องผ่านการตรวจสอบด้วยเครื่องสแกนก่อนเข้าพื้นที่ปฏิบัติงานอยู่แล้ว แต่เมื่อพบความเสี่ยงจากการรับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของ จะมีการยกระดับมาตรการเพิ่มเติม โดยมอบหมายให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออกแนวปฏิบัติแจ้งไปยังทุกสายการบิน เพื่อกำชับลูกเรือไม่ให้รับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของจากบุคคลอื่น เนื่องจากอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและการกระทำผิดกฎหมาย




สรุปข่าว

กระทรวงคมนาคมยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสนามบิน ออกกฎห้ามลูกเรือรับหิ้วสิ่งของ พร้อมเพิ่มการตรวจสัมภาระและงานด้านการข่าว เตรียมเสริมกำลังสุนัข K9 และเข้มงวดทุกสายการบิน เพื่อป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดผ่านสนามบินไทย


"คมนาคม" สั่งคุมเข้มสนามบินทั่วประเทศ หลังพบขบวนการพยายามหลบเลี่ยงการตรวจสอบ


นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมเตรียมยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในการตรวจสอบสัมภาระของผู้โดยสารและลูกเรือในสนามบินทั่วประเทศ โดยเฉพาะการออกมาตรการ ห้ามลูกเรือรับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของจากผู้อื่น เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกใช้เป็นช่องทางลักลอบขนยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมาย


นายสิริพงศ์ กล่าวว่า แม้ก่อนหน้านี้จะเกิดกรณีแอร์โฮสเตสชาวไทยถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย แต่ในความเป็นจริง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินมาตรการตรวจสอบสัมภาระตามมาตรฐานสากลมาอย่างต่อเนื่อง และมีการจับกุมผู้ลักลอบขนยาเสพติดผ่านสนามบินทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกอยู่เป็นระยะ


อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะมีการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบมากขึ้น เนื่องจากเชื่อว่าขบวนการลักลอบขนยาเสพติดมีการปรับเปลี่ยนวิธีการอยู่ตลอด และอาจศึกษากระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่เพื่อหาช่องทางหลบเลี่ยงการตรวจค้น


สำหรับมาตรการดูแลลูกเรือนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ปัจจุบันลูกเรือทุกคนต้องผ่านการตรวจสอบด้วยเครื่องสแกนก่อนเข้าพื้นที่ปฏิบัติงานอยู่แล้ว แต่เมื่อพบความเสี่ยงจากการรับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของ จะมีการยกระดับมาตรการเพิ่มเติม โดยมอบหมายให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออกแนวปฏิบัติแจ้งไปยังทุกสายการบิน เพื่อกำชับลูกเรือไม่ให้รับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของจากบุคคลอื่น เนื่องจากอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและการกระทำผิดกฎหมาย




ยกระดับเข้มสนามบิน เสริมกำลังสุนัข K9


นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังเตรียมเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบภายในสนามบิน โดยจะอบรมเจ้าหน้าที่ประจำเครื่องเอกซเรย์ให้มีทักษะในการตรวจจับสิ่งผิดปกติมากขึ้น พร้อมยกระดับงานด้านการข่าวเพื่อเฝ้าระวังขบวนการลักลอบขนยาเสพติด


ขณะเดียวกัน จะมีการเสริมกำลังสุนัขตำรวจ K9 จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีมากกว่า 60 ตัว เข้ามาร่วมปฏิบัติภารกิจกับสุนัข K9 ของกรมศุลกากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจค้นยาเสพติดและสิ่งของผิดกฎหมายภายในสนามบิน


นายสิริพงศ์ ย้ำว่า หลังจากนี้กระทรวงคมนาคมจะออกนโยบายกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการสายการบินให้ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการเดินทางทางอากาศ และป้องกันไม่ให้สนามบินไทยถูกใช้เป็นเส้นทางลักลอบขนยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายอีกต่อไป


ที่มาข้อมูล : กระทรวงคมนาคม

ที่มารูปภาพ : canva

รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ