
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.40 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นัดแรกของรัฐบาลชุดนี้ โดยได้กำหนดนโยบายให้มีการประชุมติดตามงานอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง เพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศ
เพื่อความชัดเจน สามารถสรุปสาระสำคัญจากการประชุมและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นออกเป็น 4 ประเด็นหลัก ดังนี้
การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อติดตามสถานการณ์และทบทวนมาตรการป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดจากไทยไปยังประเทศออสเตรเลีย โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ได้แก่
หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงทั้ง 4 เหล่าทัพ
กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม
กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
สรุปข่าว
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.40 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นัดแรกของรัฐบาลชุดนี้ โดยได้กำหนดนโยบายให้มีการประชุมติดตามงานอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง เพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศ
เพื่อความชัดเจน สามารถสรุปสาระสำคัญจากการประชุมและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นออกเป็น 4 ประเด็นหลัก ดังนี้
การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อติดตามสถานการณ์และทบทวนมาตรการป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดจากไทยไปยังประเทศออสเตรเลีย โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ได้แก่
หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงทั้ง 4 เหล่าทัพ
กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม
กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
สถิติที่น่าตกใจและคดี 'แอร์โฮสเตส' รับหิ้วของ
ชนวนสำคัญของการประชุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากกรณีที่แอร์โฮสเตสชาวไทยถูกจับกุมที่สนามบินเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย พร้อมของกลางเป็นเฮโรอีนมูลค่ากว่า 11 ล้านบาท ซึ่งจากการสืบสวนพบว่า:
ผู้ต้องหารับงานผ่านกลุ่ม "รับหิ้วสินค้า" ในโซเชียลมีเดีย จากบัญชีอวตารที่ใช้ชื่อว่า “โรส” โดยได้รับค่าจ้างเพียง 8,800 บาท
รายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติออสเตรเลีย (AFP) และกองกำลังพิทักษ์ชายแดนออสเตรเลีย (ABF) ระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรก (มกราคม - มิถุนายน 2569) มีการยึดเฮโรอีนและไอซ์จากผู้ต้องหา 10 คน ที่สนามบินซิดนีย์ เพิร์ท และเมลเบิร์น
มีผู้เดินทางจากไทยถูกตั้งข้อหาคดีลักลอบนำเข้ายาเสพติดเชิงพาณิชย์แล้วอย่างน้อย 6 คดี โดยยึดยาเสพติดรวมได้กว่า 82 กิโลกรัม
ขณะนี้ ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยกำลังเร่งสืบสวนขยายผล ตรวจสอบเส้นทางพัสดุ ผู้ส่งของ และประวัติการแชท เพื่อประสานงานกับตำรวจออสเตรเลียในการทลายเครือข่ายข้ามชาติกลุ่มนี้
สั่ง 'ยกเครื่อง' มาตรการสนามบินอุดช่องโหว่
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายกรัฐมนตรีได้สั่งการอย่างเด็ดขาดให้มีการ "ยกเครื่อง" มาตรการรักษาความปลอดภัยและการตรวจสอบที่สนามบินทุกแห่งอย่างเร่งด่วน เพื่ออุดช่องโหว่ไม่ให้กลุ่มมิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางในการลักลอบขนยาเสพติดออกนอกประเทศได้อีก
ผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศและคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ
นายอนุทินได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งว่า เหตุการณ์เหล่านี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อชื่อเสียงของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในจังหวะที่ไทยกำลังพิจารณาเข้าร่วมองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD)
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ระบุถึงสาเหตุสำคัญที่อาจทำให้ผู้โดยสารชาวไทยต้องเผชิญกับความยากลำบากในการเดินทางว่า
"หากเราไม่เร่งอุดช่องโหว่ และปล่อยให้มีสถิติการจับกุมผู้ลักลอบขนยาเสพติดจากไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่นานาชาติจะเพ่งเล็งและเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นผู้โดยสารที่เดินทางจากประเทศไทย ซึ่งผลกระทบทั้งหมดจะตกอยู่กับคนไทยที่เดินทางโดยสุจริต ทั้งนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจ ที่ต้องมารับเคราะห์ เสี่ยงถูกตรวจเข้ม และเผชิญกับความยากลำบากในการเดินทางเข้าประเทศอื่นๆ"
- นายกฯ คิกออฟ “สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต”
- ยกระดับความปลอดภัย ดึง Zero Trust คุมเข้มสนามบิน ตรวจค้นทุกคน-สกัดยาเสพติด
- จะเข้า "ออสเตรเลีย" ต้องสำแดงของอะไรบ้าง ป้องกันโดนค่าปรับอ่วม
- อนุทินลุยล้างระบบโกงสอบท้องถิ่น ย้ำเอาผิดถึงที่สุด เดินหน้าปฏิรูประบบสอบ
- เปิดสถิติคดียาเสพติดผ่านสนามบินไทย ออสเตรเลียจับ 6 คดีใน 6 เดือน
ที่มาข้อมูล : TNN Online รวบรวม
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix
