คลังประชุมพรุ่งนี้ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569" สรุปรายชื่อผู้มีสิทธิ ก่อนชงครม.

Share on Line Share on Facebook Share on X
คลังประชุมพรุ่งนี้ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569" สรุปรายชื่อผู้มีสิทธิ ก่อนชงครม.


"คลัง" ประชุมบอร์ดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก่อนชง ครม. และประกาศผล 17 กรกฎาคม 2569  หากงบไม่พอพร้อมของบกลางเพิ่ม


กระทรวงการคลังเตรียมประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เพื่อพิจารณาข้อสรุปการลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา และประกาศผลการคัดกรองผู้ผ่านเกณฑ์ในวันที่ 17 กรกฎาคม


นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จะพิจารณารายละเอียดทั้งหมดของโครงการ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยเป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาล


ด้านนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปข้อมูลผู้ลงทะเบียน ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม 13.18 ล้านราย โดยมีผู้ยืนยันสิทธิแล้วประมาณ 12.7 ล้านราย กลุ่มรายชื่อจากกระทรวงมหาดไทย 1.04 ล้านราย และกลุ่มเปราะบางหรือผู้ตกหล่นจากการสำรวจของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อีกประมาณ 5.4 ล้านราย


เมื่อรวมทั้ง 3 กลุ่ม จะมีผู้เข้าสู่กระบวนการคัดกรองกว่า 19.15 ล้านราย โดยกระทรวงการคลังจะสรุปผลเสนอ ครม. ก่อนประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์อย่างเป็นทางการในวันที่ 17 กรกฎาคม




สรุปข่าว

กระทรวงการคลังเตรียมประชุมคณะกรรมการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วันที่ 3 กรกฎาคม เพื่อสรุปเกณฑ์และรายชื่อผู้มีสิทธิกว่า 19 ล้านราย ก่อนเสนอ ครม. ย้ำเป้าหมายช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจริง ไม่เน้นตัดสิทธิ พร้อมประกาศผลการคัดกรองวันที่ 17 กรกฎาคมนี้


"คลัง" ประชุมบอร์ดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก่อนชง ครม. และประกาศผล 17 กรกฎาคม 2569  หากงบไม่พอพร้อมของบกลางเพิ่ม


กระทรวงการคลังเตรียมประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เพื่อพิจารณาข้อสรุปการลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา และประกาศผลการคัดกรองผู้ผ่านเกณฑ์ในวันที่ 17 กรกฎาคม


นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จะพิจารณารายละเอียดทั้งหมดของโครงการ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยเป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาล


ด้านนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปข้อมูลผู้ลงทะเบียน ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม 13.18 ล้านราย โดยมีผู้ยืนยันสิทธิแล้วประมาณ 12.7 ล้านราย กลุ่มรายชื่อจากกระทรวงมหาดไทย 1.04 ล้านราย และกลุ่มเปราะบางหรือผู้ตกหล่นจากการสำรวจของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อีกประมาณ 5.4 ล้านราย


เมื่อรวมทั้ง 3 กลุ่ม จะมีผู้เข้าสู่กระบวนการคัดกรองกว่า 19.15 ล้านราย โดยกระทรวงการคลังจะสรุปผลเสนอ ครม. ก่อนประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์อย่างเป็นทางการในวันที่ 17 กรกฎาคม




กระทรวงการคลังย้ำว่า การคัดกรองครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญ คือ เปิดโอกาสให้ผู้ที่เดือดร้อนจริงได้รับสิทธิ มากกว่าการจำกัดจำนวนผู้ถือบัตร


นายวินิจ กล่าวว่า ในอดีตมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่มีคุณสมบัติเหมาะสม แต่ไม่มีโอกาสลงทะเบียน ทำให้เข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐ ดังนั้นการเปิดลงทะเบียนรอบใหม่จึงมุ่งดึงคนกลุ่มนี้เข้าสู่ระบบ โดยรัฐบาลไม่ได้ใช้งบประมาณเป็นตัวตั้ง หากวงเงินที่จัดสรรไว้ไม่เพียงพอ ก็สามารถจัดหางบประมาณเพิ่มเติมได้


สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กระทรวงการคลังเตรียมรองรับด้วยโครงการ **ไทยช่วยไทย พลัส 60/40** เพื่อให้ยังได้รับความช่วยเหลือด้านค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประชาชนกลุ่มนี้ยังได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพและราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง


ส่วนผู้ได้รับสิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิประมาณ 350,000 ราย กระทรวงการคลังยืนยันว่าจะไม่มีการตัดสิทธิ เนื่องจากโครงการมีวัตถุประสงค์ช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤตค่าครองชีพ และวงเงินที่ไม่ได้ใช้จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐ



นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ผลการประชุมคณะกรรมการประชารัฐฯ จะเสนอให้ ครม. รับทราบในวันที่ 7 กรกฎาคม หรืออย่างช้าไม่เกินวันที่ 14 กรกฎาคม พร้อมเสนอปรับปรุงหลักเกณฑ์การคัดกรองบางรายการ เพื่อให้สะท้อนฐานะทางเศรษฐกิจของผู้ลงทะเบียนได้เหมาะสมยิ่งขึ้น


สำหรับปีงบประมาณ 2570 รัฐบาลจัดสรรงบประมาณโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไว้ 42,000 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ได้รับงบประมาณประมาณ 56,400 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังระบุว่า ยังไม่สามารถประเมินได้ว่างบประมาณจะเพียงพอหรือไม่ จนกว่าจะทราบจำนวนผู้ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด


ทั้งนี้ หากวงเงินที่ตั้งไว้ไม่เพียงพอต่อการดูแลผู้ผ่านเกณฑ์ รัฐบาลสามารถเสนอของบกลางเพิ่มเติมได้ ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดำเนินการเป็นปกติในทุกปี เพื่อให้ประชาชนผู้มีสิทธิได้รับสวัสดิการอย่างครบถ้วน


ที่มาข้อมูล : กระทรวงการคลัง

ที่มารูปภาพ : กระทรวงการคลัง

รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ