
นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC กล่าวว่า ในฐานะผู้นำตลาดบ้านหรูที่ครองส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ของบ้าน 20 ล้านบาทขึ้นไปเป็นอันดับ 1 บริษัทยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยควบคู่กับการสร้างคุณค่าใหม่ๆ ในระยะยาวให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด บริษัทจึงได้ร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB พัฒนาเอกสิทธิ์รูปแบบใหม่สำหรับลูกค้ากลุ่ม Wealth โดยลูกค้าที่ซื้อโครงการบ้านระดับอัลตร้าลักชัวรีของ SC ที่สมัครสินเชื่อกับธนาคารไทยพาณิชย์ และเบิกใช้วงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2569 – 30 กันยายน 2569 จะได้รับหน่วยลงทุนผ่านบัญชีซื้อขายหน่วยลงทุน ที่มีอยู่กับธนาคารไทยพาณิชย์ สูงสุดถึง 20 ล้านบาท* และรับเอกสิทธิ์สมัครบัตรเครดิต SCB WEALTH นานสูงสุดถึง 1 ปี
“ลูกค้ากลุ่ม Ultra Luxury ในปัจจุบันไม่ได้ตัดสินใจเลือกบ้านจากความสวยงามหรือทำเลเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับศักยภาพของสินทรัพย์ในภาพรวม ทั้งในมิติของการอยู่อาศัย การรักษามูลค่า และการบริหารความมั่งคั่ง เราจึงต้องการสร้างประสบการณ์ใหม่ที่เชื่อมโลกของการอยู่อาศัยเข้ากับโลกการลงทุนอย่างครบวงจร เท่ากับว่าตอนที่ลูกค้าซื้อบ้าน ลูกค้าจะได้เป็นทั้งเจ้าของ Residential Asset เจ้าของ Investment Asset และได้รับ Financial Privilege ไปพร้อมกัน ความร่วมมือกับ SCB ในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญ ที่ช่วยให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในระดับเวิลด์คลาส สินทรัพย์เพื่อการลงทุน และสิทธิประโยชน์ทางการเงินในข้อเสนอเดียว” นายณัฐพงศ์ กล่าว
สรุปข่าว
นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC กล่าวว่า ในฐานะผู้นำตลาดบ้านหรูที่ครองส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ของบ้าน 20 ล้านบาทขึ้นไปเป็นอันดับ 1 บริษัทยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยควบคู่กับการสร้างคุณค่าใหม่ๆ ในระยะยาวให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด บริษัทจึงได้ร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB พัฒนาเอกสิทธิ์รูปแบบใหม่สำหรับลูกค้ากลุ่ม Wealth โดยลูกค้าที่ซื้อโครงการบ้านระดับอัลตร้าลักชัวรีของ SC ที่สมัครสินเชื่อกับธนาคารไทยพาณิชย์ และเบิกใช้วงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2569 – 30 กันยายน 2569 จะได้รับหน่วยลงทุนผ่านบัญชีซื้อขายหน่วยลงทุน ที่มีอยู่กับธนาคารไทยพาณิชย์ สูงสุดถึง 20 ล้านบาท* และรับเอกสิทธิ์สมัครบัตรเครดิต SCB WEALTH นานสูงสุดถึง 1 ปี
“ลูกค้ากลุ่ม Ultra Luxury ในปัจจุบันไม่ได้ตัดสินใจเลือกบ้านจากความสวยงามหรือทำเลเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับศักยภาพของสินทรัพย์ในภาพรวม ทั้งในมิติของการอยู่อาศัย การรักษามูลค่า และการบริหารความมั่งคั่ง เราจึงต้องการสร้างประสบการณ์ใหม่ที่เชื่อมโลกของการอยู่อาศัยเข้ากับโลกการลงทุนอย่างครบวงจร เท่ากับว่าตอนที่ลูกค้าซื้อบ้าน ลูกค้าจะได้เป็นทั้งเจ้าของ Residential Asset เจ้าของ Investment Asset และได้รับ Financial Privilege ไปพร้อมกัน ความร่วมมือกับ SCB ในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญ ที่ช่วยให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในระดับเวิลด์คลาส สินทรัพย์เพื่อการลงทุน และสิทธิประโยชน์ทางการเงินในข้อเสนอเดียว” นายณัฐพงศ์ กล่าว
ที่ผ่านมา SC และ SCB ถือเป็นพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันยาวนานกว่า 22 ปี โดยมีการสนับสนุนทางด้านการเงินสำหรับการพัฒนาโครงการ (Pre-finance) และการสนับสนุนทางการเงินสำหรับผู้ซื้อโครงการ (Post-finance) ในเครือ SC อย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ความร่วมมือในครั้งนี้ จะเริ่มประเดิมในโครงการบ้านเดี่ยวระดับแฟล็กชิพของ SC คือโครงการซันเล เรสซิเดนเซส (SONLE RESIDENCES) ในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 นี้ ก่อนขยายความร่วมมือสู่พอร์ตโครงการระดับอัลตราลักชัวรีอื่นๆ ของ SC ในลำดับถัดไป
ด้าน นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง SCB และ SC ที่สั่งสมมายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ สะท้อนการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่มีเป้าหมายร่วมในการส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้าอย่างยั่งยืน โดยในครั้งนี้เราได้ต่อยอดความร่วมมือผ่านการผสานศักยภาพของทั้งสององค์กร เพื่อสร้าง Seamless Wealth Experience ที่เชื่อมโยงการอยู่อาศัยระดับลักชัวรีเข้ากับโซลูชันทางการเงินและการลงทุนอย่างไร้รอยต่อ
“แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญความท้าทาย แต่ลูกค้ากลุ่ม Wealth ยังคงให้ความสำคัญกับสินทรัพย์คุณภาพที่สามารถรักษามูลค่าและเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ระดับอัลตร้าลักชัวรี ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งใน Asset Class ที่สำคัญของการบริหารความมั่งคั่ง จากปัจจัยดังกล่าว
เราจึงร่วมมือกับ SC ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่สำคัญในภาคอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบสิทธิประโยชน์ที่เชื่อมโยงการอยู่อาศัย การลงทุน และการบริหารความมั่งคั่งเข้าไว้ด้วยกันอย่างครบวงจร สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ SCB ในการยกระดับ Wealth Experience ให้ครอบคลุมทั้งมิติของสินทรัพย์และไลฟ์สไตล์ พร้อมตอกย้ำบทบาทของ SCB WEALTH ในฐานะ Trusted Wealth Partner ที่พร้อมเคียงข้างลูกค้าในการสร้าง รักษา และส่งต่อความมั่งคั่ง รวมถึงร่วมออกแบบอนาคตทางการเงินที่มั่นคงและยั่งยืนในทุกช่วงชีวิต”
ทั้งนี้ SC และ SCB ยังคงมีแผนต่อยอดสิทธิประโยชน์ดังกล่าวสู่โครงการระดับอัลตร้าลักชัวรีอื่นของ SC ในอนาคต เพื่อสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยและการบริหารความมั่งคั่งที่ครบวงจรยิ่งขึ้น และร่วมกันสร้างมาตรฐานใหม่ของการดูแลลูกค้ากลุ่ม Wealth ในภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย คาดว่าจะเปิดเผยความคืบหน้าของดีลในโครงการต่อๆ ไปได้เร็วๆ นี้
- จับตาแยกบัญชี ”ค่าไฟสาธารณะ” ช่วยลดภาระค่าไฟประชาชน 10,000 ล้านบาท/ปี
- ประเมินแนวโน้มตะวันออกกลาง คาดอิหร่านพร้อมเจรจา ชูกลยุทธ์ลงทุนหุ้นงบเด่น-แนะถือสถานะ Long ทองคำ
- SC ผนึก Thailand Longstay ดันไทยสู่ฮับอยู่อาศัยโลก เปิดทางต่างชาติถือคอนโดพ่วงวีซ่าระยะยาว
- Krungthai CIO แนะกลยุทธ์ "Buy on Dip" คัดสินทรัพย์แกร่ง รับตลาดผันผวน และหุ้นโลกนิวไฮ
- จับตาสงครามตะวันออกกลาง-ทิศทางดอกเบี้ยเฟด แนะกลยุทธ์จัดพอร์ตสู้ความผันผวน
ที่มาข้อมูล : บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC
ที่มารูปภาพ : TNN Wealth
