เปิดพอร์ตสาวปริศนา "สุภาพร พิมพงษ์" ปั้นพอร์ตทิพย์ 94,000 ล้าน สะเทือนตลาดหุ้นไทย

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดพอร์ตสาวปริศนา "สุภาพร พิมพงษ์" ปั้นพอร์ตทิพย์ 94,000 ล้าน สะเทือนตลาดหุ้นไทย

ข่าวใหญ่สะเทือนตลาดลงทุนไทยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ การรายงานแบบ 246-2 ของหญิงที่แจ้งชื่อในระบบว่า สุภาพร พิมพงษ์ ว่าถือครองหุ้นทรู 7.09% หรือคิดเป็น 3,500 ล้านหุ้น มูลค่า ณ วันที่ซื้อคือกว่า 50,000 ล้านบาท

ทรู คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ได้ออกเอกสารชี้แจงทันทีว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง

สำหรับเอกสาร 246-2 คือ แบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ ข้ามทุก ๆ ระดับ 5% ของสิทธิออกเสียง ตามที่ ก.ล.ต. กำหนด เพื่อให้นักลงทุนทราบว่าใครกำลังซื้อขายหุ้นปริมาณมาก 

แต่แรงกระเพื่อมจริง ๆ เมื่อตรวจสอบผ่านระบบของ ก.ล.ต. ที่เปิดเป็นสาธารณะ คือ สุภาพร ยื่นแบบรายงาน 246-2 มาแล้ว 7 ครั้ง และเธอมีพอร์ตหุ้นในสัดส่วนเกิน 5% ถึง 6 ตัว รวมมูลค่าปัจจุบันได้กว่า 94,000 ล้านบาท

และสถานะของเธอที่แจ้งในระบบ สืบค้นได้ไกลสุดคือปี 2564 คือ เอกสารทั้งหมดที่เธอยื่นเข้ามา คือ อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้อง

สรุปข่าว

ประเทศไทย มีสาวปริศนา ที่เพียงยื่นเอกสาร ก็กลายเป็นมหาเศรษฐีหุ้น อันดับต้น ๆ ของประเทศไทย ด้วยพอร์ตการลงทุน มูลค่าเฉียดแสนล้าน แต่นี่คือช่องโหว่ของระบบ ที่ทำให้หญิงชื่อ สุภาพร พิมพงษ์ ที่กำลังสะเทือนตลาดลงทุนไทย ปั้นพอร์ตทิพย์หรือไม่ เพราะสถานะของรายงานการถือครองหุ้นที่เธอแจ้งไว้ในระบบของ ก.ล.ต. นับแต่ปี 2563 คือ อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้อง

ข่าวใหญ่สะเทือนตลาดลงทุนไทยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ การรายงานแบบ 246-2 ของหญิงที่แจ้งชื่อในระบบว่า สุภาพร พิมพงษ์ ว่าถือครองหุ้นทรู 7.09% หรือคิดเป็น 3,500 ล้านหุ้น มูลค่า ณ วันที่ซื้อคือกว่า 50,000 ล้านบาท

ทรู คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ได้ออกเอกสารชี้แจงทันทีว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง

สำหรับเอกสาร 246-2 คือ แบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ ข้ามทุก ๆ ระดับ 5% ของสิทธิออกเสียง ตามที่ ก.ล.ต. กำหนด เพื่อให้นักลงทุนทราบว่าใครกำลังซื้อขายหุ้นปริมาณมาก 

แต่แรงกระเพื่อมจริง ๆ เมื่อตรวจสอบผ่านระบบของ ก.ล.ต. ที่เปิดเป็นสาธารณะ คือ สุภาพร ยื่นแบบรายงาน 246-2 มาแล้ว 7 ครั้ง และเธอมีพอร์ตหุ้นในสัดส่วนเกิน 5% ถึง 6 ตัว รวมมูลค่าปัจจุบันได้กว่า 94,000 ล้านบาท

และสถานะของเธอที่แจ้งในระบบ สืบค้นได้ไกลสุดคือปี 2564 คือ เอกสารทั้งหมดที่เธอยื่นเข้ามา คือ อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้อง

หญิงปริศนาถือ “หุ้นทิพย์” อะไรบ้าง

รายงานแรกที่เธอยื่น คือ เมเจอร์ เมื่อปี 2564 ในสัดส่วน 9.99% มูลค่า ณ วันที่ทำรายการ คือ 1,954 ล้านบาท

หุ้นที่ 2 คือ GJS หรือ เจ ซี สตีล ที่เธอยื่น 2 ครั้ง คือ ปี 2565 และ 2566 โดยสัดส่วนล่าสุด คือ 48% รวมมูลค่า ณ ปัจจุบันกว่า 1,600 ล้านบาท

หุ้นที่ 3 คือ BBL หรือธนาคารกรุงเทพฯ ในปี 2566 เช่นกัน สัดส่วนถึง 5.01% มูลค่ารวม ณ วันที่ทำรายการ คือ 15,643 ล้านบาท และราคาปัจจุบันคือ 18,513 ล้านบาท

หุ้นที่ 4 คือ AAV หรือเอเชีย เอวิเอชัน ช่วงปลายปี 2566 สัดส่วน 5.3% มูลค่ารวม ณ วันที่ทำรายการ 761 ล้านบาท

หุ้นที่ 5 คือ KBANK ช่วงปี 2568 สัดส่วน 5.1% มูลค่า ณ วันที่ทำรายการ คือ 20,506 ล้านบาท และราคาปัจจุบัน เพิ่มมาเป็ฯ 27,845 ล้านบาท 

หุ้นที่ 6 คือ TRUE เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2568 สัดส่วน 7.09% หรือ กว่า 3,500 ล้านหุ้น มูลค่ารวม ณ วันที่ทำรายการ คือ 51,456 ล้านบาท

เศรษฐีทิพย์

หากนับเฉพาะมูลค่ารวม ณ วันที่เธอคนนี้ ยื่นเอกสารให้ ก.ล.ต. หมายความว่า เธอมีเงินซื้อสินทรัพย์เหล่านี้ มากถึง 90,321 ล้านบาทเลยทีเดียว และหากถือยาวมาถึงวันนี้ 8 กรกฎาคม เธอจะมีสินทรัพย์รวมมูลค่าถึงราว 94,000 ล้านบาท 

ตัวเลขนี้มหาศาลแค่ไหน ก็ถือได้ว่า เธอขึ้นแท่นมหาเศรษฐีหุ้นอันดับ 2 ของไทย ตามการจัดอันดับของวารสารการเงินธนาคารเลยทีเดียว และจะถือเป็นมหาเศรษฐีหุ้นหญิงที่มีสินทรัพย์มากที่สุดของประเทศ

แต่ประเด็นคือ เธอเป็นมหาเศรษฐีทิพย์ และรำ่รวยเพียงในเอกสาร เพราะ ก.ล.ต. ตรวจสอบและพบข้อผิดปกติร้ายแรง

 

คือ สุภาพร พิมพงษ์ ไม่มีชื่ออยู่จริง เคลมสินทรัพย์ที่ไม่มีอยู่จริง สัดส่วนไม่ตรงความจริง สวมรอยตำแหน่ง และตอนนี้ ได้ขึ้นเครื่องหมายเตือนภัยในรายงานดังกล่าวแล้วว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้อง

ทั้งนี้ ประเด็นกลับมาเพิ่งเกิดการตรวจสอบในกรณียื่นแบบล่าสุด คือ กลางเดือนมิถุนายน กับหุ้น TRUE แต่ระบบยื่นเอกสาร เปิดเผยให้เห็นแบบสาธารณะ แม้จะเป็นแนวทางที่ผู้ถือหุ้นรับรองความถูกต้องด้วยตนเอง แต่ไม่มีการตรวจสอบก่อนเผยแพร่เอกสาร

นี่จึงเป็นช่องโหว่ ที่ทำให้มหาเศรษฐีหุ้นทิพย์อย่าง สุภาพร พิมพงษ์ เกิดขึ้นมาได้

ที่มาข้อมูล : TNN Online รวบรวม และ สำนักงาน ก.ล.ต.

ที่มารูปภาพ : AI Generated