รอฟัง! ทิศทางดอกเบี้ยครึ่งปีหลัง “เควิน วอร์ช” แถลงคองเกรสครั้งแรก 14 กรกฎาคมนี้

Share on Line Share on Facebook Share on X
รอฟัง! ทิศทางดอกเบี้ยครึ่งปีหลัง “เควิน วอร์ช” แถลงคองเกรสครั้งแรก 14 กรกฎาคมนี้

จับตา “เควิน วอร์ช” ขึ้นเวทีคองเกรสครั้งแรก สัญญาณชี้ชะตาดอกเบี้ยสหรัฐครึ่งปีหลัง

นักลงทุนทั่วโลกเฝ้ารอฟังมุมมองเศรษฐกิจจากประธานเฟดคนใหม่


ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังจับตาการแถลงนโยบายการเงินของ Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ต่อสภาคองเกรสในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ซึ่งถือเป็นการเข้าให้การต่อฝ่ายนิติบัญญัติครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานเฟด


ตามกำหนดการที่เผยแพร่โดยคณะกรรมาธิการบริการการเงินแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ วอร์ชจะเข้าชี้แจงนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 และคาดว่าจะเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาในวันที่ 15 กรกฎาคมด้วยเช่นกัน 


เวทีสำคัญส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ย


นักวิเคราะห์มองว่าการแถลงครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากจะสะท้อนมุมมองของประธานเฟดคนใหม่ต่อเงินเฟ้อ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และทิศทางนโยบายการเงินในระยะต่อไป


วอร์ชได้รับการมองจากตลาดว่าเป็นผู้กำหนดนโยบายการเงินสายเข้มงวด (Hawkish) ที่ให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อมากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลให้นักลงทุนจับตาว่าเขาจะส่งสัญญาณสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมหรือไม่ 

ตลาดเพิ่มเดิมพันเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยอีกในปีนี้


หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์ว่าเฟดอาจกลับมาขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปี 2569


ข้อมูลจากตลาดฟิวเจอร์สสะท้อนว่า นักลงทุนให้น้ำหนักราว 69.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน ขณะที่ความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในช่วงปลายปีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน




สรุปข่าว

* ตลาดการเงินทั่วโลกจับตา "เควิน วอร์ช" ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่เตรียมแถลงนโยบายการเงินต่อสภาคองเกรสกลางเดือนกรกฎาคมนี้เป็นครั้งแรกหลังรับตำแหน่ง * นักลงทุนมองว่าถ้อยแถลงดังกล่าวอาจส่งสัญญาณสำคัญต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสหรัฐในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 * ขณะเดียวกัน ตลาดเริ่มเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1-2 ครั้ง หลังเฟดส่งสัญญาณเข้มงวดมากขึ้นในการประชุมล่าสุด

จับตา “เควิน วอร์ช” ขึ้นเวทีคองเกรสครั้งแรก สัญญาณชี้ชะตาดอกเบี้ยสหรัฐครึ่งปีหลัง

นักลงทุนทั่วโลกเฝ้ารอฟังมุมมองเศรษฐกิจจากประธานเฟดคนใหม่


ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังจับตาการแถลงนโยบายการเงินของ Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ต่อสภาคองเกรสในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ซึ่งถือเป็นการเข้าให้การต่อฝ่ายนิติบัญญัติครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานเฟด


ตามกำหนดการที่เผยแพร่โดยคณะกรรมาธิการบริการการเงินแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ วอร์ชจะเข้าชี้แจงนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 และคาดว่าจะเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาในวันที่ 15 กรกฎาคมด้วยเช่นกัน 


เวทีสำคัญส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ย


นักวิเคราะห์มองว่าการแถลงครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากจะสะท้อนมุมมองของประธานเฟดคนใหม่ต่อเงินเฟ้อ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และทิศทางนโยบายการเงินในระยะต่อไป


วอร์ชได้รับการมองจากตลาดว่าเป็นผู้กำหนดนโยบายการเงินสายเข้มงวด (Hawkish) ที่ให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อมากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลให้นักลงทุนจับตาว่าเขาจะส่งสัญญาณสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมหรือไม่ 

ตลาดเพิ่มเดิมพันเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยอีกในปีนี้


หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์ว่าเฟดอาจกลับมาขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปี 2569


ข้อมูลจากตลาดฟิวเจอร์สสะท้อนว่า นักลงทุนให้น้ำหนักราว 69.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน ขณะที่ความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในช่วงปลายปีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน




เฟดคงดอกเบี้ย แต่ส่งสัญญาณเข้มงวดมากขึ้น


ในการประชุมล่าสุด เฟดมีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ 3.50-3.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม รายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (Dot Plot) ส่งสัญญาณเข้มงวดมากขึ้น โดยเจ้าหน้าที่เฟด 9 จาก 18 คนมองว่าควรมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งภายในปีนี้ ขณะที่เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยในปี 2569 เหมือนที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้ 


ย้ำเป้าหมายเงินเฟ้อ 2%


ในการแถลงหลังการประชุมครั้งแรกในฐานะประธานเฟด วอร์ชยืนยันว่าเฟดยังคงมุ่งมั่นที่จะนำอัตราเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% และพร้อมดำเนินนโยบายที่จำเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคา


ท่าทีดังกล่าวยิ่งตอกย้ำมุมมองของตลาดว่า ภายใต้การนำของวอร์ช เฟดอาจดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดต่อไป หากแรงกดดันเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง


ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : canva

รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ