Nasdaq ฟิวเจอร์ปรับตัวลง หุ้นชิปดิ่งยกแผง

Share on Line Share on Facebook Share on X
Nasdaq ฟิวเจอร์ปรับตัวลง หุ้นชิปดิ่งยกแผง

ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนสูงขึ้นในเดือนนี้ เนื่องจากนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามและตรวจสอบความจำเป็นในการทุ่มงบประมาณจำนวนมากเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเคยเป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้หุ้นกลุ่มชิปทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งในไตรมาสก่อนหน้า

กองทุน Roundhills Memory ETF ดิ่งลง 7.4% ในวันอังคาร และเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน (50-day moving average) มาตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนถึงโมเมนตัมระยะสั้นที่อ่อนแอ ขณะที่ดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ตลาดฟิลาเดลเฟีย ร่วงลงไปแล้วกว่า 20% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เคยทำไว้เมื่อเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา



สรุปข่าว

ดัชนี Nasdaq ฟิวเจอร์ปรับตัวลดลง ตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลกที่ระมัดระวังการลงทุนในหุ้นกลุ่มชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายมหาศาลของภาคเอกชนและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากจีน ก่อนที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่บนวอลล์สตรีทจะทยอยเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้

ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนสูงขึ้นในเดือนนี้ เนื่องจากนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามและตรวจสอบความจำเป็นในการทุ่มงบประมาณจำนวนมากเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเคยเป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้หุ้นกลุ่มชิปทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งในไตรมาสก่อนหน้า

กองทุน Roundhills Memory ETF ดิ่งลง 7.4% ในวันอังคาร และเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน (50-day moving average) มาตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนถึงโมเมนตัมระยะสั้นที่อ่อนแอ ขณะที่ดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ตลาดฟิลาเดลเฟีย ร่วงลงไปแล้วกว่า 20% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เคยทำไว้เมื่อเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา



นอกจากนี้ ตลาดผวาหนักหลังมีสัญญาณว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของวอลล์สตรีทอย่าง Alphabet และ Tesla เริ่มมีกระแสเงินสดลดลงจนอาจไม่เพียงพอต่อการทุ่มทุนตามเป้าหมาย ขณะเดียวกัน จีนเริ่มเปิดตัวโมเดล AI ที่มีราคาถูกกว่า พร้อมขยายอิทธิพลเข้าสู่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่มีการแข่งขันสูงอย่างต่อเนื่อง

นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Swissquote ระบุว่า หาก Microsoft, Amazon หรือ Meta รายงานระดับกระแสเงินสดอิสระที่ดิ่งลงในลักษณะเดียวกัน ก็จะยิ่งจุดชนวนความวิตกกังวลว่า แม้บริษัทเหล่านี้จะยังคงเดินหน้าทุ่มงบประมาณต่อไป แต่เงินส่วนเกินที่ต้องใช้จ่ายนั้นจำเป็นต้องมาจากการออกหุ้นหรือการเสนอขายหุ้นกู้เพิ่มเติม


นักลงทุนกำลังจับตาการเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้ของ 4 ยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ระดับไฮเปอร์สเกล (AI hyperscalers) ได้แก่ Amazon.com, Meta, Apple และ Microsoft เพื่อดูว่าเงินลงทุนมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามคาดหรือไม่ รวมถึงประเมินทิศทางความต้องการชิปและโครงสร้างพื้นฐาน AI ในอนาคต

ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีกำหนดประกาศมติอัตราดอกเบี้ยในวันพุธ (29 ก.ค.) โดยข้อมูลจาก LSEG บ่งชี้ว่า เทรดเดอร์ให้น้ำหนัก 35.8% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ และคาดว่าต้นทุนการกู้ยืมจะปรับตัวขึ้นอย่างน้อย 0.25% ภายในสิ้นปีนี้

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

แท็กบทความ

ย่อโลกเศรษฐกิจ
ดัชนี Nasdaq
หุ้นกลุ่มชิปปัญญาประดิษฐ์
ธนาคารกลางสหรัฐฯAmazon.comMeta
Apple และ Microsoft