ต่างชาติแห่ทิ้ง "พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ" หลังสงครามตะวันออกกลางกดดันค่าเงินเอเชีย

Share on Line Share on Facebook Share on X
ต่างชาติแห่ทิ้ง "พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ" หลังสงครามตะวันออกกลางกดดันค่าเงินเอเชีย

คลังสหรัฐฯ รายงาน ต่างชาติเทขาย "พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ" หลังสงครามตะวันออกกลางกดดันค่าเงินเอเชีย ธนาคารกลางเร่งขายดอลลาร์ แทรกแซงค่าเงิน


ข้อมูลจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่เผยแพร่เมื่อคืนวันจันทร์ (18 พฤษภาคม) ตามเวลาสหรัฐฯ ระบุว่า ต่างชาติลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ในเดือนมี.ค. หลังสงครามในตะวันออกกลางสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินหลายประเทศ และบีบให้ธนาคารกลางต่าง ๆ ต้องขายทุนสำรองสกุลดอลลาร์เพื่อนำมาใช้แทรกแซงตลาดเงิน


ญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รายใหญ่ที่สุดของโลก ลดการถือครองลงราว 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เหลือ 1.191 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่จีนลดการถือครองลงสู่ระดับ 6.523 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงราว 6% จากเดือนกุมภาพันธ์และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2551


โดยรวมแล้ว การถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ของต่างชาติปรับลดลงสู่ระดับ 9.25 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนมีนาคม จาก 9.49 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนกุมภาพันธ์



สรุปข่าว

คลังสหรัฐฯ รายงาน ต่างชาติเทขาย "พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ" หลังสงครามตะวันออกกลางกดดันค่าเงินเอเชีย ธนาคารกลางเร่งขายดอลลาร์ แทรกแซงค่าเงิน

คลังสหรัฐฯ รายงาน ต่างชาติเทขาย "พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ" หลังสงครามตะวันออกกลางกดดันค่าเงินเอเชีย ธนาคารกลางเร่งขายดอลลาร์ แทรกแซงค่าเงิน


ข้อมูลจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่เผยแพร่เมื่อคืนวันจันทร์ (18 พฤษภาคม) ตามเวลาสหรัฐฯ ระบุว่า ต่างชาติลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ในเดือนมี.ค. หลังสงครามในตะวันออกกลางสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินหลายประเทศ และบีบให้ธนาคารกลางต่าง ๆ ต้องขายทุนสำรองสกุลดอลลาร์เพื่อนำมาใช้แทรกแซงตลาดเงิน


ญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รายใหญ่ที่สุดของโลก ลดการถือครองลงราว 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เหลือ 1.191 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่จีนลดการถือครองลงสู่ระดับ 6.523 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงราว 6% จากเดือนกุมภาพันธ์และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2551


โดยรวมแล้ว การถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ของต่างชาติปรับลดลงสู่ระดับ 9.25 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนมีนาคม จาก 9.49 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนกุมภาพันธ์



ขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิหร่าน กดราคาน้ำมันดิบพุ่งสูง


แรงขายเกิดขึ้นหลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านปะทุขึ้น จนทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูง และกดดันให้เงินเยนรวมถึงสกุลเงินเอเชียหลายสกุลอ่อนค่าลงอย่างหนัก โดยประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากอ่าวอาหรับ รวมถึงญี่ปุ่น ต้องเผชิญผลกระทบด้านพลังงานรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ และสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้กำหนดนโยบายหลายประเทศต้องขายสินทรัพย์สกุลดอลลาร์บางส่วน เพื่อนำเงินไปใช้พยุงค่าเงินท้องถิ่น


เฟรเดอริก นอยมันน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์เอเชียของ HSBC ระบุว่า ความผันผวนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นนับตั้งแต่สงครามในอ่าวเปอร์เซียเริ่มต้นขึ้น รวมถึงแรงกดดันต่ออัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะในเอเชีย ทำให้การลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ของธนาคารกลางหลายแห่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ


เขาระบุเพิ่มเติมว่า ธนาคารกลางบางแห่งจำเป็นต้องขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ถือครองอยู่ เพื่อนำเงินไปแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราและรักษาเสถียรภาพค่าเงิน ข้อมูลเดือนเมษายน ซึ่งจะเปิดเผยในเดือนหน้า อาจสะท้อนให้เห็นว่า ธนาคารกลางต่าง ๆ พร้อมดำเนินมาตรการมากเพียงใดเพื่อรักษาเสถียรภาพค่าเงิน


 

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : GPT Image

รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ