รัสเซียดัน Made in Russia บุกตลาดไทย เปิดทางจับคู่ธุรกิจ ขายสินค้าออนไลน์ เจาะตลาดอาเซียน

Share on Line Share on Facebook Share on X

รัสเซียเดินหน้าขยายตลาดสินค้าในประเทศไทย โดยมองไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมผลักดันสินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูปเข้าสู่ตลาดไทย ผ่านความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ

ศูนย์การส่งออกแห่งรัสเซีย (Russian Export Center: REC) เตรียมจัดกิจกรรมแสดงสินค้าภายใต้แบรนด์ระดับชาติ Made in Russia ระหว่างวันที่ 30–31 ตุลาคม 2569 ที่กรุงเทพมหานคร ภายในงานประชุมการลงทุนรัสเซีย–ไทย ครั้งที่ 2 (Russia–Thailand Investment Forum 2026)

การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีสภาธุรกิจรัสเซีย–ไทย (Russia–Thailand Business Council: RTBC) ซึ่งมีสมาชิกองค์กรภาคธุรกิจจำนวน 55 แห่ง เป็นผู้ดำเนินการ โดยมุ่งสนับสนุนผู้ส่งออกรัสเซียให้สามารถเข้าสู่ตลาดไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การรับรองมาตรฐานสินค้า การปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบของไทย การวางแผนทำตลาด ตลอดจนการลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการนำเข้าสินค้าและการขยายธุรกิจระหว่างประเทศ

รัสเซียมองไทยเป็นตลาดศักยภาพสูงในอาเซียน

ผู้บริหาร REC ระบุว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับสินค้ารัสเซีย โดยกิจกรรม Made in Russia จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรัสเซียนำเสนอสินค้าแก่ผู้ซื้อและคู่ค้าในประเทศไทยโดยตรง

เป้าหมายสำคัญไม่ได้จำกัดอยู่ที่การจัดแสดงสินค้า แต่ยังรวมถึงการทดสอบความต้องการของตลาด การรับฟังความคิดเห็นจากผู้ซื้อ และการเจรจาจับคู่ธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าในระยะยาว

สำหรับผู้ส่งออกรัสเซีย การเข้าสู่ตลาดไทยจำเป็นต้องพิจารณาทั้งความต้องการของผู้บริโภค มาตรฐานสินค้า ช่องทางจำหน่าย และต้นทุนการนำเข้า

การมีพันธมิตรทางธุรกิจในประเทศไทยจึงอาจช่วยลดอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาด โดยเฉพาะการจัดจำหน่ายสินค้า การทำการตลาด และการดำเนินการตามข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน การใช้ไทยเป็นหนึ่งในฐานขยายเครือข่ายการค้า อาจเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรัสเซียเชื่อมโยงกับตลาดอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มากขึ้น หากสามารถพัฒนาระบบจัดจำหน่ายและสร้างความต้องการสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง


สรุปข่าว

ศูนย์การส่งออกแห่งรัสเซีย (REC) เตรียมจัดงาน “Made in Russia” ในวันที่ 30–31 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร เพื่อผลักดันสินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูปเข้าสู่ตลาดไทยและอาเซียน ผ่านการจับคู่ธุรกิจ การใช้กลยุทธ์ไลฟ์สตรีมมิ่งผ่านบล็อกเกอร์ และช่องทางอีคอมเมิร์ซ เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคโดยตรง ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างทั้งโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยในการเป็นพันธมิตรและเพิ่มทางเลือกสินค้า แต่ก็ต้องเตรียมรับมือกับการแข่งขันที่อาจเพิ่มขึ้นเช่นกัน

รัสเซียเดินหน้าขยายตลาดสินค้าในประเทศไทย โดยมองไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมผลักดันสินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูปเข้าสู่ตลาดไทย ผ่านความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ

ศูนย์การส่งออกแห่งรัสเซีย (Russian Export Center: REC) เตรียมจัดกิจกรรมแสดงสินค้าภายใต้แบรนด์ระดับชาติ Made in Russia ระหว่างวันที่ 30–31 ตุลาคม 2569 ที่กรุงเทพมหานคร ภายในงานประชุมการลงทุนรัสเซีย–ไทย ครั้งที่ 2 (Russia–Thailand Investment Forum 2026)

การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีสภาธุรกิจรัสเซีย–ไทย (Russia–Thailand Business Council: RTBC) ซึ่งมีสมาชิกองค์กรภาคธุรกิจจำนวน 55 แห่ง เป็นผู้ดำเนินการ โดยมุ่งสนับสนุนผู้ส่งออกรัสเซียให้สามารถเข้าสู่ตลาดไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การรับรองมาตรฐานสินค้า การปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบของไทย การวางแผนทำตลาด ตลอดจนการลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการนำเข้าสินค้าและการขยายธุรกิจระหว่างประเทศ

รัสเซียมองไทยเป็นตลาดศักยภาพสูงในอาเซียน

ผู้บริหาร REC ระบุว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับสินค้ารัสเซีย โดยกิจกรรม Made in Russia จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรัสเซียนำเสนอสินค้าแก่ผู้ซื้อและคู่ค้าในประเทศไทยโดยตรง

เป้าหมายสำคัญไม่ได้จำกัดอยู่ที่การจัดแสดงสินค้า แต่ยังรวมถึงการทดสอบความต้องการของตลาด การรับฟังความคิดเห็นจากผู้ซื้อ และการเจรจาจับคู่ธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าในระยะยาว

สำหรับผู้ส่งออกรัสเซีย การเข้าสู่ตลาดไทยจำเป็นต้องพิจารณาทั้งความต้องการของผู้บริโภค มาตรฐานสินค้า ช่องทางจำหน่าย และต้นทุนการนำเข้า

การมีพันธมิตรทางธุรกิจในประเทศไทยจึงอาจช่วยลดอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาด โดยเฉพาะการจัดจำหน่ายสินค้า การทำการตลาด และการดำเนินการตามข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน การใช้ไทยเป็นหนึ่งในฐานขยายเครือข่ายการค้า อาจเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรัสเซียเชื่อมโยงกับตลาดอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มากขึ้น หากสามารถพัฒนาระบบจัดจำหน่ายและสร้างความต้องการสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง


ใช้ไลฟ์สตรีมมิ่ง–อีคอมเมิร์ซ เปิดช่องทางขายสินค้ารัสเซีย

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจคือ การนำช่องทางดิจิทัลเข้ามาสนับสนุนการขยายตลาด โดย REC เตรียมใช้กลยุทธ์ไลฟ์สตรีมมิ่งผ่านบล็อกเกอร์ไทยและรัสเซีย เพื่อแนะนำและจำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ

แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่า การขยายการค้าระหว่างประเทศไม่ได้อาศัยเพียงการเจรจาระหว่างผู้ประกอบการหรือการนำสินค้าเข้าร้านค้าปลีกเท่านั้น แต่ยังสามารถเข้าถึงผู้บริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ได้โดยตรง

การใช้บล็อกเกอร์ช่วยนำเสนอสินค้าอาจเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคไทยรู้จักผลิตภัณฑ์จากรัสเซียมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่ยังไม่เป็นที่คุ้นเคยในตลาด

สำหรับผู้ประกอบการรัสเซีย ช่องทางออนไลน์ยังสามารถใช้ทดสอบความสนใจของผู้บริโภค ก่อนตัดสินใจขยายการนำเข้าและการจัดจำหน่ายในวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการขายผ่านอีคอมเมิร์ซยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการแข่งขันด้านราคา คุณภาพสินค้า ความสะดวกในการจัดส่ง และบริการหลังการขาย

ผู้ประกอบการไทยได้โอกาสนำเข้า แต่ต้องรับมือการแข่งขัน

การรุกตลาดของแบรนด์ Made in Russia อาจสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจนำเข้า ผู้จัดจำหน่าย และผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างพันธมิตรทางการค้ากับบริษัทจากรัสเซีย

การมีสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดอาจช่วยเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคและเปิดโอกาสให้ธุรกิจไทยขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย

ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ผลิตสินค้าไทยบางกลุ่มอาจต้องเผชิญการแข่งขันมากขึ้น หากสินค้าจากรัสเซียเข้ามาทำตลาดในประเภทเดียวกัน โดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคา คุณภาพ และช่องทางจัดจำหน่าย

ผู้ประกอบการไทยจึงควรติดตามว่าสินค้ารัสเซียกลุ่มใดมีโอกาสเข้าสู่ตลาด และมีความแตกต่างจากสินค้าที่จำหน่ายอยู่เดิมอย่างไร เพื่อประเมินทั้งโอกาสทางธุรกิจและผลกระทบต่อการแข่งขัน

นอกจากนี้ การสร้างความร่วมมือกับผู้ส่งออกรัสเซียยังต้องพิจารณาต้นทุนขนส่ง มาตรฐานสินค้า ข้อกำหนดการนำเข้า และความต่อเนื่องของการจัดส่ง เพื่อให้การขยายธุรกิจเกิดผลตอบแทนที่เหมาะสม


ไทยอาจเป็นประตูการค้ารัสเซียสู่อาเซียน

ความเคลื่อนไหวของ REC สะท้อนความพยายามของรัสเซียในการขยายเครือข่ายการค้าสู่เอเชีย โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดเป้าหมายสำคัญ

การจัดงาน Made in Russia ภายในเวทีประชุมการลงทุนรัสเซีย–ไทย จึงเป็นทั้งโอกาสนำเสนอสินค้า สร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ประกอบการ และพัฒนาช่องทางการค้าใหม่

อย่างไรก็ตาม การจัดแสดงสินค้าและการจับคู่ธุรกิจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ความสำเร็จในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้บริโภค ความสามารถในการผ่านมาตรฐานและกฎระเบียบของไทย รวมถึงความต่อเนื่องของคำสั่งซื้อ

สำหรับประเทศไทย การเข้ามาของสินค้ารัสเซียจึงมีทั้งโอกาสเพิ่มพันธมิตรทางการค้าและแรงกดดันด้านการแข่งขัน ขณะที่รัสเซียต้องพิสูจน์ว่าจะเปลี่ยนความสนใจจากงานแสดงสินค้าให้กลายเป็นยอดขายและเครือข่ายธุรกิจที่เติบโตได้จริงเพียงใด