"อนุทิน" ยกระดับสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส สู่หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ มั่นใจโครงสร้างพื้นฐานพร้อมรับการลงทุน

Share on Line Share on Facebook Share on X
"อนุทิน" ยกระดับสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส สู่หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ มั่นใจโครงสร้างพื้นฐานพร้อมรับการลงทุน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้พบหารือกับสมาคมนายจ้างฝรั่งเศส (MEDEF International) พร้อมกล่าวปาฐกถาในกิจกรรม Exclusive Meeting with the Prime Minister of Thailand โดยมี นายฟรองซัวส์ กอร์แบง รองประธาน MEDEF International และประธานสภาธุรกิจฝรั่งเศส-ไทย พร้อมผู้แทนภาคเอกชนจาก MEDEF International เข้าร่วมกว่า 38 บริษัท

สรุปข่าว

ฝรั่งเศส เป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทยในสหภาพยุโรป โดยในปี 2568 มีมูลค่าการค้าระหว่างกันเกือบ 4.2 พันล้านยูโร ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา BOI ได้รับคำขอส่งเสริมการลงทุนจากบริษัทฝรั่งเศส เกือบ 100 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 725 ล้านยูโร

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้พบหารือกับสมาคมนายจ้างฝรั่งเศส (MEDEF International) พร้อมกล่าวปาฐกถาในกิจกรรม Exclusive Meeting with the Prime Minister of Thailand โดยมี นายฟรองซัวส์ กอร์แบง รองประธาน MEDEF International และประธานสภาธุรกิจฝรั่งเศส-ไทย พร้อมผู้แทนภาคเอกชนจาก MEDEF International เข้าร่วมกว่า 38 บริษัท

โดยนายกรัฐมนตรี แสดงความยินดีที่บริษัทชั้นนำและผู้นำภาคธุรกิจของฝรั่งเศสจำนวนมากให้ความสนใจเข้าร่วมงาน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาคเอกชนฝรั่งเศสที่มีต่อประเทศไทย ซึ่งโอกาสนี้เป็นจังหวะสำคัญ เพราะเป็น “ช่วงเวลาแห่งการลงทุนในไทย” (Moment to invest in Thailand) รวมทั้งศักยภาพของไทย ในฐานะประตูสำคัญสู่อาเซียน และภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกไทย มีศักยภาพ

นายกรัฐมนตรี ได้เชิญชวนภาคเอกชนฝรั่งเศสเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมใหม่ ได้แก่ พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม อุตสาหกรรมการบินและศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานและอุปกรณ์ (MRO) อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูงและอุตสาหกรรมชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีชีวภาพ ตลอดจนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ขั้นสูง

โดยนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความมั่นใจว่าไทยมีโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงครบวงจร ทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพ ห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็ง และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการลงทุน ควบคู่กับมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่จูงใจ โดยเฉพาะเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่ และกำลังเติบโตเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ รองรับอุตสาหกรรมขั้นสูง และความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระยะยาวในอนาคต

รวมไปถึงไทยเดินหน้าเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ให้นักลงทุนเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนได้ง่ายขึ้น รวมทั้งโครงการ Thailand FastPass ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกแก่โครงการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ ลดระยะเวลาในการอนุมัติและออกใบอนุญาตต่าง ๆ อย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงจุดแข็งของประเทศไทยทั้งต้นทุนการแข่งขันได้ บุคลากรที่มีทักษะสูง พันธมิตรท้องถิ่นที่เข้มแข็ง และการเข้าถึงเป็นประตูเชื่อมไปยังตลาดอาเซียนกว่า 700 ล้านคน และตลาดเอเชียด้วย

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะมีการผลักดันความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส สู่การเป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” การเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป จะยิ่งเปิดโอกาสใหม่สำหรับความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย คือ หลักฐานของความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตราฐานกฏหมายไทยให้เป็นสากลในทุกด้าน

นายกรัฐมนตรี ยินดีและพร้อมต้อนรับคณะผู้แทนจาก MEDEF International มีกำหนดเยือนไทยในเดือนมิถุนายนนี้ โดยจะได้มีการติดตามการพูดคุยและความร่วมมือในวันนี้ เพื่อร่วมกันสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย-ฝรั่งเศส ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นต่อไป

โอกาสนี้ ผู้บริหารระดับสูงของสมาคมนายจ้างฝรั่งเศส ยังให้ความสนใจสอบถามนโยบายและแนวทางสำคัญของรัฐบาล อาทิ การพัฒนาคมนาคม การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานสู่พลังงานสะอาด การส่งเสริมทักษะกำลังคน รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการดูแลรักษาโบราณสถาน และส่งเสริมวัฒนธรรม

ทั้งนี้ ประเทศฝรั่งเศส เป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทยในสหภาพยุโรป โดยในปี 2568 มีมูลค่าการค้าระหว่างกันเกือบ 4.2 พันล้านยูโร ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้รับคำขอส่งเสริมการลงทุนจากบริษัทฝรั่งเศส เกือบ 100 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 725 ล้านยูโร

ที่มาข้อมูล : อนุทิน ชาญวีรกูล

ที่มารูปภาพ : TNN

Content สายการเงินตัวจริง รอบด้าน ด้วยประสบการณ์แนะนำการลงทุนบล.ชั้นนำ รู้ลึกด้วย Certificate วางแผนการเงิน และวิเคราะห์การลงทุน