"เศรษฐี AI" ช้อปสินค้าหรู ตลาดเอเชียคึกคัก

Share on Line Share on Facebook Share on X

การเติบโตของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) กำลังส่งผลต่อการบริโภคในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่มีฐานะ ซึ่งได้รับประโยชน์จากรายได้ โบนัส และเงินปันผลที่เพิ่มขึ้นของบริษัทเทคโนโลยี รวมถึงความมั่งคั่งที่เพิ่มขั้นจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ เอไอ 

ปัจจัยเหล่านี้ช่วยเกื้อหนุนการใช้จ่ายสินค้าหรูให้ยังคงแข็งแกร่งในหลายพื้นที่ของภูมิภาค

แม้ตลาดหุ้นที่ได้รับแรงหนุนจาก เอไอ จะเริ่มมีความผันผวนมากขึ้น หลังการปรับตัวขึ้นอย่างมากในช่วงก่อนหน้า แต่การใช้จ่ายสินค้าหรูในบางพื้นที่ของเอเชียยังไม่ชะลอตัว โดยเฉพาะในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ซึ่งผู้บริโภคที่มีฐานะ ยังคงใช้จ่ายกับเครื่องประดับ นาฬิกา และสินค้าหรูอื่น ๆ สะท้อนว่าความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นจากการเติบโตของ เอไอ ยังคงส่งผลต่อการบริโภคในภูมิภาคต่อไป

แนวโน้มดังกล่าวเห็นได้ชัดเจนในเกาหลีใต้ ซึ่ง Samsung Electronics, SK Hynix และบริษัทเทคโนโลยีรายอื่น ๆ เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นครั้งประวัติศาสตร์ในช่วงต้นปี และแม้ตลาดจะมีความผันผวนมากขึ้นในเวลาต่อมา แต่การใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงมีความยืดหยุ่นดี

สรุปข่าว

ความมั่งคั่งที่เพิ่มขั้นจากการเติบโตของ AI หนุนกำลังซื้อของผู้บริโภคบางพื้นที่ของเอเชียแปซิฟิก ส่งผลให้การใช้จ่ายสินค้าหรูยังคงแข็งแกร่ง ผลักดันตลาดให้มีความคึกคัก อย่าง Richemont มียอดขายในภูมิภาคดังกล่าวเติบโตถึงร้อยละ 21 ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ส่วน Louis Vuitton และ Hermès ก็ได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้

การเติบโตของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) กำลังส่งผลต่อการบริโภคในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่มีฐานะ ซึ่งได้รับประโยชน์จากรายได้ โบนัส และเงินปันผลที่เพิ่มขึ้นของบริษัทเทคโนโลยี รวมถึงความมั่งคั่งที่เพิ่มขั้นจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ เอไอ 

ปัจจัยเหล่านี้ช่วยเกื้อหนุนการใช้จ่ายสินค้าหรูให้ยังคงแข็งแกร่งในหลายพื้นที่ของภูมิภาค

แม้ตลาดหุ้นที่ได้รับแรงหนุนจาก เอไอ จะเริ่มมีความผันผวนมากขึ้น หลังการปรับตัวขึ้นอย่างมากในช่วงก่อนหน้า แต่การใช้จ่ายสินค้าหรูในบางพื้นที่ของเอเชียยังไม่ชะลอตัว โดยเฉพาะในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ซึ่งผู้บริโภคที่มีฐานะ ยังคงใช้จ่ายกับเครื่องประดับ นาฬิกา และสินค้าหรูอื่น ๆ สะท้อนว่าความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นจากการเติบโตของ เอไอ ยังคงส่งผลต่อการบริโภคในภูมิภาคต่อไป

แนวโน้มดังกล่าวเห็นได้ชัดเจนในเกาหลีใต้ ซึ่ง Samsung Electronics, SK Hynix และบริษัทเทคโนโลยีรายอื่น ๆ เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นครั้งประวัติศาสตร์ในช่วงต้นปี และแม้ตลาดจะมีความผันผวนมากขึ้นในเวลาต่อมา แต่การใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงมีความยืดหยุ่นดี

Rajiv Biswas ซีอีโอของ Asia-Pacific Economics กล่าวกับ Business Insider ว่า รายได้ที่แข็งแกร่งของบริษัทเทคโนโลยี ช่วยผลักดันยอดโบนัสและการจ่ายเงินปันผลให้อยู่ในระดับสูง รวมถึงผลจากความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นตามราคาหุ้น เหล่านี้รวมกันช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคของเกาหลีใต้ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ที่ผ่านมา

ขณะที่ Kathleen Oh หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำเกาหลีและไต้หวันจาก Morgan Stanley ระบุในรายงานเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา ว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ส่งผลให้การใช้จ่ายฟื้นตัวอยู่ในระดับที่ดี โดยธนาคารปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของการบริโภคภาคเอกชนในปีนี้ เป็นร้อยละ 2.6 จากเดิมคาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 2.2 

โดยรายได้ครัวเรือนที่แข็งแกร่ง สนับสนุนการบริโภคให้เติบโตขึ้น รวมถึงมาตรการสนับสนุนทางการคลัง, ความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้น และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เติบโตขึ้น 

ความแข็งแกร่งดังกล่าวสะท้อนให้เห็นในยอดขายของห้างสรรพสินค้า Shinsegae หนึ่งในผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนด์รายใหญ่ของเกาหลีใต้ พบว่า ยอดขายจากสาขาเดิมในเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 15 จากปีก่อน ตามข้อมูลของ Bank of America ขณะที่ยอดขายสินค้าหรูก็เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 และรายได้จากลูกค้าต่างชาติก็เพิ่มขึ้นร้อยละ 82 

ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบที่ Bank of America ติดตามวัฏจักรของตลาดในอดีต โดยพบว่า ยอดขายห้างสรรพสินค้าของเกาหลีใต้มักเพิ่มขึ้นตามตลาดหุ้นที่ปรับตัวดีขึ้น โดยความเชื่อมโยงระหว่างตลาดหุ้นกับยอดขายห้างจะเห็นได้ชัดเจนที่สุดหลังจากตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นไปราว 1 ปี

Business Insider รายงานอีกว่า ยอดขายสินค้าหรูก็มีความต้องการที่แข็งแกร่ง โดยผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของ LVMH รายงานการเติบโตในภูมิภาคเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น เรื่องนี้คุณ Bernard Arnault ซีอีโอของ LVMH กล่าวว่า ร้าน Louis Vuitton แห่งใหม่ในกรุงโซลและปักกิ่ง เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้การเติบโตในไตรมาส 2 เร่งตัวขึ้น

ขณะที่ Richemont เจ้าของแบรนด์ Cartier และ Van Cleef & Arpels  ก็รายงานความต้องการที่แข็งแกร่งเช่นกัน โดยยอดขายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 21 ในไตรมาสที่สิ้นสุดเดือนมิถุนายน ทั้งพบว่า เกาหลีใต้ และไต้หวันเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการเติบโตมากที่สุด

แต่หลังจากตลาดมีความผันผวนมากขึ้น นักวิเคราะห์จาก JPMorgan ระบุในรายงานวันที่ 18 กันยายน ความต้องการในสินค้าหรูไม่ได้แข็งแกร่งในทุกกลุ่ม แต่ก็ยังไม่ได้อยู่ในภาวะถดถอย โดยเครื่องประดับ นาฬิกา และแบรนด์ระดับบนยังคงรักษาความต้องการได้ดีกว่าสินค้าหรูในภาพรวม

Morgan Stanley ประเมินด้วยว่า ผลประโยชน์จากอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้จะกระจายไปในวงกว้างมากขึ้น ผ่านการลงทุน ฐานะทางการคลังของรัฐบาล และรายได้ของครัวเรือน 

โดยเกาหลีใต้กำลังอยู่ในช่วงที่จะได้รับประโยชน์จากวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ครั้งสำคัญ ซึ่งมีทั้งขนาดและความต่อเนื่องในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยผลประโยชน์ดังกล่าวอาจกระจายไปทั่วเศรษฐกิจในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า

พร้อมคาดการณ์ว่า Samsung Electronics และ SK Hynix อาจสร้างมูลค่าค่าตอบแทนรวมในปีนี้ ให้แก่พนักงานได้สูงถึง 66 ล้าน 7 แสน ล้านวอน หรือประมาณ 4 หมื่น 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 107 ล้าน 6 แสน ล้านวอนในปี 2027 และเพิ่มขึ้นอีกเป็น 114 ล้าน 9 แสน ล้านวอนในปี 2028

ส่วนความสามารถในการจ่ายโบนัสเงินสดโดยเฉลี่ยต่อปีในช่วงระหว่างปี 2026-2028 อาจอยู่ที่ประมาณ 20 เท่าของระดับในปี 2025 นั่นหมายถึงว่ารายได้จากโบนัสจะยังเป็นแรงหนุนต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคต่อไป แม้ผลตอบแทนจากตลาดหุ้นจะมีความไม่แน่นอนมากขึ้นก็ตาม 

สำหรับตลาดญี่ปุ่น ผู้ค้าปลีกระดับไฮเอนด์ก็กำลังเห็นการใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศที่มีฐานะดี เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในปีนี้ และบริษัทผู้ผลิตชิปและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ เอไอ ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุด

เห็นได้จากห้าง Takashimaya ซึ่งหนึ่งในเครือห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนด์รายใหญ่ของญี่ปุ่น เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มียอดขายภายในห้างเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.9 จากปีก่อน

ขณะเดียวกัน ยอดขายของ Richemont ในญี่ปุ่นก็เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 36 ในไตรมาสที่สิ้นสุดเดือนมิถุนายน โดยได้รับแรงหนุนทั้งจากลูกค้าในประเทศและนักท่องเที่ยว ส่วน Hermès รายงานว่ายอดขายในญี่ปุ่นช่วงครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 เมื่อคำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนคงที่

อย่างไรก็ตาม Rajiv Biswas ให้ความเห็นว่า ผลจากความมั่งคั่งที่เกิดขึ้นจาก เอไอ ต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคในญี่ปุ่นยังไม่ชัดเจนนัก เมื่อเทียบกับเกาหลีใต้ เนื่องจากครัวเรือนญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีการลงทุนในตลาดหุ้นโดยตรงน้อยกว่า แต่เน้นลงทุนในสินทรัพย์ตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำเป็นหลัก

ส่วนไต้หวันสะท้อนให้เห็นภาพความมั่งคั่งที่สะสมมานานจากอุตสาหกรรมชิป โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณโดยรอบของ อุทยานวิทยาศาสตร์ซินจู ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท TSMC และบริษัทหลายร้อยแห่งในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ ได้กระตุ้นความต้องการที่อยู่อาศัย ร้านค้าสินค้าหรู และบริการระดับพรีเมียม

ทำให้พื้นที่ ซึ่งเคยเป็นที่ดินเกษตร เปลี่ยนไปเป็นอาคารที่พักอาศัยระดับหรู ขณะที่ราคาที่อยู่อาศัยปรับตัวขึ้นจนเกินกำลังซื้อของผู้อยู่อาศัยในพื้นที่จำนวนมาก 

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ : -