“OpenAI” จี้สหรัฐฯ เปิดศึกคุมแกร่ง นำทัพตั้ง “มาตรฐาน AI” ก่อนโลกแตกแยก

Share on Line Share on Facebook Share on X
“OpenAI” จี้สหรัฐฯ  เปิดศึกคุมแกร่ง นำทัพตั้ง “มาตรฐาน AI” ก่อนโลกแตกแยก

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากสำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ในนครนิวยอร์ก ระหว่างการประชุมระดับสูงของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN General Assembly) ว่าบริษัทโอเพนเอไอ (OpenAI) ยักษ์ใหญ่แห่งวงการปัญญาประดิษฐ์ ได้ออกมาเรียกร้องให้สหรัฐอเมริกา เร่งก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในความพยายามระดับนานาชาติ เพื่อจัดทำมาตรฐานทางเทคนิคระดับโลกสำหรับ AI ขั้นสูง โดยเฉพาะระบบที่มีความสามารถในการปรับปรุงและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง (Recursive self-improvement)

สรุปข่าว

OpenAI เรียกร้องให้สหรัฐฯ ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการกำหนดมาตรฐานเทคนิคระดับโลกสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขั้นสูง โดยเฉพาะระบบที่พัฒนาตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง ณ ที่ประชุม UN เพื่อป้องกันความแตกแยกของระบบ AI ทั่วโลกและรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเป็นอันตรายต่อมนุษยชาติ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยปฏิเสธข้อเสนอให้ชะลอการพัฒนา AI เพราะกังวลว่าจะเป็นการเปิดทางให้จีนแซงหน้าในเทคโนโลยีสำคัญนี้

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากสำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ในนครนิวยอร์ก ระหว่างการประชุมระดับสูงของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN General Assembly) ว่าบริษัทโอเพนเอไอ (OpenAI) ยักษ์ใหญ่แห่งวงการปัญญาประดิษฐ์ ได้ออกมาเรียกร้องให้สหรัฐอเมริกา เร่งก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในความพยายามระดับนานาชาติ เพื่อจัดทำมาตรฐานทางเทคนิคระดับโลกสำหรับ AI ขั้นสูง โดยเฉพาะระบบที่มีความสามารถในการปรับปรุงและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง (Recursive self-improvement)

ปัญญาประดิษฐ์กำลังกลายเป็นเรื่องถกเถียงใหญ่

การออกมาเคลื่อนไหวของโอเพนเอไอ (OpenAI) เกิดขึ้นในขณะที่วาระเรื่องปัญญาประดิษฐ์ กำลังกลายเป็นวาระร้อนกลางที่ประชุม UN หลังจากผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีหลายราย รวมถึง แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ได้เคยออกมาเรียกร้องให้มีการชะลอการพัฒนา AI อย่างเป็นระบบ เนื่องจากกังวลว่าเทคโนโลยีนี้อาจพัฒนาตัวเองจนหลุดรอดจากการควบคุมของมนุษย์

ในบล็อกโพสต์ของบริษัทโอเพนเอไอ (OpenAI) ที่เผยแพร่ตรงกับช่วงเวลาที่ผู้นำทั่วโลกเดินทางมาร่วมประชุม UN ระบุว่า โลกจำเป็นต้องมีกลไกที่ช่วยประสานมาตรฐาน AI ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล พร้อมทั้งต้องสร้างระบบวัดผลที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และการกำหนดกรอบการรายงานเหตุการณ์ที่ผิดปกติ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สหรัฐฯ จะเป็นผู้นำหรือผู้ตาม ?

นอกจากนี้บริษัทยังได้ระบุชัดเจนว่า การเป็นผู้นำในตอนนี้จะเป็นตัวตัดสินว่า สหรัฐฯ จะเป็นผู้กำหนดกรอบ AI ของโลก หรือทำได้เพียงนั่งมองระบบที่แตกแยก ไร้ทิศทาง และเต็มไปด้วยความขัดแย้งเกิดขึ้นรอบตัว นอกจากนี้ยังเป็นตัวชี้วัดว่า AI ขั้นสูง จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายพันธมิตรของสหรัฐฯ หรือจะบั่นทอนให้แย่ลง หากล้มเหลวในการเป็นผู้นำ

ท่ามกลางความกังวลว่า AI อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อมนุษยชาติในอนาคต อุตสาหกรรมเทคโนโลยี ได้เริ่มมีการพูดถึงการควบคุมจังหวะการพัฒนามากยิ่งขึ้น ซึ่งโอเพนเอไอ (OpenAI) ขยายความว่า สิ่งนี้ไม่ใช่การตรึงความเร็วไว้ที่ระดับใดระดับหนึ่ง แต่คือการทำให้มั่นใจว่า งานวิจัยด้านการปรับระบบให้สอดคล้องกับคุณค่าของมนุษย์ (Alignment research) และการนำงานวิจัยไปใช้งานจริง จะต้องแซงหน้าขีดความสามารถของ AI อยู่เสมอ

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เคยปฏิเสธข้อเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา AI โดยเกรงว่าการหยุดชะงักใด ๆ จะเป็นการเปิดโอกาสให้จีนลดช่องว่างในเทคโนโลยีที่สหรัฐฯ มองว่าเป็นหัวใจสำคัญของความมั่นคงของชาติและเศรษฐกิจ โดยทรัมป์มีกำหนดจะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่กรุงวอชิงตัน ในสัปดาห์นี้

ที่มาข้อมูล : REUTERS

ที่มารูปภาพ : REUTERS