ทรัมป์เรียกความเสี่ยงจาก AI ว่า “เรื่องหลอกลวง” ที่เป็นส่วนหนึ่งของ "แผนสมคบคิดสุดป่วย”

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทรัมป์เรียกความเสี่ยงจาก AI ว่า “เรื่องหลอกลวง” ที่เป็นส่วนหนึ่งของ "แผนสมคบคิดสุดป่วย”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาตอบโต้กระแสความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงจากปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI อย่างรุนแรงเมื่อวานนี้ (14 กันยายน) โดยกล่าวหาว่าเป็น “เรื่องหลอกลวง” อีกทั้งยังเป็นความพยายามจำกัดหรือควบคุมเทคโนโลยี AI พร้อมกล่าวว่าเป็นส่วนหนึ่งของ “แผนสมคบคิดสุดป่วย”

ทรัมป์โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า “AI จะยึดครองโลก ทำลายมนุษยชาติ และเรื่องเลวร้ายอื่น ๆ ทั้งหมด เป็นเรื่องหลอกลวง” หรือ “HOAX” พร้อมเปรียบเทียบผู้ที่เรียกร้องให้มีมาตรการควบคุม AI ว่าเหมือนกับกลุ่มคนที่เคยออกมาเตือนเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเขาก็ระบุว่าเป็นเรื่องหลอกลวงเช่นกัน

ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังบรรดาผู้นำในวงการเทคโนโลยี เช่น ดาริโอ อโมเดอี ซีอีโอของ Anthropic, แซม อัลต์แมน ซีอีโอ OpenAI และอีลอน มัสก์ แห่ง SpaceXAI เรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามากำกับดูแล AI มากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการที่เทคโนโลยี AI ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วกลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างหนัก หลังเกิดเหตุแฮ็กหลายครั้งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเอเจนต์ AI สามารถร่วมมือกันหลอกลวงมนุษย์ได้

โดยทั่วไป ผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระบุว่า เป้าหมายของพวกเขาคือการพัฒนา AI ให้เกิดประโยชน์และปลอดภัยมากขึ้น ทั้งในด้านความรับผิดทางกฎหมาย การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และการรักษาความมั่นคงของชาติ

แต่ขณะเดียวกัน หลายคนก็แสดงความกังวลว่า AI ที่หลุดพ้นจากการควบคุมของมนุษย์ อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงได้

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ปฏิเสธข้อกังวลดังกล่าว พร้อมโพสต์ข้อความอย่างดุเดือดหลายครั้ง และเรียกตัวเองว่า “นักปราบเรื่องหลอกลวง” หรือ “Hoax Buster” ทรัมป์ยังระบุว่า การที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอยู่ในทำเนียบขาว ก็น่าจะเพียงพอที่จะคลายความกังวลเกี่ยวกับ AI ได้

เขากล่าวชื่นชมตัวเองด้วยว่า สิ่งเดียวที่ AI ต้องการในการควบคุม ก็คือประธานาธิบดีที่แข็งแกร่งและฉลาด (IQ สูง) และสหรัฐฯ ก็มีประธานาธิบดีแบบนั้นอย่างเต็มเปี่ยม นอกจากนี้ ทรัมป์ยังโจมตีความสามารถในการทำธุรกิจของบรรดาซีอีโอเทคโนโลยีที่เรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามากำกับดูแล AI โดยโพสต์ข้อความว่า ในประวัติศาสตร์ธุรกิจ เคยมีครั้งไหนที่ผู้นำของอุตสาหกรรมเรียกร้องให้มีการกำกับดูแล ซึ่งหากบังคับใช้อย่างเข้มงวดแล้ว จะทำให้อุตสาหกรรมนั้นล่มสลายและล้มละลายบ้าง 



สรุปข่าว

ทรัมป์เรียกความเสี่ยง AI ว่า “เรื่องหลอกลวง” พร้อมเปรียบว่าเป็น “แผนสมคบคิดสุดป่วย” ที่ไม่ต่างกับกลุ่มที่ออกมาเรียกร้องเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทรัมป์ไม่เคยเชื่อ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาตอบโต้กระแสความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงจากปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI อย่างรุนแรงเมื่อวานนี้ (14 กันยายน) โดยกล่าวหาว่าเป็น “เรื่องหลอกลวง” อีกทั้งยังเป็นความพยายามจำกัดหรือควบคุมเทคโนโลยี AI พร้อมกล่าวว่าเป็นส่วนหนึ่งของ “แผนสมคบคิดสุดป่วย”

ทรัมป์โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า “AI จะยึดครองโลก ทำลายมนุษยชาติ และเรื่องเลวร้ายอื่น ๆ ทั้งหมด เป็นเรื่องหลอกลวง” หรือ “HOAX” พร้อมเปรียบเทียบผู้ที่เรียกร้องให้มีมาตรการควบคุม AI ว่าเหมือนกับกลุ่มคนที่เคยออกมาเตือนเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเขาก็ระบุว่าเป็นเรื่องหลอกลวงเช่นกัน

ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังบรรดาผู้นำในวงการเทคโนโลยี เช่น ดาริโอ อโมเดอี ซีอีโอของ Anthropic, แซม อัลต์แมน ซีอีโอ OpenAI และอีลอน มัสก์ แห่ง SpaceXAI เรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามากำกับดูแล AI มากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการที่เทคโนโลยี AI ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วกลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างหนัก หลังเกิดเหตุแฮ็กหลายครั้งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเอเจนต์ AI สามารถร่วมมือกันหลอกลวงมนุษย์ได้

โดยทั่วไป ผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระบุว่า เป้าหมายของพวกเขาคือการพัฒนา AI ให้เกิดประโยชน์และปลอดภัยมากขึ้น ทั้งในด้านความรับผิดทางกฎหมาย การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และการรักษาความมั่นคงของชาติ

แต่ขณะเดียวกัน หลายคนก็แสดงความกังวลว่า AI ที่หลุดพ้นจากการควบคุมของมนุษย์ อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงได้

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ปฏิเสธข้อกังวลดังกล่าว พร้อมโพสต์ข้อความอย่างดุเดือดหลายครั้ง และเรียกตัวเองว่า “นักปราบเรื่องหลอกลวง” หรือ “Hoax Buster” ทรัมป์ยังระบุว่า การที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอยู่ในทำเนียบขาว ก็น่าจะเพียงพอที่จะคลายความกังวลเกี่ยวกับ AI ได้

เขากล่าวชื่นชมตัวเองด้วยว่า สิ่งเดียวที่ AI ต้องการในการควบคุม ก็คือประธานาธิบดีที่แข็งแกร่งและฉลาด (IQ สูง) และสหรัฐฯ ก็มีประธานาธิบดีแบบนั้นอย่างเต็มเปี่ยม นอกจากนี้ ทรัมป์ยังโจมตีความสามารถในการทำธุรกิจของบรรดาซีอีโอเทคโนโลยีที่เรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามากำกับดูแล AI โดยโพสต์ข้อความว่า ในประวัติศาสตร์ธุรกิจ เคยมีครั้งไหนที่ผู้นำของอุตสาหกรรมเรียกร้องให้มีการกำกับดูแล ซึ่งหากบังคับใช้อย่างเข้มงวดแล้ว จะทำให้อุตสาหกรรมนั้นล่มสลายและล้มละลายบ้าง 



ที่มาข้อมูล : AP news

ที่มารูปภาพ : Reuters