ไทยลุยผลิตชิป ดึงลงทุน 2.5 ล้านล้าน ปั้นฐานเทคโนโลยีใหม่
ไทยกำลังเร่งวางฐานอุตสาหกรรมเทคโนโลยีครั้งใหญ่ ตั้งแต่ เซมิคอนดักเตอร์ ไปจนถึง AI, Cloud และ Data Center หลังบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์เห็นชอบยุทธศาสตร์แห่งชาติ “ชิปเมดอินไทยแลนด์” ขณะที่รัฐบาลเดินหน้าความร่วมมือกับ Google เพื่อขยายระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศ
เป้าหมายสำคัญคือการต่อจิ๊กซอว์ตั้งแต่ “ชิป–Data Center–Cloud–AI–คน” ให้เชื่อมโยงกัน และยกระดับไทยจากฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์เดิม ไปสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
“ชิปเมดอินไทยแลนด์” ดึงลงทุน 2.5 ล้านล้านบาท
บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์เห็นชอบ ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ ฉบับแรกของไทย เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026
เป้าหมายคือดึงดูดการลงทุนอย่างน้อย 500,000 ล้านบาทภายในปี 2030 และมากกว่า 2.5 ล้านล้านบาทภายในปี 2050 พร้อมผลักดันรายได้รวมของอุตสาหกรรมขึ้นสู่ 5 ล้านล้านบาทต่อปี และสร้างงานเพิ่มกว่า 230,000 ตำแหน่ง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
โรดแมปดังกล่าวจึงไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มจำนวนโรงงาน แต่ต้องการยกระดับตำแหน่งของไทยในห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์โลก
จากฐานประกอบชิป สู่ IC Design-Wafer Fabrication
ไทยมีฐานเดิมในกิจการประกอบและทดสอบชิป หรือ OSAT รวมถึงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้ว แต่ยุทธศาสตร์ใหม่ต้องการขยับขึ้นไปสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ทั้ง IC Design การประกอบและทดสอบขั้นสูง และการผลิตชิปต้นน้ำ หรือ Wafer Fabrication
กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ไทยประเมินว่ามีศักยภาพประกอบด้วย Power, Sensor, Photonics, Analog และ Discrete ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ โทรคมนาคม Data Center, AI, Automation และการแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
โจทย์สำคัญคือทำให้ไทยไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบสินค้า แต่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มตั้งแต่การออกแบบ เทคโนโลยี ไปจนถึงการผลิตต้นน้ำได้มากขึ้น
สรุปข่าว
ไทยกำลังเร่งวางฐานอุตสาหกรรมเทคโนโลยีครั้งใหญ่ ตั้งแต่ เซมิคอนดักเตอร์ ไปจนถึง AI, Cloud และ Data Center หลังบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์เห็นชอบยุทธศาสตร์แห่งชาติ “ชิปเมดอินไทยแลนด์” ขณะที่รัฐบาลเดินหน้าความร่วมมือกับ Google เพื่อขยายระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศ
เป้าหมายสำคัญคือการต่อจิ๊กซอว์ตั้งแต่ “ชิป–Data Center–Cloud–AI–คน” ให้เชื่อมโยงกัน และยกระดับไทยจากฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์เดิม ไปสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
“ชิปเมดอินไทยแลนด์” ดึงลงทุน 2.5 ล้านล้านบาท
บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์เห็นชอบ ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ ฉบับแรกของไทย เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026
เป้าหมายคือดึงดูดการลงทุนอย่างน้อย 500,000 ล้านบาทภายในปี 2030 และมากกว่า 2.5 ล้านล้านบาทภายในปี 2050 พร้อมผลักดันรายได้รวมของอุตสาหกรรมขึ้นสู่ 5 ล้านล้านบาทต่อปี และสร้างงานเพิ่มกว่า 230,000 ตำแหน่ง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
โรดแมปดังกล่าวจึงไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มจำนวนโรงงาน แต่ต้องการยกระดับตำแหน่งของไทยในห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์โลก
จากฐานประกอบชิป สู่ IC Design-Wafer Fabrication
ไทยมีฐานเดิมในกิจการประกอบและทดสอบชิป หรือ OSAT รวมถึงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้ว แต่ยุทธศาสตร์ใหม่ต้องการขยับขึ้นไปสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ทั้ง IC Design การประกอบและทดสอบขั้นสูง และการผลิตชิปต้นน้ำ หรือ Wafer Fabrication
กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ไทยประเมินว่ามีศักยภาพประกอบด้วย Power, Sensor, Photonics, Analog และ Discrete ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ โทรคมนาคม Data Center, AI, Automation และการแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
โจทย์สำคัญคือทำให้ไทยไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบสินค้า แต่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มตั้งแต่การออกแบบ เทคโนโลยี ไปจนถึงการผลิตต้นน้ำได้มากขึ้น
Google ลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ ปักฐานดิจิทัลไทย
อีกจิ๊กซอว์คือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้พบหารือกับ Ruth Porat ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Alphabet และ Google ที่นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026
Google มีแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศไทย 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งครอบคลุม Data Center ในจังหวัดชลบุรี และการลงทุนด้าน Cloud โดย Google Cloud Region ในกรุงเทพฯ ได้เปิดให้บริการแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 รัฐบาลไทย
Google ประเมินว่า Cloud Region กรุงเทพฯ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ไทยประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท หรือ 41,000 ล้านดอลลาร์ ในช่วง 5 ปี และสนับสนุนการจ้างงานเฉลี่ยประมาณ 130,000 ตำแหน่งต่อปี Google Cloud
จาก Data Center สู่ AI-พลังงานสะอาด-บริหารน้ำ
ความร่วมมือไม่ได้หยุดอยู่ที่การสร้าง Data Center แต่ครอบคลุมถึง AI การพัฒนาทักษะดิจิทัล พลังงานสะอาด การบริหารจัดการน้ำ และมาตรฐาน Data Center ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
รัฐบาลและ Google ยังหารือเรื่องการจัดตั้ง Data Center Institute เพื่อพัฒนาบุคลากรไทย รวมถึงสร้างมาตรฐาน Open Data และแนวทางการดำเนินงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและชุมชน รัฐบาลไทย
ประเด็นพลังงานและน้ำมีความสำคัญมากขึ้น เพราะทั้งโรงงานผลิตชิปและ Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องการไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ น้ำ และระบบสนับสนุนที่เพียงพอ การดึงเงินลงทุนจึงต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานควบคู่กันไป
Siam Silica ปั้นคนด้านชิป 86,600 คน
อีกหนึ่งโจทย์ใหญ่คือกำลังคน เพราะเงินลงทุนจะเกิดขึ้นได้ยากหากประเทศไทยไม่มีวิศวกร นักวิจัย และช่างเทคนิคเพียงพอ
บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์จึงเห็นชอบโครงการ Siam Silica ตั้งเป้าผลิตและพัฒนาบุคลากรรวม 86,600 คนภายในปี 2030 แบ่งเป็นกำลังคนสมรรถนะสูง 84,900 คน และนักวิจัยระดับสูงประมาณ 1,700 คน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
บุคลากรเหล่านี้จะรองรับตั้งแต่การออกแบบชิป การผลิตชิปต้นน้ำ การประกอบและทดสอบขั้นสูง ไปจนถึงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง
ต่อจิ๊กซอว์ “ชิป–Data Center–Cloud–AI–คน”
ภาพที่กำลังเกิดขึ้นจึงเป็นความพยายามสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ
ชิป เป็นหัวใจของระบบประมวลผล ขณะที่ Data Center และ Cloud เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล ส่วน AI เป็นเทคโนโลยีที่เพิ่มความต้องการกำลังประมวลผลมากขึ้น และทั้งหมดต้องพึ่งพาไฟฟ้า น้ำ โครงข่ายดิจิทัล และแรงงานทักษะสูง
เป้าหมายลงทุน 2.5 ล้านล้านบาทภายในปี 2050 จึงไม่ใช่เพียงการดึงโรงงานชิปเข้าประเทศ แต่เป็นเดิมพันระยะยาวว่าไทยจะสามารถขยับจากฐานการผลิตเดิม ไปเป็นหนึ่งในฐานเทคโนโลยีสำคัญของภูมิภาคได้มากเพียงใด
- ยอดส่งเสริมลงทุน ทะลุ 1.4 ล้านลบ. BOI ระบุดิจิทัล-AI หนุนขยายตัว
- นายกฯ ปลื้ม 4 บิ๊กเทคจีน ขยายลงทุนไทยกว่า 7 หมื่นล้าน ดัน R&D
- BOI เปิดสำนักงานเฉิงตู ซีพีชู 50 ปีบนแผ่นดินจีน ปูทางลงทุนสู่เสฉวน
- ศุภชัย ชี้ BOI เปิดเฉิงตู เชื่อมไทย-จีน สร้างโอกาสลงทุนครั้งสำคัญ
- ทำไมต้อง "เฉิงตู" ? เปิดรายละเอียด ทีมไทยแลนด์" พร้อมเอกชน150 คน ลุยจีนดึงลงทุน
ที่มาข้อมูล : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI), รัฐบาลไทย, Google Cloud
ที่มารูปภาพ : canva
