
ประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่จุดเปลี่ยนของนโยบาย Data Center หลังช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เดินหน้าดึงเม็ดเงินจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก จนเกิดโครงการขนาดใหญ่จำนวนมาก และทำให้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มการลงทุนใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดของประเทศ
ทิศทางจากนี้กำลังขยับจากการแข่งขันด้วย “มูลค่าเงินลงทุน” ไปสู่การพิจารณาว่าแต่ละโครงการจะสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยมากน้อยเพียงใด ทั้งการจ้างงานทักษะสูง การสร้างบุคลากร AI การเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทย ตลอดจนความคุ้มค่าของไฟฟ้า น้ำ และที่ดินที่ต้องใช้รองรับอุตสาหกรรม
Data Center ไทยโตจากหลักหมื่นล้าน สู่หลักแสนล้าน
ภาพการลงทุนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยข้อมูล BOI ระบุว่า ปี 2568 มีคำขอลงทุน Data Center สะสม 36 โครงการ มูลค่ากว่า 728,000 ล้านบาท กระจายในกรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ปทุมธานี ระยอง และสมุทรปราการ
แรงส่งยังต่อเนื่องเข้าสู่ปี 2569 เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 บอร์ด BOI อนุมัติ Data Center และ Data Hosting อีก 7 โครงการ มูลค่ารวม 96,880 ล้านบาท โดยเฉพาะโครงการของ True Internet Data Center จำนวน 3 โครงการ มี IT Load รวม 223 เมกะวัตต์ และโครงการ GSA Data Center อีก 2 โครงการ มี IT Load รวม 120 เมกะวัตต์
ขณะที่ข้อมูลที่รวบรวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ระบุว่า คำขอส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศของไทยอยู่ในระดับ 1.37 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 80% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกิจการดิจิทัลมีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 1.12 ล้านล้านบาท
ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ Data Center ไม่ได้อยู่ในสถานะอุตสาหกรรมเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงกับ AI, Cloud Computing, Big Data และบริการดิจิทัลที่จะมีบทบาทต่อเศรษฐกิจไทยในอนาคต
จาก “ดึงให้มา” สู่ “เลือกให้คุ้ม”
เมื่อขนาดการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รัฐบาลจึงเริ่มวางระบบกำกับระยะยาว โดยมีแนวทางจัดตั้ง คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อกำหนดทิศทางการลงทุนให้สอดคล้องกับความพร้อมของประเทศ
ขณะที่ BOI เตรียมยกระดับหลักเกณฑ์พิจารณาโครงการ จากเดิมที่มูลค่าการลงทุนเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญ ไปสู่การให้น้ำหนักกับคุณภาพและผลประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับมากขึ้น
ประเด็นสำคัญครอบคลุมตั้งแต่จำนวนและคุณภาพการจ้างงานคนไทย การถ่ายทอดเทคโนโลยี การสร้างบุคลากรด้าน AI และ Cloud การวิจัยและพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัย การใช้สินค้าและบริการจากผู้ประกอบการไทย ตลอดจนประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าและน้ำ
แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายทำให้เงินลงทุนที่เข้ามาสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น ไม่หยุดอยู่เฉพาะการก่อสร้างอาคารและติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์
สรุปข่าว
ประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่จุดเปลี่ยนของนโยบาย Data Center หลังช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เดินหน้าดึงเม็ดเงินจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก จนเกิดโครงการขนาดใหญ่จำนวนมาก และทำให้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มการลงทุนใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดของประเทศ
ทิศทางจากนี้กำลังขยับจากการแข่งขันด้วย “มูลค่าเงินลงทุน” ไปสู่การพิจารณาว่าแต่ละโครงการจะสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยมากน้อยเพียงใด ทั้งการจ้างงานทักษะสูง การสร้างบุคลากร AI การเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทย ตลอดจนความคุ้มค่าของไฟฟ้า น้ำ และที่ดินที่ต้องใช้รองรับอุตสาหกรรม
Data Center ไทยโตจากหลักหมื่นล้าน สู่หลักแสนล้าน
ภาพการลงทุนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยข้อมูล BOI ระบุว่า ปี 2568 มีคำขอลงทุน Data Center สะสม 36 โครงการ มูลค่ากว่า 728,000 ล้านบาท กระจายในกรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ปทุมธานี ระยอง และสมุทรปราการ
แรงส่งยังต่อเนื่องเข้าสู่ปี 2569 เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 บอร์ด BOI อนุมัติ Data Center และ Data Hosting อีก 7 โครงการ มูลค่ารวม 96,880 ล้านบาท โดยเฉพาะโครงการของ True Internet Data Center จำนวน 3 โครงการ มี IT Load รวม 223 เมกะวัตต์ และโครงการ GSA Data Center อีก 2 โครงการ มี IT Load รวม 120 เมกะวัตต์
ขณะที่ข้อมูลที่รวบรวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ระบุว่า คำขอส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศของไทยอยู่ในระดับ 1.37 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 80% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกิจการดิจิทัลมีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 1.12 ล้านล้านบาท
ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ Data Center ไม่ได้อยู่ในสถานะอุตสาหกรรมเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงกับ AI, Cloud Computing, Big Data และบริการดิจิทัลที่จะมีบทบาทต่อเศรษฐกิจไทยในอนาคต
จาก “ดึงให้มา” สู่ “เลือกให้คุ้ม”
เมื่อขนาดการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รัฐบาลจึงเริ่มวางระบบกำกับระยะยาว โดยมีแนวทางจัดตั้ง คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อกำหนดทิศทางการลงทุนให้สอดคล้องกับความพร้อมของประเทศ
ขณะที่ BOI เตรียมยกระดับหลักเกณฑ์พิจารณาโครงการ จากเดิมที่มูลค่าการลงทุนเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญ ไปสู่การให้น้ำหนักกับคุณภาพและผลประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับมากขึ้น
ประเด็นสำคัญครอบคลุมตั้งแต่จำนวนและคุณภาพการจ้างงานคนไทย การถ่ายทอดเทคโนโลยี การสร้างบุคลากรด้าน AI และ Cloud การวิจัยและพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัย การใช้สินค้าและบริการจากผู้ประกอบการไทย ตลอดจนประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าและน้ำ
แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายทำให้เงินลงทุนที่เข้ามาสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น ไม่หยุดอยู่เฉพาะการก่อสร้างอาคารและติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์
ทำไมต้องปรับเกณฑ์? Data Center ใช้เงินสูง แต่จ้างตรงไม่มาก
ประเด็นนี้มีเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์รองรับ โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เคยประเมินว่า โครงสร้างเงินลงทุน Data Center ทั่วไปประมาณ 40% เป็นการก่อสร้าง ขณะที่อีกประมาณ 60% เป็นเครื่องจักรและอุปกรณ์ ซึ่งอุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูงจำนวนมากต้องนำเข้าจากต่างประเทศ
การจ้างงานโดยตรงหลังเปิดดำเนินการก็ไม่ได้มีจำนวนมากเมื่อเทียบกับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ธปท.ระบุว่า Data Center โดยทั่วไปใช้บุคลากรฝ่ายปฏิบัติการและบำรุงรักษาประมาณ 30-40 คน แม้ประมาณ 90% เป็นแรงงานในประเทศ และมีรายได้เฉลี่ยค่อนข้างสูงประมาณ 80,000 บาทต่อเดือน
ดังนั้น ผลตอบแทนสำคัญของ Data Center ต่อประเทศไทยจึงอยู่ที่ “ผลต่อเนื่อง” มากกว่าจำนวนคนที่ทำงานอยู่ภายในอาคารโดยตรง
หากสามารถเชื่อม Data Center เข้ากับบริษัท Cloud ผู้พัฒนา AI ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ FinTech E-commerce มหาวิทยาลัย Startup และผู้ผลิตอุปกรณ์ในประเทศได้สำเร็จ โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยสร้างระบบนิเวศดิจิทัลขนาดใหญ่ตามมา
ธปท.ยังชี้ถึงประโยชน์อีกด้าน คือการมี Data Center ภายในประเทศช่วยลดการพึ่งพาบริการดิจิทัลจากต่างประเทศ ทำให้ค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เดิมต้องจ่ายออกนอกประเทศสามารถหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจไทยมากขึ้น
โจทย์ใหญ่คือ “ไฟฟ้า” เมื่อ Data Center ต้องเปิดตลอด 24 ชั่วโมง
อีกด้านที่รัฐบาลต้องเตรียมพร้อมคือพลังงาน เพราะ Data Center เป็นกิจการที่ต้องใช้ไฟฟ้าต่อเนื่องและให้ความสำคัญสูงกับเสถียรภาพของระบบ
โดยเฉพาะ EEC ซึ่งเป็นพื้นที่ที่การลงทุนกระจุกตัวอยู่มาก ทำให้กระทรวงพลังงานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถของระบบส่งไฟฟ้า
กฟผ.ระบุว่า ความต้องการเชื่อมต่อไฟฟ้าจาก Data Center ในพื้นที่ EEC ที่อยู่ในแผนเร่งด่วนมีรวมประมาณ 1,150 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยจุดจ่ายไฟใหม่และการเพิ่มขนาดหม้อแปลงในระยอง พานทอง ปลวกแดง และสัตหีบ
บางส่วนเริ่มดำเนินการแล้ว ขณะที่โครงการที่เหลือทยอยเข้าสู่ระบบในปี 2569-2570 เพื่อเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและรองรับการลงทุนใหม่
โจทย์ต่อจากกำลังผลิต คือแหล่งที่มาของไฟฟ้า เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกจำนวนมากมีเป้าหมายใช้พลังงานสะอาด การมีไฟฟ้าเพียงพอจึงต้องเดินคู่กับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนและกลไกซื้อขายไฟฟ้าสะอาด
“น้ำ” อีกทรัพยากรที่ต้องวางแผนพร้อมการลงทุน
นอกจากไฟฟ้า ระบบระบายความร้อนของ Data Center บางประเภทต้องใช้น้ำในปริมาณสูง จึงเป็นอีกตัวแปรที่รัฐบาลนำมาพิจารณา โดยเฉพาะเมื่อโครงการจำนวนมากอยู่ใน EEC ซึ่งต้องแบ่งทรัพยากรน้ำให้กับภาคประชาชน เกษตรกรรม บริการ และอุตสาหกรรมอื่นพร้อมกัน
หนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่เข้ามาเสริมความมั่นคงด้านน้ำคือ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี ซึ่งข้อมูลที่ผู้ใช้ให้มาระบุว่า ครม.เห็นชอบเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ให้กรมชลประทานดำเนินโครงการในช่วงปีงบประมาณ 2570-2576 กรอบวงเงิน 7,200 ล้านบาท
เป้าหมายคือเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำต้นทุนสำหรับจันทบุรี และสนับสนุนความมั่นคงด้านน้ำของ EEC ในระยะยาว รวมถึงรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจใหม่อย่าง Data Center
รัฐมองกระจาย Data Center ออกจาก EEC
เมื่อคำขอลงทุนจำนวนมากมุ่งเข้าสู่ภาคตะวันออกพร้อมกัน แนวคิด “โซนนิ่ง Data Center” จึงมีความสำคัญมากขึ้น เพื่อไม่ให้ความต้องการไฟฟ้าและน้ำกระจุกอยู่ในพื้นที่เดียว
หนึ่งในพื้นที่ที่ถูกเสนอให้ศึกษาคือ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่เหมืองแม่เมาะของ กฟผ.
เหตุผลสำคัญตามข้อมูลที่ได้รับคือ พื้นที่ดังกล่าวมีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและแหล่งน้ำที่ใช้สำหรับกิจการไฟฟ้าอยู่แล้ว และเหมืองแม่เมาะมีกำหนดสิ้นสุดการทำเหมืองในปี 2580 จึงเกิดแนวคิดเตรียมพื้นที่สำหรับกิจกรรมเศรษฐกิจใหม่ในอนาคต
ปัจจุบันโรงไฟฟ้าแม่เมาะมีกำลังผลิตตามสัญญารวม 1,140 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 8 และ 11 เครื่องละ 270 เมกะวัตต์ รวม 540 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 14 อีก 600 เมกะวัตต์
อย่างไรก็ตาม การนำ Data Center ไปตั้งที่แม่เมาะยังเป็นแนวคิดที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นผังเมือง วัตถุประสงค์การใช้พื้นที่ การยอมรับของชุมชน ระบบโทรคมนาคม ตลอดจนการจัดหาไฟฟ้าหมุนเวียนให้ตรงกับข้อกำหนดของนักลงทุน
จึงยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าจะมีการย้าย Data Center จาก EEC ไปแม่เมาะ แต่เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับกระจายการลงทุนไปยังภูมิภาคอื่น
เป้าหมายปลายทาง ไม่ใช่แค่มีอาคาร Data Center มากที่สุด
แม้ Data Center จะสร้างงานโดยตรงไม่มากเท่ากับอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น แต่ BOI มองว่าโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างงานทักษะสูงและห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ งานบริหารอาคาร ไปจนถึงธุรกิจ E-commerce, FinTech และ AI
อีกประโยชน์คือความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล ความมั่นคงทางไซเบอร์ และการเก็บข้อมูลภายในประเทศ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำหรับการยกระดับไทยสู่ Digital Innovation Hub ของอาเซียนตามเป้าหมายของ BOI
ดังนั้น การปรับนโยบายรอบใหม่จึงเป็นการรักษาแรงส่งของเงินลงทุน ควบคู่กับการเพิ่มเงื่อนไขให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์มากขึ้น
จากเดิมที่โจทย์คือ “ทำอย่างไรให้นักลงทุนเลือกไทย” กำลังเพิ่มอีกหนึ่งคำถามว่า “เมื่อเลือกไทยแล้ว ประเทศจะได้อะไรกลับมา”
คำตอบจะอยู่ที่ความสามารถในการเปลี่ยนเม็ดเงินลงทุน Data Center ให้กลายเป็นบุคลากร AI ธุรกิจเทคโนโลยีไทย งานทักษะสูง ระบบพลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ใช้ต่อยอดเศรษฐกิจได้จริง
ไทม์ไลน์ Data Center ไทย
| ช่วงเวลา | ความเคลื่อนไหวสำคัญ |
|---|---|
| 2565-2567 | การลงทุน Data Center และ Cloud เริ่มขยายตัว มีผู้เล่นต่างชาติทยอยประกาศลงทุน |
| 2567 | ธปท.ชี้ Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ แต่การลงทุนเครื่องจักรส่วนใหญ่ยังต้องนำเข้า |
| 2568 | BOI รับคำขอ Data Center สะสม 36 โครงการ มูลค่ากว่า 728,000 ล้านบาท |
| 15 ม.ค. 2569 | บอร์ด BOI อนุมัติอีก 7 โครงการ มูลค่า 96,880 ล้านบาท |
| 2569 | กฟผ.เร่งระบบส่งไฟฟ้า รองรับความต้องการ Data Center ใน EEC 1,150 MW |
| 5 ส.ค. 2569 | ตามข้อมูลที่ได้รับ ครม.เห็นชอบอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด วงเงิน 7,200 ล้านบาท เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำ |
| ระยะต่อไป | รัฐยกระดับเกณฑ์ Data Center เน้นบุคลากร AI ทรัพยากร พลังงาน สิ่งแวดล้อม และศึกษากระจายฐานลงทุนออกจาก EEC |
- ยอดส่งเสริมลงทุน ทะลุ 1.4 ล้านลบ. BOI ระบุดิจิทัล-AI หนุนขยายตัว
- นายกฯ ปลื้ม 4 บิ๊กเทคจีน ขยายลงทุนไทยกว่า 7 หมื่นล้าน ดัน R&D
- BOI เปิดสำนักงานเฉิงตู ซีพีชู 50 ปีบนแผ่นดินจีน ปูทางลงทุนสู่เสฉวน
- ศุภชัย ชี้ BOI เปิดเฉิงตู เชื่อมไทย-จีน สร้างโอกาสลงทุนครั้งสำคัญ
- ทำไมต้อง "เฉิงตู" ? เปิดรายละเอียด ทีมไทยแลนด์" พร้อมเอกชน150 คน ลุยจีนดึงลงทุน
บรรณาธิการออนไลน์
